Final Fantasy 7 : Revelation [PS5, Nintendo Switch 2, Xbox Series X|S, PC]
26 สิงหาคม 2569 04:00 น.
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+

FF7-Rev-Ann_06-05-26-768x432

Final Fantasy 7 : Revelation

ประเภท: Action RPG

ผู้พัฒนา: Square Enix

แพลตฟอร์ม: PS5, Nintendo Switch 2, Xbox Series X|S, PC “พร้อมกันทุกแพลตฟอร์ม”

วันวางจำหน่าย: ฤดูใบไม้ผลิ ปี 2027

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนเกมทั่วโลกเมื่อทางค่าย Square Enix ได้ประกาศเปิดตัวเกมภาคสุดท้ายของโปรเจกต์รีเมคระดับตำนานอย่างเป็นทางการ โดยเกม Final Fantasy 7 : Revelation  จะนำพาผู้เล่นไปสัมผัสกับบทสรุปของมหากาพย์การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่และอลังการที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมกับยกระดับประสบการณ์การเล่นให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นด้วยการนำเสนอโลกกว้างแบบไร้รอยต่อ และระบบการต่อสู้รูปแบบใหม่ที่จะทำให้ทุกคนต้องจับตามอง

 

 

เกมนี้คือ!?

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_005-768x432

Final Fantasy 7 : Revelation ผลงานเกมสวมบทบาทแอ็กชันฟอร์มยักษ์จากค่าย Square Enix  ที่เตรียมลงให้กับระบบเPS5, Nintendo Switch 2, Xbox Series X|S, PC “พร้อมกันทุกแพลตฟอร์ม” 

 

โดยเป็นการสานต่อเรื่องราวจากภาคแรกในปี 2020 และภาคที่สองในปี 2024 เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายที่ดุเดือดที่สุด และเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของตัวเกมต้นฉบับที่เคยวางจำหน่ายเมื่อปี 1997

เนื้อเรื่องในภาคนี้ คลาวด์ และผองเพื่อนต้องเผชิญหน้ากับโลกที่กำลังสั่นคลอนและใกล้ถึงจุดจบ ท่ามกลางความโศกเศร้าจากการสูญเสียมิตรคนสำคัญ

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_008-768x432

พวกเขาต้องลุกขึ้นสู้เพื่อหยุดยั้ง เซฟิรอธ ศัตรูตัวฉกาจที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่ความเป็นพระเจ้า ในขณะเดียวกันมหันตภัยร้ายอย่าง เมเทโอ ก็กำลังพุ่งตรงมาสร้างรอยด่างพร้อยบนท้องฟ้า

รวมถึง เหล่า Weapon ขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ที่ดวงดาวถูกปลุกขึ้นมาเพื่อป้องกันเมเทโอ แต่พวกมันกลับสร้างความทำลายล้างและโกลาหลไปทั่วทุกหนแห่งโดยไม่เลือกหน้า ทำให้กลุ่มตัวเอกต้องยืนหยัดเผชิญหน้ากับพวกมันด้วย ผู้เล่นจะต้องแข่งกับเวลา เดินทางข้ามทวีปด้วยเรือเหาะไฮวินด์ เพื่อรวบรวมกำลัง และตัดสินชะตากรรมของดวงดาวในสงครามครั้งสุดท้ายที่จะนำพาความขัดแย้งระดับตำนานไปสู่บทสรุป

 Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_031-768x432

 

เกมเพลย์

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_015-768x432

เกมเพลย์ยังคงเป็น Action RPG ที่ยกระดับระบบการเล่นจากภาค Remake และ Rebirth ขึ้นไปอีกขั้น ตัวเกมยังคงใช้ระบบการต่อสู้แบบ Hybrid Combat System อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความตื่นเต้นเร้าใจของแอ็กชันเรียลไทม์ และความลึกซึ้งในเชิงกลยุทธ์ของการสั่งการผ่านโหมดแทคติคอล (Tactical Mode) ที่จะชะลอเวลาเพื่อให้ผู้เล่นเลือกใช้คาถา ไอเทม หรือความสามารถเฉพาะตัวได้อย่างแม่นยำ โดยถูกออกแบบมาให้รองรับการปะทะกับศัตรูที่มีขนาดใหญ่และทรงพลังมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

