วงการการ์ดสะเทือน PSA ถูกฟ้อง เรื่องมาตรฐานให้เกรดไม่โปร่งใสและอาจบิดเบือนตลาด
02 สิงหาคม 2569 05:42 น.
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+

psa-class-action-lawsuit-card-grading-controversy-2026 (1)

 

PSA ถูกฟ้อง ปมมาตรฐานการให้เกรดการ์ด ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสและความเป็นกลาง

ที่มา 

gamerant.com

แอเรียล กิฟเวอร์ ทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายบริษัทในอุตสาหกรรมฟินเทค @MonkeDAO ผู้ก่อตั้ง @givnerlaw

 

บริษัท PSA (Professional Sports Authenticator) หนึ่งในผู้ให้บริการตรวจสอบและให้เกรดการ์ดสะสมที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเผชิญคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มในสหรัฐอเมริกา หลังถูกกล่าวหาว่ามีมาตรฐานการให้คะแนนที่ไม่สม่ำเสมอ และอาจโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับความเป็น “ระบบประเมินที่เป็นกลาง”

 

คดีดังกล่าวถูกยื่นต่อศาลแขวงรัฐแมริแลนด์  เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยโจทก์ระบุว่าปัญหาของ PSA ไม่ใช่เพียงการให้คะแนนที่ผิดพลาดเป็นครั้งคราว แต่เป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาตั้งแต่การ์ดใบแรกที่บริษัทเคยให้เกรด

 

 

โจทก์กล่าวหา PSA ใช้ “ความสวยงามของการ์ด” มากกว่าหลักเกณฑ์ที่เป็นรูปธรรม

 

ภาพจากทวิตของ แอเรียล กิฟเวอร์ 

 

psa-class-action-lawsuit-card-grading-controversy-2026 (3)

สาระสำคัญของคำฟ้องระบุว่า PSA โฆษณาว่าการให้เกรดเป็นกระบวนการที่มีมาตรฐานและเป็นกลาง แต่ในความเป็นจริง การตัดสินอาจอาศัย “Eye Appeal” หรือความสวยงามโดยรวมของการ์ด มากกว่าหลักเกณฑ์เชิงวัดที่ชัดเจน

นอกจากนี้ คำฟ้องยังตั้งข้อสงสัยถึงคุณสมบัติของผู้ตรวจการ์ด หรือ Graders (เกรดเดอร์) ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ตัดสินมูลค่าการ์ดที่อาจมีราคาตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท แต่บริษัทไม่เปิดเผยตัวตนหรือข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประเมิน ทำให้ลูกค้าไม่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือหรือประสบการณ์ของผู้ให้คะแนนได้

 

 

 

ย้อนถึงการ์ดระดับตำนาน Honus Wagner

psa-class-action-lawsuit-card-grading-controversy-2026 (4)

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือการ์ดเบสบอลระดับตำนาน T206 Honus Wagner ซึ่งเป็นหนึ่งในการ์ดที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

โจทก์อ้างว่า PSA เคยให้เกรดการ์ดใบดังกล่าว ทั้งที่บริษัททราบอยู่แล้วว่าการ์ดถูกดัดแปลงก่อนนำมาตรวจสอบ ซึ่งหากข้อกล่าวหานี้พิสูจน์ได้จริง ก็อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบการรับรองของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

 

 

กล่าวหาควบคุมจำนวนเกรด Gem Mint 10 เพื่อดันราคา

ข้อกล่าวหาที่รุนแรงที่สุดคือ PSA ถูกกล่าวหาว่าอาจจำกัดจำนวนการ์ดที่ได้รับเกรด Gem Mint 10 ในการ์ดบางรุ่นโดยเจตนา

 

โจทก์ระบุว่า หากการ์ดได้รับเกรดสูงสุดน้อยลง จะทำให้จำนวนสินค้าที่มีคุณภาพสูงในตลาดลดลง ส่งผลให้ราคาซื้อขายสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ก็อาจเข้าข่ายการบิดเบือนกลไกตลาดการ์ดสะสม

 

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่าง PSA กับบริษัทแม่ Collectors Holdings โดยอ้างว่าอาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนที่ไม่ได้เปิดเผยต่อผู้ใช้บริการ

 

