ธี่หยด: สมิงเขาขวาง
แนว: ระทึกขวัญ,แอ็คชั่น
กำกับกับโดย: ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์. ธนเดช ประดิษฐ์
นำแสดงโดย: ณเดชน์ คูกิมิยะ, เมลดา สุศรี, องอาจ เจียมเจริญพรกุล
กำหนดเข้าฉาย: 30 กันยายน 2569
แม้ว่าภาพยนตร์ไตรภาคอย่าง ‘ธี่หยด’ จะจบเป็นที่เรียบร้อย แต่ด้วยความฮิตสนั่นก็ทำให้แฟนๆต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อกับเรื่องราวของจักรวาลภาพยนตร์ชุดนี้อย่างแน่นอน ซึ่งทาง เอ็ม สตูดิโอ กับ ช่อง 3 ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหนังชุดนี้ ตัดสินใจสานต่อเรื่องราวในภาพยนตร์ชื่อ ธี่หยด: สมิงเขาขวาง หนังภาคแยกของจักรวาลที่หยิบผลงานจากปลายปากกา “กฤตานนท์” ผู้ให้กำเนิดนิยายจักรวาลธี่หยด นั่นเอง
เรื่องย่อ
เรื่องราวใน ธี่หยด:สมิงเขาขวาง จะถูกวางเป็นภาคแยก (Spin-off)โดยจะเล่าเรื่องราวช่วงก่อนเหตุการณ์ภาคแรก ที่จะพาผู้ชมย้อนกลับไปในช่วงปี1968เมื่อ ยักษ์ และ จ่าประพันธ์ สมัยยังเป็นทหาร
โดยทั้งสองได้รับภารกิจให้ออกตามหาทหารหน่วยข่าวกรองคนหนึ่งที่หายตัวไปในป่าลึกของเขาขวาง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อจากตำนานของ “ไอ้โหง” เสือสมิงแปลงร่างได้ ร่ำลือกันว่ามันมีพลังอมตะ
ยักษ์ และ จ่าประพันธ์ ได้นำหน่วยทหารชั้นยอดเข้าสู่ป่าลึกเพื่อตามหานายทหารที่หายสาบสูญและล่าอสูรกายกินคนที่ว่านี้ เมื่อเส้นแบ่งระหว่างคนกับอสูรกายเริ่มเลือนราง พวกเขาต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากความสยดสยองของไอ้โหง และปกป้องน้ำเพชร ลูกสาวของจ่าประพันธ์ จากคมเขี้ยวของมัน
REVIEW
พล๊อตโคตรจะบีเลยพรี่จ๋า แต่สนุกนะว่าไป
ถ้าดู ธี่หยด: สมิงเขาขวาง ด้วยสายตาคนเล่นเกม บอกตรง ๆ ว่าหนังเรื่องนี้ให้อารมณ์เหมือนกำลังดู Resident Evil ยุคภาค 1-2-3 ฉบับไทย แบบแทบไม่ต้องพยายามตีความอะไรให้ซับซ้อนเลย
มีหน่วยพิเศษที่รับภารกิจบางอย่างแล้วต้องบุกเข้าไปในป่าที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุด มีผี มีสิ่งมีชีวิตประหลาด มีการเอาตัวรอดเป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่มีกระสุนที่ดูเหมือนไม่จำกัด ยิงกันตูมตามแบบไม่มีเวลามานั่งนับกระสุน มีสถานีวิทยุร้างและพื้นที่ปิดที่บีบให้ตัวละครต้องเข้าไปอยู่ในห้องแคบ ๆ จำกัดมุมมอง มีบอสที่ช่วงหนึ่งทำได้เพียงยิงสกัด ที่ออกไล่ล่ากลุ่มตัวเอก และสุดท้ายก็มีบอสไฟท์ที่ทั้งตึงมือ ทั้งเว่อร์วังเกินจริง แต่กลับดูสนุกเฉย มันคือสูตรสำเร็จของเกม Survival Horror ที่ถูกหยิบมาประกอบใหม่ด้วยความเชื่อและเรื่องเล่าพื้นบ้านของไทย