 

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_014-768x432 

คุณ นาโอกิ ฮามากุจิ ผู้กำกับเกมไตรภาค Final Fantasy 7 Remake ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทางสื่อต่างประเทศอย่าง Eurogamer พร้อมยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Final Fantasy 7 Revelation ตัวเกมภาคที่สามและเป็นภาคสุดท้ายของไตรภาคนี้ จะมีขนาดของโลกในเกมที่ใหญ่ยิ่งกว่า Final Fantasy 7 Rebirth อย่างแน่นอน

 

โลกของภาคนี้ได้รับการออกแบบให้เป็น Open World แบบไร้รอยต่อ ซึ่งตัวเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Rebirth แม้จะได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก แต่ก็นำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เล่นบางส่วนเกี่ยวกับขนาดโลกที่ใหญ่เกินไปและกิจกรรมเสริมในฉากที่เริ่มซ้ำซาก จนทำให้ผู้เล่นหลายคนกังวลว่าการที่ภาค Revelation ขยายขนาดโลกให้ใหญ่ขึ้นไปอีกนั้นจะส่งผลเสียต่อจังหวะการเล่นหรือไม่

 

final-fantasy-7-revelation (11)

 

Ruby Weapon

final-fantasy-7-revelation (13)

 

Emerald Weapon

final-fantasy-7-revelation (12)

 

Ultima Weapon 

 

จากตัวอย่างล่าสุดของ Final Fantasy VII Revelation ที่เปิดเผยในงาน Gamescom 2026 นอกจากการกลับมาของเหล่า Weapons แล้ว คลิปยังเผยให้เห็น Ruby Weapon, Emerald Weapon และ Ultima Weapon อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญสำหรับแฟนเกมต้นฉบับ เพราะทั้งสามตัวละครล้วนเป็นศัตรูระดับตำนานของ Final Fantasy VII โดยเฉพาะ Ruby และ Emerald Weapon ที่ในเกมต้นฉบับมีสถานะเป็น Superboss และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นเรื่องหลักโดยตรง ขณะที่ Ultima Weapon มีบทบาทเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญของเรื่องมากกว่า

final-fantasy-7-revelation (10)

การปรากฏตัวของ Ruby Weapon ใน Revelation น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะตัวอย่างแสดงให้เห็นรูปลักษณ์ของมันในระดับมหึมาและบรรยากาศการต่อสู้ที่แตกต่างจากการเผชิญหน้าในเกมต้นฉบับ ขณะเดียวกัน Emerald Weapon ก็ถูกพบในฟุตเทจเช่นกัน โดยดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับพื้นที่ใต้ทะเล ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสำรวจโลกแบบอิสระผ่าน Highwind ที่ Square Enix เปิดเผยก่อนหน้านี้ ส่วน Ultima Weapon ก็ปรากฏตัวในฐานะหนึ่งในภัยคุกคามขนาดใหญ่ที่ Cloud และพรรคพวกต้องรับมือ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าการต่อสู้กับ Weapons จะถูกนำมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการผจญภัยภาคสุดท้าย

final-fantasy-7-revelation (14)

