Resident Evil [ ตัวอย่าง / หนังใหม่ / Movie 2026]
30 เมษายน 2569 20:00 น.
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+

resident-evil-movie-reboot (2)

Resident Evil

ประเภท: สยองขวัญ / แอ็กชัน
ผู้สร้าง: Sony Pictures / Constantin Film / PlayStation Productions
ผู้กำกับ: Zach Cregger
วันวางจำหน่าย: กันยายน 2026

Written by:Zach Cregger & Shay Hatten

Producers:Robert Kulzer  /Zach Cregger  /Roy Lee  /Miri Yoon  /Carter Swan /Asad Qizilbash

Executive Producers:Oliver Berben / Victor Hadida / Richard Wright / Robert Bernacci

Cast:Austin Abrams / Zach Cherry / Kali Reis / Paul Walter Hauser

 

ตัวอย่าง มาแล้ว!!

 

 Resident Evil ฉบับใหม่ปล่อยตัวอย่างแรก Zach Cregger พาผู้ชมย้อนรอย Raccoon City ในรูปแบบหนังสยองขวัญสุดระทึก

Sony Pictures ได้ทำการปล่อยตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ Resident Evil ฉบับยกเครื่องใหม่ ผลงานการกำกับและร่วมเขียนบทโดย Zach Cregger ผู้กำกับที่เคยฝากผลงานความสยองขวัญไว้ใน Barbarian และ Weapons โดยในครั้งนี้จะเป็นการหยิบเอาโลกของเกมสยองขวัญยอดฮิตจากค่าย Capcom มาตีความใหม่ในมุมมองที่แตกต่างออกไปจากภาพยนตร์ภาคก่อนๆ ที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง โดยเน้นไปที่บรรยากาศความน่ากลัวและความลึกลับที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้กำกับเอง

 

ภาพยนตร์ Resident Evil ภาคนี้จะไม่ได้ดำเนินเรื่องผ่านตัวละครที่แฟนเกมคุ้นเคยอย่าง Leon S. Kennedy หรือ Jill Valentine

resident-evil-movie-reboot (9)

แต่ Zach Cregger เลือกที่จะสร้างตัวละครและเนื้อเรื่องใหม่ขึ้นมาทั้งหมดเพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับแฟรนไชส์

 

เนื้อเรื่องจะติดตามชีวิตของ ไบรอัน พนักงานส่งของดวงตกที่ต้องปฏิบัติภารกิจขนส่งกระเป๋าเอกสารปริศนาไปยังโรงพยาบาลแรคคูนซิตี้ ท่ามกลางวิกฤตการณ์ไวรัสระบาดรุนแรง

 

 

ตัวละครของไบรอันถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือนร่าง “อวตารของผู้เล่น” ที่ต้องเผชิญหน้ากับฝันร้ายที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการเอาชีวิตรอดมากกว่าการปูพื้นหลังตัวละครที่ซับซ้อน

 

resident-evil-movie-reboot (5)

ซึ่งตัวอย่างที่ปล่อยออกมาได้เผยให้เห็นตัวละครที่สวมหมวกไหมพรมลายแกะซึ่งดูเหมือนคนธรรมดาที่ไม่มีทักษะการต่อสู้ และกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เจ้าตัวบอกว่าเลวร้ายแบบสุดๆ

resident-evil-movie-reboot (2)

แม้ตัวอย่างแรกจะยังไม่ได้เผยให้เห็นสัตว์ประหลาดชื่อดังอย่าง Lickers หรือกลุ่มตัวละคร STARS แบบชัดเจน แต่บรรยากาศในหนังกลับเต็มไปด้วยความกดดันและน่าเกรงขามตามสไตล์ของ Cregger

 