และที่น่าสนใจก็คือ ภาคนี้สนุกขึ้นจากภาคก่อนอย่างเห็นได้ชัด เหมือนทีมสร้างเริ่มรู้แล้วว่าตัวเองอยากทำหนังแบบไหน …
จุดที่ชอบมากของภาคนี้คือ หนังไม่เสียเวลาอธิบายอะไรเยอะเกินไป หลังจากปูสถานการณ์มาได้ระดับหนึ่ง เรื่องก็พาคนดูเข้าไปในป่าแล้วเดินหน้ากับความวุ่นวายแบบยาว ๆ ทันที
ความเป็นหนังแอคชั่นเอาตัวรอดในป่า จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญมากกว่าการเล่าเรื่องแบบภาคก่อน ๆ ตัวละครต้องรับมือทั้งกับดักของพราน สภาพแวดล้อมที่อันตราย ผีในป่า รวมถึงสัตว์ที่เราไม่รู้ว่าจะโผล่มาเมื่อไหร่ แล้วรับมือยังไง
และหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ภาคนี้มีความเป็น “หนังผีไทย” มากขึ้น ก็คือการนำเอา ช้าง เสือ และความเชื่อเรื่องอาคม เข้ามาอยู่ในโลกของเรื่อง ทั้งเวทมนต์คาถา พลังอาถรรพ์ของคุณไสย โดยเฉพาะ “เสือสมิง” ที่กลายเป็นศูนย์กลางของเรื่องราวในภาคนี้
จากวังวนของผีชุดดำในภาคก่อน หนังเปลี่ยนมาเล่าเรื่องของเสือสมิงที่เป็นร่างจำแลงของผู้ใช้วิชาอาคม เพื่อออกล่าเหยื่อและนำไปสังเวย เพื่อคงไว้ซึ่งวิชาอาคมของตัวเอง
ไอเดียตรงนี้ทำให้ ธี่หยด เปลี่ยนบรรยากาศจากหนังผีที่เราคุ้นเคย ไปสู่หนังเอาตัวรอดในป่าที่มีทั้งความเชื่อ ไสยศาสตร์ และสัตว์ร้ายเข้ามารวมกัน
การนำ “เสือ” มาเป็นภัยหลักของเรื่องถือว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจ เพราะเราได้เห็นเสือในรูปแบบที่แตกต่างจากภาพจำของเรื่องเล่าพื้นบ้าน มันมีความน่ากลัวแบบ เสือซอมบี้ ร่างกายดูผุพัง ดุดัน และมีความเป็นสัตว์ประหลาดมากกว่าเสือธรรมดา
แต่ขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้หนังหลุดจากความสมจริงมากที่สุด เพราะ CG ของเสือในหลายฉากยังไม่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะฉากที่ต้องปะทะกับตัวละครจริง ๆ ยิ่งถ้าได้ดูบนจอขนาดใหญ่อย่าง IMAX จุดนี้ยิ่งเห็นชัด ทั้งอาการแตกของภาพและรายละเอียดของ CG ที่ดูโดดออกมาจากฉาก บางซีนถึงขั้นให้ความรู้สึกเหมือนงานละครโทรทัศน์มากกว่าหนังฟอร์มใหญ่
แต่สิ่งที่อดขำไม่ได้คือ เมื่อเอาทุกอย่างมารวมกัน หนังกลับมีความเป็น Resident Evil สูงมากแบบที่แทบไม่ต้องพยายามหาเหตุผล
ตัวละครติดอยู่ในพื้นที่จำกัด ,ต้องสำรวจสถานที่ร้าง ,ต้องเอาตัวรอดจากสิ่งมีชีวิตที่ไล่ล่า ,มีผีดิบ ,มีการยิงสกัด ,มีบอสไฟท์ , มีการวิ่งหนี , มีฉากที่ตัวละครต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีทางรอด
และแน่นอน…กระสุนก็เหมือนจะมีให้ใช้เรื่อย ๆ แบบเหมือนเล่น NG+