สิ่งที่น่าสนใจคือ Revelation อาจไม่ได้เพียงนำ Weapons จากเกมต้นฉบับกลับมาแบบตรง ๆ แต่มีแนวโน้มที่จะขยายบทบาทของพวกมันให้เข้ากับโครงสร้างโลกแบบ Open World มากขึ้น ข้อมูลจากตัวอย่างก่อนหน้านี้ระบุว่า Weapons จะออกมาปกป้องดาวเคราะห์ในช่วงวิกฤต แต่ไม่สามารถแยกแยะระหว่างมิตรกับศัตรู ทำให้พวกมันกลายเป็นภัยต่อทุกชีวิตบนโลก ขณะเดียวกันแฟน ๆ พบฟุตเทจที่อาจเกี่ยวข้องกับ Diamond และ Sapphire Weapon รวมถึง Weapons รูปแบบอื่น ๆ ซึ่งนำไปสู่การคาดเดาว่าแต่ละภูมิภาคอาจมีเหตุการณ์หรือการเผชิญหน้ากับ Weapon ของตัวเอง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดว่าทั้งหมดจะเป็นบอสเนื้อเรื่องหรือบอสเสริมยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

final-fantasy-7-revelation (17)

การเผยโฉม Ruby, Emerald และ Ultima Weapon จึงเป็นสัญญาณสำคัญว่า Final Fantasy VII Revelation กำลังนำองค์ประกอบระดับตำนานจากช่วงท้ายของ Final Fantasy VII ต้นฉบับกลับมาตีความใหม่ในระดับที่ใหญ่กว่าเดิม โดยเฉพาะ Ruby และ Emerald Weapon ซึ่งแฟนเกมจำนวนมากจดจำในฐานะบททดสอบความสามารถขั้นสูงสุดของผู้เล่น การนำทั้งสองกลับมาในโลกที่สามารถสำรวจได้อย่างอิสระจึงเปิดโอกาสให้ Square Enix สร้างรูปแบบการล่าและต่อสู้กับ Weapons ใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกัน Ultima Weapon ก็อาจทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์หลักกับคอนเทนต์เสริม เช่นเดียวกับที่เกมต้นฉบับเคยทำไว้ ทั้งหมดนี้ทำให้การเผชิญหน้ากับเหล่า Weapons กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าจับตามองที่สุดของบทสรุปไตรภาค Remake

 

 

 imgi_149_ff7-revelation-map-details

ทางทีมผู้พัฒนาเปิดเผยว่าเป้าหมายสำคัญของภาคนี้ไม่ใช่แค่การสร้างแผนที่ให้กว้างขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการต่อยอดจุดแข็งที่ภาค Rebirth ทำไว้แล้วให้ดียิ่งขึ้น โลกกว้างในภาคนี้นำเสนอการสำรวจด้วยเรือบิน Highwind ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นท่องไปในอากาศและลงสู่พื้นโลกได้อย่างอิสระและสมจริง

imgi_141_final-fantasy-7-revelation-map-travel

คุณฮามากุจิ ให้ความสำคัญกับอิสรภาพและทางเลือกของผู้เล่น คุณจะเห็นได้แม้กระทั่งความแตกต่างระหว่าง Rebirth และ Remake โดยที่ Remake นั้นกระชับและนำทางคุณจากบทหนึ่งไปยังอีกบทหนึ่งอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่มีพื้นที่ให้หายใจ ในขณะที่ Rebirth ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความกว้างขวางและมินิเกมมากมาย จนผู้เล่นบางคนบอกว่ามันทำให้จังหวะการเล่นของเกมโดยรวมเสียไป สำหรับ Revelation ฮามากุจิตั้งใจที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์และหาจุดสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ และเขาคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการให้ผู้เล่นมีทางเลือกมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

“ตอนนี้มีเกมโอเพ่นเวิลด์มากมาย และ [แนวคิดเรื่อง 'ความเบื่อหน่ายเกมโอเพ่นเวิลด์'] เป็นแนวคิดที่สำคัญมากสำหรับผม มันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและการรับรู้ที่แตกต่างกัน แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้ว่าผมเคยมีประสบการณ์ที่ถูกโยนเข้าไปในเกมโอเพ่นเวิลด์โดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน และไม่รู้ว่าจะทำอะไร แต่ในขณะเดียวกัน แนวคิดของการถูกโยนเข้าไปในโลกมหัศจรรย์ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้นั้นช่างน่าทึ่ง”