ซึ่งเขาได้ระบุว่าแม้เขาจะไม่ใช่แฟนของภาพยนตร์ Resident Evil ภาคก่อนๆ แต่เขามีความหลงใหลในตัวเกมต้นฉบับเป็นอย่างมาก และมองว่าโลกของเกมนี้คือสนามเด็กเล่นที่ยอดเยี่ยมในการสร้างสรรค์ความสยองขวัญ โดยเขาตั้งเป้าที่จะทำให้หนังเรื่องนี้มีความเป็นต้นฉบับและแตกต่างจากทุกภาคที่เคยสร้างมา

resident-evil-movie-reboot (14)

สำหรับการอำนวยการสร้างในครั้งนี้ได้ทาง Constantin Film กลับมาร่วมงานกับ PlayStation Productions และ Vertigo Entertainment เพื่อสร้างผลงานที่จะนำพาแฟรนไชส์ที่ทำรายได้รวมทั่วโลกกว่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐไปสู่ทิศทางใหม่ โดยตัวหนังมีกำหนดการเข้าฉายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกันยายนปี 2026 นี้ ซึ่งแฟนๆ จะได้พิสูจน์กันว่าการตีความ Raccoon City ในรูปแบบใหม่นี้จะสยองขวัญได้ถูกใจเพียงใด

 

 

 resident-evil-movie-reboot (5)

เจาะลึกเบื้องหลัง Resident Evil ฉบับใหม่

ผ่านมุมมองผู้กำกับ Zach Cregger

จากกการให้สัมภาษณ์กับทาง Playstation

Zach Cregger ผู้กำกับและนักเขียนบทไฟแรงออกมาเปิดเผยถึงแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เขาสร้างสรรค์เรื่องราวในโลกของ Resident Evil หลังจากมีการปล่อยทีเซอร์แรกที่สร้างเสียงฮือฮาด้วยบรรยากาศสยองขวัญสั่นประสาท โดยเขาตั้งใจให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการคารวะแฟรนไชส์เกมระดับตำนาน พร้อมนำเสนอเรื่องราวออริจินัลที่ยังคงจิตวิญญาณดั้งเดิมของซีรีส์ไว้อย่างครบถ้วน

Resident evil 2

ความทรงจำแรกสุดของคุณต่อซีรีส์ Resident Evil คืออะไร?
Zach Cregger: ความทรงจำแรกของผมที่มีต่อ Resident Evil น่าจะเป็นตอนเล่นภาค 2 ครับ ผมคิดว่าผมเล่นภาค 2 ก่อนภาค 1 และ มันเป็นเกมแนวสยองขวัญเอาชีวิตรอด (survival horror) เกมแรกที่ผมจำได้ว่าเคยเล่น ผมเล่นมันก่อน Silent Hill แน่นอน และผมก็แค่ชอบกลไกใหม่ๆของการ “ประหยัดทรัพยากร”  คุณต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่าคุณมีกระสุนกี่นัด มีไอเทมฟื้นฟูเลือดเท่าไหร่ คุณต้องตัดสินใจที่ยากลำบากว่า อะไรที่ฉันจะพกไป? อะไรที่ฉันจะทิ้งไว้ข้างหลัง? มันเป็นกลไกที่โดดเด่นมาก และสำหรับผม ในบรรดาเกม Resident Evil ทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ บางภาคมันดูเป็นแนวแอ็กชัน มากเกินไปสำหรับรสนิยมของผม แต่ผมชอบกลไกการเอาชีวิตรอดที่ต้องเคลื่อนที่อย่างช้าๆ และมีความรอบคอบ นั่นคือสิ่งสำคัญมากที่ผมต้องการนำมาใส่ในภาพยนตร์ครับ

 