โดยเฉพาะสถานีวิทยุร้างและพื้นที่ปิดต่าง ๆ ที่หนังใช้สร้างสถานการณ์บีบคั้น มันให้อารมณ์เหมือนกำลังเดินสำรวจหาห้อง Safe Room สลับกับพื้นที่อันตรายในเกม Survival Horror เพียงแต่เปลี่ยนจากคฤหาสน์ มาเป็นในป่าไทยๆ
ส่วนบอสก็มาในสูตรที่คนเล่นเกมคุ้นเคยมาก ช่วงแรกมันคือ ฝ่ายไล่ล่า ที่เราอาจทำได้แค่ยิงสกัดหรือถ่วงเวลา และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็เข้าสู่บอสไฟท์แบบเต็มตัวอย่างในท้ายเรื่อง บอกเลยว่า โม้มาก …แต่เป็นความโม้ที่ดูสนุก
ถึงจะรู้ว่าหลายอย่างมันเกินจริง แต่จังหวะการต่อสู้และการนำเสนอทำให้เราดูต่อได้แบบไม่อยากละสายตา
ถึงหนังจะมีองค์ประกอบของหนังเอาตัวรอดและหนังสยองขวัญค่อนข้างครบ แต่ส่วนตัวกลับรู้สึกว่า ความโหด ความสยอง และบรรยากาศหลอนในป่ายังไปได้อีก
หลายฉากมีศักยภาพที่จะทำให้คนดูรู้สึกกลัวจริง ๆ แต่กลับถูกเล่าแบบรวบรัด เหมือนหนังต้องการพาเราไปยังฉากถัดไปให้เร็วที่สุด จนบางช่วงรู้สึกเหมือนงานถูกเร่ง รวมไปถึงความสัมพันธืของตัวละครที่ยังลากให้เราอินตามไม่ได้มากนัก เพราะจังหวะการเล่าที่รวดเร็ว ฉับไว เน้นสถาการรืตรงหน้าแบบ 1 2 3 ไล่ไปเรื่อยๆ
บรรยากาศของป่าที่ควรจะเป็นพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายก็ยังไม่ได้ถูกใช้จนสุดทาง ทั้งที่หนังมีวัตถุดิบที่ดีมาก ทั้งความมืด กับดักพราน เสียงสัตว์ ความเชื่อเรื่องผีและอาคม รวมถึงการไม่รู้ว่าภัยกำลังอยู่ตรงไหน ถ้าเพิ่มเวลาให้กับความเงียบ ความระแวง และการสร้างบรรยากาศอีกสักหน่อย ความหลอนของเรื่องน่าจะทำงานได้หนักกว่านี้
ในด้านนักแสดง ต้องบอกว่า พรี่ ณเดชน์ โคตรเท่
ตัวละครของเขายังคงมีพลังแบบพระเอกหนังแอ็กชันเต็มตัว และภาคนี้ก็เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความเป็น “ตัวลุย” มากขึ้น กวนประสาท ปากดีมากขึ้น เพราะยังเป็น พี่นยักษ์ในเวอร์ชั่นที่เป็นทหาร ก่อนเข้าสู่เรื่องราวในธี่หยด ไตรภาคแรก

ขณะที่ พี่แฉะ องอาจ ก็โดดเด่นขึ้นกว่าภาคก่อนอย่างชัดเจน จนหลายช่วงแทบจะกลายเป็นตัวเดินเรื่องหลักแทนยักษ์ไปแล้ว และดูหนุ่ม ดูแข็งแรงขึ้นมาก จากการที่เนื้อเรื่อง คือช่วงก่อนเกิดเหตุในธี่หยดภาคแรกนั่นเอง
ส่วน โบว์ เมลดา ก็สวยมาก และมีเสน่ห์บนจอแบบที่ดึงสายตาได้อยู่ตลอด
แต่พอเอาตัวละครทั้งหมดมายืนรวมกัน แล้วมองทั้งเสื้อผ้า หน้าผม อาวุธ และท่าทางของแต่ละคน ภาพรวมกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดู Resident Evil ฉบับ Parody ที่ถูกย้ายมาอยู่ในป่าไทย