แต่สำหรับผมในฐานะผู้สร้าง ผมคิดว่าการให้คำแนะนำที่เหมาะสมแก่ผู้เล่นในเกมโอเพ่นเวิลด์นั้นสำคัญมาก ผู้เล่นจำเป็นต้องรู้ว่าต้องทำอะไรและไปที่ไหน ใน Final Fantasy VII Rebirth เราได้ออกแบบให้ผู้เล่นเข้าใจได้ง่ายว่ามีเนื้อหามากแค่ไหนและเนื้อหานั้นยากแค่ไหน ปรัชญาการออกแบบนี้ถูกนำมาใช้กับ Revelation ด้วยเช่นกัน ผู้เล่นจะได้รับคำแนะนำที่จำเป็นทั้งหมด นี่เป็นสิ่งที่ทั้งตัวผมและทีมพัฒนาให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการออกแบบเกม”

 

ด้วยเหตุนี้ เรือเหาะไฮวินด์จึงมอบอิสระในการสำรวจโลกอย่างเต็มที่ในเกม Revelation

คุณสามารถกระโดดจากดาดฟ้าและร่อนลงด้วยร่มชูชีพได้อย่างราบรื่นไปยังตำแหน่งใดก็ได้บนแผนที่ มันเป็นระบบที่ชาญฉลาด

ไม่เพียงแต่จะทำให้วินเซนต์ได้มีช่วงเวลาเศร้าๆ ระหว่างทางไปยังเป้าหมายต่อไปเท่านั้น แต่การลงจอดยังช่วยซ่อนหน้าจอโหลด และช่วยให้ปาร์ตี้ของคุณสำรวจทวีปได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับกำแพง สิ่งกีดขวาง มหาสมุทร หน้าผา และอื่นๆ

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_016-768x432

การเดินทางแบบ Fast Travel แบ่งออกเป็นสองขั้นตอน: ขั้นตอนแรกคือการกระโดดจากยานไฮวินด์และกางร่มชูชีพ ส่วนขั้นตอนที่สองคือการเลือกจุดลงจอด ในตอนแรก คุณจะเห็นเครื่องหมายบนพื้นดินที่บ่งบอกถึงเป้าหมายหลัก มินิเกม และอื่นๆ เมื่อคุณใกล้ถึงพื้นแล้ว เครื่องหมายเหล่านั้นจะหายไป

ฮามากุจิกล่าวว่า

“หลังจากที่คุณกางร่มชูชีพแล้ว คุณต้องอาศัยความจำของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าคุณกำลังลงจอดในสถานที่ที่คุณต้องการไปจริงๆ นั่นเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของคำแนะนำที่เรามอบให้กับผู้เล่น โดยไม่ชี้นำพวกเขามากเกินไป โลกในเกมนี้กว้างใหญ่กว่าใน Rebirth อย่างมหาศาล ดังนั้นจึงสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องแน่ใจว่ามีคำแนะนำที่เพียงพอ เพื่อให้ผู้เล่นไม่มีปัญหาในการสนุกกับสิ่งที่เกมนี้มีให้”

 

โครงสร้างของระบบการสำรวจได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้เล่นหลากหลายกลุ่ม สายเก็บรายละเอียดจะได้รับรางวัลจากการออกสำรวจเป็น Materia ทรงพลัง วัตถุดิบสำหรับการคราฟต์ไอเทม และการอัปเกรดความสามารถของตัวละคร

 

ขณะเดียวกัน กิจกรรมเสริมอย่าง Lifesprings หรือ World Intel ก็ช่วยขยายเนื้อเรื่องเบื้องหลังของแต่ละภูมิภาคให้มีความลึกซึ้ง ตลอดจนเควสต์ผลัดกันช่วยที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างคลาวด์กับเพื่อนร่วมทีม

 