Resident-Evil-Village-13-1024x576

ทุกคนมีช่วงเวลาโปรดจากในเกมที่ทำให้ตกใจจนตัวลอย ความสยองที่คุณชอบที่สุดในซีรีส์ Resident Evil คืออะไร?
Zach Cregger: ผมต้องขอบอกก่อนว่าตอนนั้นผมเล่นในระบบ VR นะครับ คือในภาค Village ตอนที่คุณเข้าไปในบ้านตุ๊กตา แล้วลงไปในห้องใต้ดิน คุณกำลังประกอบตุ๊กตายักษ์บนโต๊ะ แล้วคุณก็ถูกล่าโดยทารกยักษ์ตัวนั้น มันมีบางอย่างเกี่ยวกับเสียงที่ทารกคนนั้นทำ แล้วไฟก็ดับลง คุณต้องวิ่งผ่านโถงทางเดินเหล่านั้นและต้องเข้าไปแอบใต้เตียง

มันเป็นครั้งเดียวที่เล่นวิดีโอเกมแล้วผมยอมแพ้และขอหยุดพัก ผมแค่รู้สึกว่า “นี่มันกดดันเกินไปแล้ว” ผมถอดเฮดเซตออก ไปดื่มกาแฟสักแก้ว แล้วค่อยกลับไปเล่นต่อจนจบในภายหลัง แต่มันทำให้ผมเข้าถึงได้จริงๆ มันน่ากลัวมากครับ

 

resident-evil-movie-reboot (13)

อะไรคือสิ่งที่จุดประกายให้คุณสนใจสร้างภาพยนตร์ Resident Evil?
Zach Cregger: ผมต้องการทำหนังที่ติดตามตัวละครจากจุด A ไปจุด B เพราะนั่นคือสิ่งที่เกมเหล่านี้ทำได้ดีมาก

 

คุณออกเดินทางไปในการผจญภัยที่บ้าคลั่ง ผ่านสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป และสิ่งต่างๆ ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผมมันให้ความรู้สึกที่เป็นภาพยนตร์มาก ดังนั้นผมจึงต้องการเล่าเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ในโลกของ Resident Evil แต่ไม่ใช่เรื่องราวที่ในเกมเคยเล่าไปแล้ว

 

 

สำหรับผม ผมรู้สึกว่าไม่มีทางชนะเลยถ้าผมจะเล่าเรื่องของ Leon เพราะในเกมทำไว้ดีมากอยู่แล้ว มันจะกลายเป็นเรื่องที่ซ้ำซ้อน และท้ายที่สุดผมคิดว่ามันจะน่าผิดหวัง ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะเอาทุกอย่างที่ผมรักเกี่ยวกับเกมด้วยการเล่าเรื่องที่ “อาจจะ” มีอยู่เคียงข้างไปกับเหตุการณ์ในเกมครับ

โลกของภาค 2 คือจุดที่เรื่องนี้เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าผมจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่ออรรถรสในเชิงดราม่า มันเป็นเรื่องของการติดตามคนอีกคนหนึ่งที่ปฏิบัติภารกิจในคืนอันโหดร้าย เมื่อสิ่งต่างๆ เริ่มเลวร้ายในเมืองแรคคูนซิตี้ และพวกเขาต้องนำบางอย่างจากจุด A ไปจุด B และในขณะที่เดินทาง พวกเขาก็จะได้พบกับสิ่งต่างๆ แบบเดียวกับที่คุณพบในเกม

 

ผมต้องการคงความซื่อตรงไว้ เช่น คุณเริ่มด้วยปืนพก พัฒนาไปเป็นปืนลูกซอง และในที่สุดคุณก็พบ MP5 คุณกังวลเรื่องจำนวนกระสุนเสมอ คุณได้รับบาดเจ็บ

 

และสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด มันเป็นความท้าทายที่สนุกมากสำหรับผมในการพยายามเขียนเกมให้เป็นหนังครับ

 

Resident-Evil-4_2023_09-18-23_009-1024x576

ตามที่คุณกล่าวว่านี่ไม่ใช่การนำเกมมาเล่าใหม่ แต่เป็นสิ่งที่ตั้งอยู่ในโลกเดียวกัน อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าจำเป็นต่อโลกของ Resident Evil?