ปัจจุบัน โจทก์เรียกร้องให้ศาลรับรองสถานะคดีแบบกลุ่ม พร้อมเรียกค่าเสียหายทางการเงิน และผลักดันให้ PSA ปรับปรุงแนวทางการดำเนินธุรกิจให้มีความโปร่งใสมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ PSA เพิ่งประกาศระงับการรับการ์ดในบริการระดับ Value และ Bulk ชั่วคราว หลังบริษัทระบุว่ามีการ์ดค้างในระบบมากกว่า 10 ล้านใบ

 

บริษัทอธิบายว่าความนิยมของเกมการ์ดอย่าง Pokémon และ One Piece ทำให้ปริมาณงานเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และจะกลับมาเปิดรับบริการดังกล่าวอีกครั้งเมื่อจำนวนการ์ดค้างลดลงต่ำกว่า 5 ล้านใบ

 

 

psa-class-action-lawsuit-card-grading-controversy-2026 (5)

แม้คดีนี้จะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการการ์ดสะสมทั่วโลก แต่สิ่งสำคัญคือ ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังอยู่ในขั้นตอนของการฟ้องร้อง และ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในศาล

ดังนั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า PSA กระทำผิดตามที่โจทก์กล่าวอ้าง

 

อย่างไรก็ตาม หลายประเด็นในคำฟ้องสะท้อนข้อสงสัยที่นักสะสมจำนวนไม่น้อยพูดถึงมานาน เช่น

 

ทำไมการ์ดใบเดียวกันส่งตรวจหลายครั้งจึงได้คะแนนไม่เท่ากัน?
เหตุใดเกณฑ์ “Eye Appeal” จึงดูมีผลต่อคะแนน แม้ตำหนิทางกายภาพจะใกล้เคียงกัน?
ระบบการให้เกรดของมนุษย์สามารถเป็น “Objective” ได้จริงหรือ?

 

ความจริงแล้ว วงการการ์ดสะสมยอมรับกันมานานว่าการให้เกรดยังมีองค์ประกอบของการใช้ “ดุลยพินิจ” อยู่เสมอ

 

ต่อให้บริษัทมีคู่มือมาตรฐานเพียงใด การประเมินสภาพการ์ดก็ยังต้องอาศัยการตัดสินของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอาจทำให้เกิดความแตกต่างของผลลัพธ์ได้

 

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการ “จำกัดจำนวนเกรด PSA 10″ ถือเป็นประเด็นที่ร้ายแรงที่สุด

เพราะหากมีหลักฐานพิสูจน์ได้จริง จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของตลาดการ์ดทั่วโลกอย่างมหาศาล

แต่ในทางกลับกัน ข้อกล่าวหานี้ก็ต้องอาศัยหลักฐานที่หนักแน่นมากๆ เนื่องจากเป็นการกล่าวหาว่าบริษัทจงใจบิดเบือนกลไกตลาด ซึ่งคนเล่นรู้กกันว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ”

 

ในอีกด้านหนึ่ง PSA ยังคงเป็นผู้นำตลาดการ์ดสะสมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และตลอดหลายปีที่ผ่านมา การ์ดที่ผ่านการรับรองจาก PSA ยังคงได้รับความเชื่อถือจากนักลงทุนจำนวนมาก

 

ดังนั้น คดีนี้เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เปลี่ยนภาพรวมของอุตสาหกรรมในทันที แต่หากมีข้อมูลหรือคำตัดสินที่ยืนยันข้อกล่าวหาบางส่วน ก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจการให้เกรดการ์ดต้องเปิดเผยกระบวนการทำงาน มีมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ และอาจนำเทคโนโลยี เช่น AI หรือระบบวิเคราะห์ภาพ มาใช้มากขึ้นเพื่อลดความคลาดเคลื่อนจากการใช้ดุลยพินิจของมนุษย์

psa-class-action-lawsuit-card-grading-controversy-2026 (6)

สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ควรติดตามคือ

คำชี้แจงจาก PSA และ ความคืบหน้าของกระบวนการพิจารณาคดี

ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้มีน้ำหนักมากเพียงใด?

และจะส่งผลต่ออนาคตของวงการการ์ดสะสมหรือไม่?

 

 

แอดมิน AK47

 

ที่มา 

gamerant.com

แอเรียล กิฟเวอร์ ทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายบริษัทในอุตสาหกรรมฟินเทค @MonkeDAO ผู้ก่อตั้ง @givnerlaw

 

 

 #PSA #PokemonTCG #TradingCards #CardGrading #TCG #PokemonCards #OnePieceCardGame #Collectibles #ClassAction #ข่าวเกม