ก่อนอื่นต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า ทุกครั้งที่มีการประกาศเกม Ragnarok ภาคใหม่ เสียงแรกที่มักจะดังขึ้นในโซเชียลคือ “มาอีกแล้วเหรอ?” ตามมาด้วยคำถามว่า “มีกี่ภาคแล้วเนี่ย?” หรือแม้แต่คำแซวว่า “Gravity ขายแต่ Ragnarok” แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้เสียงบ่นจะเกิดขึ้นแทบทุกครั้ง เกมเหล่านี้กลับยังเปิดเซิร์ฟเวอร์ได้ ผู้เล่นยังหลั่งไหลเข้าไปสร้างตัวละครใหม่ และยังมีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่พร้อมเติมเงินอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน หรือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่สวนทางกับกระแสบนโลกออนไลน์อย่างชัดเจน
เหตุผลสำคัญคือ Ragnarok Online ไม่ได้ขายแค่ “เกม” แต่ขาย “ความทรงจำ” ผู้เล่นหลายคนเติบโตมากับการนั่งตี Poring หน้าเมือง Prontera การรวมปาร์ตี้ลงดันเจียน การล่าการ์ดหายาก หรือการเปิดร้านค้าค้างคืน ระบบเหล่านี้สร้างสายสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นจนกลายเป็นหนึ่งใน MMORPG ที่มีชุมชนแข็งแรงที่สุดเกมหนึ่งของโลก เมื่อเวลาผ่านไป Gravity จึงไม่ได้พยายามสร้างภาคต่อเพื่อแทนที่เกมเดิม แต่เลือกสร้างเวอร์ชันใหม่ให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้เล่นแต่ละยุค ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันมือถือ เวอร์ชัน Cross Platform หรือแม้แต่เซิร์ฟเวอร์แนวคลาสสิกที่ดึงบรรยากาศดั้งเดิมกลับมาอีกครั้ง
หากไล่เรียงเฉพาะเกมในแฟรนไชส์อย่างเป็นทางการ จะพบว่าปัจจุบันมีจำนวนมากจนยากจะนับแบบตายตัว เพราะมีทั้งเกมหลัก เกมมือถือ เกม Idle เกม Action และเกมที่เปิดให้บริการเฉพาะบางประเทศ
แต่ชื่อที่แฟนเกมคุ้นเคยกันดี ได้แก่
Ragnarok Online
Ragnarok Online 2
Ragnarok Zero
Ragnarok M: Eternal Love
Ragnarok X: Next Generation
Ragnarok Origin
Ragnarok Origin Classic
The Ragnarok
Ragnarok V: Returns
Ragnarok: Back to Glory
Ragnarok M: Classic
Ragnarok Idle Adventure Plus
Ragnarok Crush, Ragnarok: The New World
รวมถึงโปรเจกต์ใหม่อย่าง Ragnarok 3, Ragnarok ABYSS และ Ragnarok Online Project 1.5 ที่อยู่ระหว่างการผลักดันในช่วงหลัง
ส่งผลให้ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ Ragnarok แตกแขนงออกมาแล้วมากกว่า 20 เวอร์ชันอย่างเป็นทางการ และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หลายคนอาจมองว่าการออกเกมจำนวนมากคือการ “ขายชื่อ” แต่ในเชิงธุรกิจ โมเดลนี้พิสูจน์แล้วว่าได้ผลอย่างมหาศาล
เพราะแต่ละประเทศมีผู้ให้บริการ ความนิยม และพฤติกรรมการเล่นที่แตกต่างกัน บางตลาดชอบ MMORPG แบบคลาสสิก บางตลาดชอบ Auto Battle บางแห่งนิยมเกม Idle มากกว่า Gravity จึงเลือกแตกผลิตภัณฑ์ออกเป็นหลายรูปแบบแทนที่จะบังคับให้ทุกคนเล่นเกมเดียว ผลลัพธ์คือแฟรนไชส์ Ragnarok ยังคงสร้างรายได้ต่อเนื่อง และยังถูกนำไปเปิดให้บริการในประเทศใหม่อยู่เรื่อย ๆ
(แอดฯเคยถูกเชิญไปทำข่าวงานเลี้ยงขอบคุณแฟนๆ เชื่อมะ RO มือถือเวอร์ชั่นนึง เค้าเติมกันหลักสิบล้านบาท คือกิลด์ใหญ่ทุ่มหนัก ถึงขั้นทีมงานต้องเปิดโรงแรมเลี้ยงแขกกันเลย จำได้ไม่ลืม 555+)
นั่นจึงอธิบายได้ว่าทำไมทุกครั้งที่มีข่าว Ragnarok ภาคใหม่ โลกโซเชียลจะเต็มไปด้วยคำว่า “มาอีกแล้ว” แต่เมื่อถึงวันเปิดเซิร์ฟเวอร์ รายชื่อผู้เล่นกลับเต็มอย่างรวดเร็ว ภาพเดิมเกิดซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วน ความเบื่อหน่ายในคอมเมนต์จึงไม่ได้สะท้อนจำนวนผู้เล่นจริงทั้งหมด เพราะท้ายที่สุดแล้ว Ragnarok ไม่ใช่เพียงเกม MMORPG เกมหนึ่ง แต่เป็นแบรนด์ที่สร้างฐานแฟนข้ามรุ่นมาตลอดกว่า 20 ปี และตราบใดที่ยังมีคนอยากกลับไปยืนหน้า Prontera หรือฟังเพลงเมืองเริ่มต้นอีกครั้ง ชื่อของ Ragnarok ก็คงยังถูกหยิบกลับมาในเวอร์ชันใหม่ต่อไป แม้เสียงเปิดตัวจะยังคงเป็นประโยคเดิมว่า “มาอีกแล้ว…” ก็ตามครับ
ก็นะ… คนบ่นไม่เล่น คนเล่นเค้ารู้กัน!
แอดมิน AK47
#RagnarokOnline #Ragnarok #RO #เกมออนไลน์ #MMORPG






