Zach Cregger: โลกของ Resident Evil คือการที่ไวรัสที (T-virus) ที่บริษัทอัมเบรลลา (Umbrella Corporation) ต้องรับผิดชอบ ได้ก่อให้เกิดการระบาดของซอมบี้กลายพันธุ์ที่น่ากลัว ดังนั้นสิ่งต่างๆ จึงวุ่นวายไปทุกที่ที่คุณมอง และนั่นเป็นสนามเด็กเล่นที่สนุกสำหรับผมครับ

 

resident-evil-movie-reboot (8)

เราเคยเห็นฮีโร่ในเกม Resident Evil อย่าง Leon แน่นอนว่าเขามีทักษะทางยุทธวิธี ผ่านการฝึกฝน และรู้ว่ากำลังทำอะไร

แต่เราก็มีตัวละครใหม่ๆ อย่าง Ethan Winters (ภาค 7 และ Village) และ Grace (Resident Evil Requiem) ที่เหมือนถูกโยนเข้าไปในโลกนี้โดยไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร

Bryan จะเดินตามรอยนั้นในการพยายามค้นหาว่าจะทำอย่างไรต่อไปหรือไม่?

Zach Cregger:  Bryan เป็นเหมือนตัวแทน (avatar) สำหรับผม และคนดู  หรือเป็นสิ่งที่ผม “คาดหวัง” ว่าผู้เล่นเกมทั่วไปจะตอบสนอง หากพวกเขาถูกผลักเข้าไปใน โลกของเกมด้วยตัวเอง

 

ดังนั้นเขาจึงเป็นแค่คนธรรมดา เขาไม่ได้เก่งกาจในการต่อสู้ในรูปแบบใดเลย เขาแข็งแรงแต่ไม่ใช่คนบ้าพลัง เขาแค่เป็นผู้ชายคนหนึ่ง เป็นคนจิตใจดีที่โชคร้ายและถูกดูดเข้าไปในฝันร้าย

 

ดังนั้นมันจึงสนุกมากที่ได้คิดว่า ฉันจะตอบสนองอย่างไรจริงๆ ถ้าเห็นหมากลายพันธุ์กระโจนใส่? อารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาจะเป็นอย่างไร? และ Austin  เขาเหมาะกับบทนี้ที่สุดครับ

 

 resident-evil-movie-reboot (1)

ในเกม Resident Evil สภาพแวดล้อมต่างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นตัวละครตัวหนึ่ง สภาพแวดล้อมแบบไหนที่คุณรู้สึกว่าจะสำคัญที่สุดสำหรับหนังเรื่องนี้?
Zach Cregger: ผมคิดว่ากุญแจสำคัญสำหรับสภาพแวดล้อมในการทำหนังจาก Resident Evil คือมันต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าภาค 2 จะโด่งดังจากการที่พื้นที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในที่แห่งเดียวคือสถานีตำรวจ แต่คุณก็ยังคงต้องปลดล็อกพื้นที่ใหม่ๆ ภายในนั้น และในที่สุดคุณก็ลงไปที่ลานจอดรถ แล้วก็ไปยังที่อื่นๆ

 

 

ดังนั้นสภาพแวดล้อมต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และคุณต้องสามารถค้นพบสถานที่ใหม่ๆ ได้ นั่นคือสิ่งที่หนังเรื่องนี้เน้นย้ำมาก คุณอยู่ในการเดินทาง และคุณจะไม่ได้ใช้เวลาอยู่ที่ไหนที่หนึ่งนานเกินไป และทุกที่ใหม่ที่คุณไปถึงก็จะมีอันตรายที่แปลกใหม่รออยู่ครับ

 

10-thing-about-resident-evil-village (14)

ตามที่คุณกล่าวว่าหนังเรื่องนี้เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากเกม แต่คุณรู้สึกอยากจะใส่ Easter Eggs จากในเกมเข้าไปบ้างไหม?