และนี่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่สนุกนะ …ตรงกันข้าม มันเป็นหนึ่งในความสนุกของหนังเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ
ธี่หยด: สมิงเขาขวาง เป็นหนังที่ดูสนุก และชัดเจนกว่าภาคก่อนว่าตัวเองต้องการเป็นหนังแบบไหน มันลดการอารัมภบทที่เยิ่นเย้อ แล้วพาคนดูเข้าป่า เข้าโหมดเอาตัวรอด และจัดฉากแอ็กชันกับความสยองแบบต่อเนื่อง
มันมีทั้งผีดิบ บอส การไล่ล่า พื้นที่ปิด กระสุนที่เหมือนไม่จำกัด และบอสไฟท์สุดเว่อร์ จนถ้าเป็นเกม เราคงเรียกมันว่า Resident Evil: Thailand Edition ได้แบบไม่ต้องคิดมาก
ปัญหาคือหลายองค์ประกอบยังไปได้ไกลกว่านี้ ทั้งความสยอง บรรยากาศของป่า CG ของเสือ และความสมจริงของหลายฉาก ทำให้ระหว่างดูเราสนุก แต่ก็อดคิดไม่ได้ตลอดว่า “มันยังไปได้อีกนะ”
แต่ถ้าถามว่าแย่ไหม? ไม่แย่เลย ดีกว่าภาค 3 แน่นอนครับ
มันเป็นหนังที่มีความสนุกในตัวเอง และอย่างน้อยภาคนี้ก็เริ่มเห็นทิศทางที่ชัดขึ้นว่า ธี่หยด อยากเดินไปทางไหน ถ้ายังคิดจะทำต่อ อย่าง “กระสือยายเฟื้อง”
แต่หนังก็ไม่มี END CREDIT ใดๆนะครับ ไม่ต้องรอ ให้เป็นเรื่องของอนาคตกันไป…
แอดมิน AK47
5 เกร็ดน่าสนใจก่อนไปชม
1. ดัดแปลงจากนวนิยายในชื่อเดียวกัน
ธี่หยด: สมิงเขาขวาง เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกันของ คุณกฤตานนท์ ผู้โด่งดังจากเว็บ pantip ในการเขียนกระทู้เล่าเรื่อง ธี่หยด..แว่วเสียงครวญคลั่ง นวนิยายแนวผีสางและความเชื่อ จนเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ก่อนที่มันจะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ไตรภาคที่ประสบความสำเร็จ

2. ความแตกต่างระหว่างภาพยนตร์และนิยาย
ในเวอร์ชั่นนิยายจะเป็นเรื่องราวของ จ่ามหันต์ ที่ลาออกจากราชการทหารแล้วออกไปผจญภัยเผชิญกับสิ่งลี้ลับ ส่วนตัวละครหลักอย่าง ยักษ์ เป็นเพียงตัวละครรองลงมา จนเมื่อถูกดัดแปลงเป็นหนังโดยได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะการให้ยักษ์ขึ้นมาเป็นตัวละครหลักของเรื่อง แล้วให้จ่าประพันธ์เป็นคู่หู โดยจะวางเรื่องราวอยู่ในช่วงก่อนเหตุการณ์ภาคแรก ก่อนที่จะไปเผชิญกับวิญาณร้ายในภาคหลักอย่างที่เราได้ดูนั่นเอง

3. บรรยากาศดิบ เถื่อน และมืดหม่นกว่าเดิม
สำหรับธี่หยด: สมิงเขาขวาง นั้นได้วางโทนของหนังไม่ใช่เป็นเพียงหนังระทึกขวัญ แต่จะมีความดาร์กและเข้มข้นเป็นทวีคูณ ซึ่งทาง M Studio สตูดิโอผู้อยู่เบื้องหลังหนังชุดธี่หยดได้ออกมาเปิดเผยว่า