Zach Cregger: ใช่ครับ มี Easter Eggs จากเกมเยอะมาก และมันมากกว่าแค่เรื่องลำดับของอาวุธและการจัดการทรัพยากร

ภาค 4 น่าจะเป็นเกมที่ผมเล่นบ่อยที่สุด ดังนั้นผมจึงนำไอเทมฟื้นฟูเลือดมาใช้ ผมเลียนแบบมันมาเป๊ะๆ และใส่ลงในหนัง ผมไม่อยากพูดอะไรมากเกินไป แต่เหล่าเกมเมอร์จะเห็นและจดจำมันได้แน่นอน มีรายละเอียดทางภาพและทางธีมเล็กๆ น้อยๆ มากมาย มีความเป็นเกมอยู่ในนั้นเยอะมากแน่นอนครับ

 

 

มีอะไรที่คุณอยากจะฝากถึงแฟนๆ ก่อนที่หนังจะเข้าฉายไหม?

Zach Cregger: ผมรู้สึกละเอียดอ่อนมากกับการพูดถึงหนังในนามของแฟนเกม เพราะผมคิดว่าแฟนๆ บางคนจะมีความสุขก็ต่อเมื่อผมเล่าเรื่องตามในเกม ซึ่งผมไม่ได้ทำแบบนั้น เพราะผมรู้สึกว่าผมจะทำมันได้ไม่ดีเท่าต้นฉบับ ผมรู้สึกว่าเกมทำหน้าที่เล่าเรื่องราวนั้นได้ยอดเยี่ยมมากอยู่แล้วครับ

 

10-funny-scene-resident-evil (4)

ถ้าคุณต้องติดอยู่ในโลกที่คุณสร้างขึ้นเอง คุณอยากให้ตัวละครจากเกม Resident Evil คนไหนมาช่วย?

Zach Cregger: โอ้ อันนั้นง่ายมากครับ ถ้าผมติดอยู่ในหนังของตัวเองและเลือกตัวละคร Resident Evil ได้สักคน ผมจะเลือก Leon เพราะผมจะกอดเขาไว้แน่นๆ หลับตาลง แล้วปล่อยให้เขาปกป้องผมครับ

 

 

 

 

 

 

Resident Evil ฉบับรีบูตผลตอบรับ “รอบทดสอบ” อยู่ในระดับดีเยี่ยม

ระทึกจัดเต็มจนถูกยกเป็น Fury Road สายสยองขวัญ

ที่มา thepopverse  / worldofreel 

resident-evil-movie-reboot (3)

โปรเจกต์ภาพยนตร์ Resident Evil ฉบับรีบูตใหม่ภายใต้การกำกับของ Zach Cregger ผู้กำกับไฟแรงที่เคยฝากผลงานสุดระทึกอย่าง Barbarian และ Weapons กำลังกลายเป็นที่จับตามองอย่างมาก หลังจากมีรายงานผลการฉายรอบทดสอบ (Test Screening) ออกมาในเชิงบวกอย่างยิ่ง โดยผู้ชมส่วนใหญ่ต่างชื่นชมในความดุดันและการนำเสนอที่ฉีกไปจากภาพยนตร์ดัดแปลงจากเกมเรื่องอื่นๆ ที่เคยมีมา

 

เนื้อหาหลักของภาพยนตร์ภาคนี้จะมีความยาวเพียง 90 นาที ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าเป็น 90 นาทีที่อัดแน่นไปด้วยความระทึกแบบไม่มีพัก จนได้รับคำนิยามว่าเป็น Mad Max: Fury Road ในเวอร์ชันหนังสยองขวัญ

 

ตัวหนังได้รับงบประมาณสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์เพื่อให้ Cregger มีอำนาจเด็ดขาดในการสร้างสรรค์ผลงานตามวิสัยทัศน์ของตัวเอง โดยเน้นไปที่การสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดและการใช้เอฟเฟกต์แบบ Practical Effects เป็นหลักเพื่อให้สมจริงและสยดสยองที่สุด

resident-evil-movie-reboot (11)

แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะใช้ฉากหลังเป็นเมืองแรคคูนซิตี้และมีสัตว์ประหลาดที่แฟนเกมคุ้นเคยปรากฏตัวออกมา แต่ผู้กำกับ Zach Cregger ยืนยันว่าเขาตั้งใจสร้างทางเดินใหม่ให้กับแฟรนไชส์ โดยจะไม่ยึดติดกับเนื้อเรื่องเดิมในเกมหรือภาพยนตร์เวอร์ชันก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัด แต่จะหยิบยืมโทนความสยองขวัญและความโกลาหลมาจากภาพยนตร์คลาสสิกอย่าง Evil Dead II มาเป็นแรงบันดาลใจแทน

 

ทาง Sony Pictures แสดงความมั่นใจในโปรเจกต์นี้อย่างมากด้วยการเปิดไฟเขียวให้ผู้กำกับทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจากกระแสตอบรับในรอบทดสอบที่ระบุว่าตัวหนังมีความเป็นภาพยนตร์สูงและรุนแรงระดับเรต R ก็น่าจะทำให้แฟนหนังสายโหดและแฟนเกมที่อยากเห็นทิศทางใหม่ๆ ของซีรีส์นี้สมหวังกันได้ไม่ยาก

 

ได้ตัวตากล้องมือฉมังระดับโลก Dariusz Wolski ร่วมงาน

 resident-evil-movie-reboot (1)

โปรเจกต์ภาพยนตร์ Resident Evil ฉบับรีบูตจากผู้กำกับ Zach Cregger ในเวลานี้กำลังเดินหน้าถ่ายทำแล้วในกรุงปราก และมีการเปิดเผยว่าได้ดึงตัวตากล้องชั้นนำระดับโลก Dariusz Wolski (ดาริอุสซ์ วอลสกี) มารับตำแหน่งผู้กำกับภาพ (Director of Photography หรือ DP) โดย Wolski  เป็นผู้กำกับภาพชาวโปแลนด์ที่อาศัยและทำงานในลอสแอนเจลิสมาหลายปี เขาได้ร่วมงานกับดาราดังระดับโลกมากมาย อาทิ อัล ปาชิโน, แมตต์ เดมอน, ไมเคิล ดักลาส และ กวินเน็ธ พัลโทรว์  และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขากำกับภาพจากภาพยนตร์เรื่อง “News from the World” ในปี 2021 ด้วย

 

Wolski ช่างภาพมือเก๋าชาวโปแลนด์ เป็นที่รู้จักจากผลงานร่วมกับผู้กำกับชื่อดัง Ridley Scott ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Prometheus  นอกจากนี้เขายังมีผลงานเด่นใน Dark City และ Sweeney Todd / Pirate of Caribean การมาของ Wolski ทำให้โปรเจกต์นี้ดูน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีช่างภาพไม่กี่คนในโลกที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างบรรยากาศ ความยิ่งใหญ่ และความตึงเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าเขา…การร่วมงานกับ Wolski ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับ Cregger เนื่องจากในภาพยนตร์ Barbarian ผู้กำกับภาพคือ Zach Kuperstein ส่วนใน Weapons นั้น Cregger ได้ให้ Larkin Seiple มารับหน้าที่แทน

 

Resident Evil 9  Requiem (9)  

Cregger ซึ่งเป็นแฟนตัวยงของแฟรนไชส์เกมนี้มาอย่างยาวนาน ได้เปิดเผยว่าภาพยนตร์ของเขาจะไม่ใช่การดัดแปลงจากเนื้อเรื่องในเกมแบบเป๊ะ ๆ แต่จะเป็นเรื่องราวใหม่ที่คงไว้ซึ่งโทนและบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของ Resident Evil

 

ซึ่งการประกาศนี้ทำให้แฟน ๆ เกมบางส่วนไม่พอใจนัก เพราะแฟรนไชส์ภาพยนตร์ Resident Evil มีประวัติที่ไม่ค่อยดีนักบนจอเงิน ภาพยนตร์ฉบับก่อนหน้า 6 ภาคที่นำแสดงโดย Milla Jovovich ได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบเป็นอย่างมาก เพราะเนื้อหาที่แตกต่างจากเกมไปไกลลิบ แม้จะสามารถทำรายได้รวมทั่วโลกไปกว่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ก็ตาม

 

 

 

 

ในมุมมองแอดมิน

resident-evil-movie-reboot (4)

ถ้าว่ากันตามจริง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีภาพยนตร์ Resident Evil แบบไลฟ์แอ็กชัน เรื่องใดที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของเกมได้อย่างแท้จริง แม้ว่าทาง Screen Gems ของ Sony ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ Resident Evil ทุกเรื่องที่ผ่านมา แต่ลิขสิทธิ์ของเรื่องนี้กลับถูกแย่งชิงไป เนื่องจาก Cregger มีอิทธิพลในบ็อกซ์ออฟฟิศ ด้วยผลงานเขย่าขวัญอย่าง Barbarian ที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์และประสบความสำเร็จอย่างมาก 

 

และจนถึงวันนี้ ในมุมมองของแอดมินเอง ที่ก็น่าจะนับเป็นแฟนเกม Resident Evil ชั้นปลายแถว (55+) ที่ได้ติดตามข่าวนี้ และตามข้อมูลที่หลุดออกมาเป็นระยะๆมาตลอด มองว่าแนวทางการกำกับของ Zach Cregger ในครั้งนี้ถือเป็น “ความเสี่ยงสูง” และเป็นทิศทางที่น่าสนใจมากครับ โดยสามารถวิเคราะห์เจาะลึกออกมาได้เป็นประเด็นหลักๆ ดังนี้

 

resident-evil-movie-reboot (6)

1. การก้าวข้าม “คำสาปหนังจากเกม” ด้วยความเรียบง่าย

ที่ผ่านมา หนัง Resident Evil มักจะตกม้าตายเพราะพยายามยัดเยียดเนื้อหา (Lore) ที่ซับซ้อน หรือพยายามทำตัวละครให้เหมือนเกมจนดูฝืน แต่ Cregger เลือกใช้สูตร “Minimal Plot, Maximal Tension” การที่หนังยาวแค่ 90 นาทีและจากข่าวที่หลุดออกมาหลังรอบ Screen Test ก็ถูกเปรียบเทียบกับหนังสุดเดือดอย่าง Mad Max : Fury Road ด้วย…หมายความว่าหนังอาจจะตัดส่วนเกินที่เป็นบทน่าเบื่อออก แล้วแทนที่ด้วยการขับเคลื่อนด้วยสถานการณ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเกมแนว Survival Horror จริงๆก็เป็นไปได้ครับ…

 

2. ตัวเอกแบบ “คนธรรมดา” (The Player Avatar Concept)

การเลือกใช้ตัวละคร “ไบรอัน” ที่เป็นเพียงพนักงานส่งของ แทนที่จะเป็นซูเปอร์ฮีโร่อย่าง คริส หรือ ลีออน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมาก เพราะถ้าเป็นตัวละครชาวบ้านธรรมดาๆ จะสามารถถ่ายทอด ความกลัวที่จับต้องได้ เมื่อตัวเอกไม่ใช่ทหารที่มีทักษะการต่อสู้ ผู้ชมจะรู้สึกถึงความเปราะบางและอันตรายที่อยู่รอบตัวได้มากกว่าแบบที่เกม Resident Evil 7 เคยทำมาแล้ว และประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย และยังมี การเชื่อมโยงกับผู้เล่นอย่างมาก  เพราะบทแบบนี้ จะถูกเขียนมาให้เป็นเหมือน “ร่างอวตารของผู้ชมที่ไม่รู้อะไรเลย” โดดเข้ากลางวงความวุ่นวาย และหาทางเอาตัวรอดไปถึงจบเรื่อง และเดาอะไรไม่ได้ ทำให้ผู้ชมเหมือนดูใครสักคน “เล่นเกม” ในระดับโปรดักชันภาพยนตร์ระดับโลก