“ ในเชิงของโทนหนังจะมีความมืดหม่นและเข้มข้นกว่าเดิม โดยมีองค์ประกอบของแนวระทึกขวัญเอาชีวิตรอดที่แข็งแกร่ง และการตีความตำนานเสือสมิงที่น่าสะพรึงกลัว ผู้ชมจะได้สัมผัสกับความลุ้นระทึก ความลึกลับ และความกดดันอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับตัวละครตลอดทั้งเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายทั้งร่างกายและอารมณ์สำหรับทีมนักแสดง พวกเขาต้องรับบทหนักทั้งในฉากแอ็คชัน การแสดงทางอารมณ์ที่รุนแรง และการถ่ายทำในสถานที่ที่ยากลำบาก”

4. ไอ้โหง” เสือสมิงผู้เป็นอมตะ
นี่คือบอสใหญ่ประจำเรื่องที่พี่ยักษ์และจ่าประพันธ์ต้องเผชิญหน้า นั่นคือ เสือสมิงร้ายนามว่า ‘ไอ้โหง’ โดยตามรายละเอียดในนิยายได้กล่าวว่า มันคือ อสุรกายที่รวมเอาร่างของเสือร้ายและวิญญาณผีตายโหง (หรือไสยศาสตร์มนต์ดำ) เข้าไว้ด้วยกัน มีความสามารถในการล่อลวง กัดกินจิตวิญญาณ และแปลงกายเป็นมนุษย์เพื่อหลอกล่อเหยื่อได้อย่างแนบเนียน และด้วยพิษสงรอบตัวโดยเฉพาะการเป็นอมตะ อาวุธต่างๆไม่สามารถทำอะไรได้เลย มันจึงเป็นอสุรกายที่น่ากลัวที่สุดในเขาขวางและอาจจะน่ากลัวที่สุดในจักรวาลหนังธี่หยดก็ว่าได้

5. ศึกสองสมิงในโรงภาพยนตร์
ธี่หยด: สมิงเขาขวาง หนังภาคแยกของจักรวาลธี่หยด วางโปรแกรมฉายในวันที่ 30 กันยายน ซึ่งยังมีหนังเรื่องราวเสือสมิงอีกเรื่องที่ฉายปีนี้เช่นเดียวกันนั่นคือ สมิงที่เสิงสาง ซึ่งเป็นผลงานของ พี่คุ้ย -ทวีวัฒน์ จาก “ธี่หยด 1-2″ นั่นเอง
นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ, พี่แฉะ องอาจ (ผู้รับบทจ่าประพันธ์), กัญจน์ ภักดีวิจิตร และ ประกาศิต โบสุวรรณ โดยวางโปรแกรมฉายวันที่ 31 ธันวาคม งานนี้พี่แฉะได้บู๊กับเสือสมิงถึงสองรอบเลยทีเดียว (ฮ่า!)
@P.PETTY
#ธี่หยด #สมิงเขาขวาง #ธี่หยดสมิงเขาขวาง
#ณเดชน์ #MStudio
ข้อมูลประกอบ
https://entertainment.trueid.net/detail/qDRNBZ8wNRkD
https://www.themoviedb.org/movie/1556321?language=th
https://www.facebook.com/ThailandBoxoffice
https://www.facebook.com/MoviePhenomenon
https://www.facebook.com/khobsanung/
https://www.majorcineplex.com/movie/saming-kao-kwang/
https://www.newswit.com/th/iequb12sq5rr8rg6smxq6wm5i4wltbt9
-
God of War: Laufey [PS5]#GodofWarLaufey #GodofWar #SantaMonicaStudio #PlayStation5 #PS5 #FayeLaufey
-
Review : Silent Hill: Townfall [PlayStation 5, PC , ตัวอย่าง รีวิว]#SILENTHILL #KONAMI
-
The Shadow Of Ayutthaya [PC / PS5 / Games / เกมไทย]#TheShadowOfAyutthaya #IndieGame #Soulslike #ThaiGameDev #PCSteam






