 

resident-evil-movie-reboot (15)
3. งานสร้างแบบ Practical Effects และบรรยากาศยุค 90
การที่ Cregger ยืนยันจะใช้ Practical Effects (เอฟเฟกต์จริงที่ไม่ใช้ CGI ทั้งหมด) และสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมือนเกมภาคแรกๆ คือสิ่งที่แฟนเดนตายโหยหามาตลอด ส่งผลต่อความสยดสยองของเหล่า “ผีชีวะ” ที่มีตัวตนจริงๆ จะให้มิติความกลัวที่ลึกกว่าภาพกราฟิกจากคอมพิวเตอร์ ที่เดี๋ยวหาว่าลอยบ้าง ไม่เนียนบ้าง ทำเป็นพร๊อพไปเลย จบๆ  ซึ่งสอดคล้องกับข่าวที่ออกมาก่อนหน้าว่าโทนหนังจะได้รับแรงบันดาลใจจาก Evil Dead II ก็สามารถบ่งบอกได้ว่ามันจะมีความดิบ ความเพี้ยน และความรุนแรงที่ “ถึงลูกถึงคน” ซึ่งเหมาะกับเรต R อย่างยิ่ง

 

4. วิสัยทัศน์ของผู้กำกับที่ “กล้าฉีก”
แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่าเขาไม่เคยดูหนังเวอร์ชันเก่าหรือพยายามจะไม่อิงเนื้อเรื่องเดิม แต่สำหรับแฟรนไชส์ที่ถูกรีบูตซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่าง Resident Evil การ “ล้างกระดานใหม่” โดยผู้กำกับที่มีลายเซ็นชัดเจนอย่าง Cregger อาจเป็นทางรอดเดียวที่ทำให้หนังซีรีส์นี้กลับมามีความเป็น Cinematic อีกครั้ง แทนที่จะเป็นแค่สินค้าแฟนเซอร์วิสทั่วไป และระดับผกก.รางวัลออสการ์ติดมือ และทีมตากล้องระดับเซียนนี้ ส่วนตัวคิดว่า ไม่น่าออกมาลวกๆ …แต่อาจจะทำให้แฟนๆเกมบางส่วนที่อยากเห็นตัวละครดังๆที่รักอยู่บนจอใหญ่ ไม่ปลื้มแน่นอน…

 

resident-evil-infinite-darkness-review (1)

ถึงจะเหนื่อยใจกับการตามแฟรนไชส์หนังชุดนี้ แต่ก็ยอมรับว่า ตื่นเต้นทุกครั้งที่มีข่าว

แม้จะลงเอยด้วยความผิดหวังมาหลายครั้งแล้วก็ตามที

ก็อย่างว่า เหมือนไปก็เป็นหนังคอสเพลย์…

จะทำหลุดไปก็เละเทะ

งานไม่ง่ายครับ สำหรับการบาลานซ์ให้เป็นภาพยนตร์ที่ดีได้เรื่องนึงเนี่ย….

blue-umbrella-resident-evil (10)

นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ของ Sony ที่เลือก

ความ “สด” และ “สไตล์” นำหน้า “ชื่อตัวละคร”

หากทำสำเร็จ เราอาจจะได้เห็นมาตรฐานใหม่ของการดัดแปลงวิดีโอเกม

ที่ไม่ต้องเล่าเรื่องตามเกมเป๊ะๆ

แต่เก็บ “จิตวิญญาณ”

ของความกลัวเอาไว้ได้ครบถ้วนครับ

 

 

 

ภาพยนตร์ Resident Evil ฉบับใหม่นี้จะจัดจำหน่ายโดย Sony และมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 18 กันยายน 2026

 

 

 

แอดมิน AK47

 

 

#ResidentEvil #ResidentEvilMovie #ZachCregger #SonyPictures #RaccoonCity #ข่าวหนัง