นอกจากนี้ ระบบการเล่นยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเลือกปรับจังหวะการเล่นด้วยตัวเอง หากผู้เล่นต้องการมุ่งเน้นที่เนื้อเรื่องหลักก็สามารถทำได้โดยไม่ถูกบีบบังคับให้ต้องเก็บกิจกรรมย่อยทั้งหมด

 

แต่หากต้องการเสพบรรยากาศ สัมผัสความหลากหลายของระบบการต่อสู้ จัดทีมตัวละคร มินิเกม หรือการเล่นการ์ด Queen’s Blood ตัวเกมก็มีเนื้อหาเตรียมไว้รองรับอย่างจุใจ

 

โดยทีมงาน Square Enix ได้ปรับปรุงเพื่อลดความเหนื่อยล้าของผู้เล่น และเน้นมอบอิสระในการปฏิสัมพันธ์กับโลกของเกมให้มากที่สุด

 

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_017-768x432

นอกเหนือจากสถานที่ที่คุ้นเคยแล้ว ตัวเกมยังได้เพิ่มภูมิภาคใหม่เข้ามาให้สำรวจอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ภูมิภาคไมดีล ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หมู่เกาะที่เต็มไปด้วยป่าดิบชื้นเขตร้อนอันอุดมสมบูรณ์และมีสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_018-768x432

และ ภูมิภาควูไท ซึ่งเป็นดินแดนของเหล่าลูกหลานนินจา โดยตัวเมืองวูไทจะเรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงาม โดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้ที่ทาสีแดงชาดและหลังคามุงกระเบื้องอันเป็นเอกลักษณ์ ผู้เล่นจะเป็นผู้กำหนดทิศทางและลำดับการเดินทางเพื่อช่วยเหลือผู้คนและกอบกู้สถานการณ์ต่างๆ ด้วยตัวเอง

 

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_022-768x432

ในภาคนี้ตัวละครระดับไอคอนิกทั้งหมดจะมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า ทำให้ผู้เล่นมีตัวเลือกทางกลยุทธ์ที่หลากหลายขึ้น เพื่อดึงเอาความสามารถและความเข้าขาในการโจมตีประสาน (Synergy Abilities) ออกมาใช้ได้อย่างสูงสุด โดยมีตัวละครใหม่ที่สามารถควบคุมได้คือ

 

วินเซนต์ วาเลนไทน์ 

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_020-768x432

รูปแบบการต่อสู้ในฐานะมือปืน (Gunslinger) เน้นการโจมตีระยะไกลด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบและการเคลียร์ศัตรูบนสนามรบได้อย่างรวดเร็ว ทว่าจุดเด่นที่สุดของวินเซนต์คือความสามารถในการแปลงร่างเป็นอสูร  

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_021-768x432

ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้และท่าทางการเคลื่อนไหวทั้งหมดให้กลายเป็นการโจมตีระยะประชิดที่ทรงพลังและบ้าคลั่ง สามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและบดขยี้แนวป้องกันของศัตรูได้อย่างง่ายดาย

 

ซิด ไฮวินด์

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_023-768x432

มาพร้อมกับรูปแบบการต่อสู้สไตล์ นักรบ Dragoon  ด้วยความสามารถในการพุ่งเข้าประชิดตัวเป้าหมายเดี่ยวจากระยะไกลด้วยหอกคู่ใจเพื่อทำการแทงอย่างรุนแรง และยังมีท่าโจมตีที่ตวัดหอกเป็นวงกว้าง สำหรับจัดการกลุ่มศัตรูจำนวนมาก รวมถึงความสามารถในการกระโดดสูงเพื่อหลบหลีกและโจมตีลงมาจากกลางอากาศอันเป็นเอกลักษณ์

 

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_012-768x432

นอกจากนี้ ตัวเกมยังได้เปิดตัวระบบการต่อสู้ใหม่ที่เรียกว่า Fits ซึ่งย่อมาจาก Function Integrated Tactical Suitwear / รูปแบบชุดยุทธวิธีแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นการประยุกต์เอาระบบ Job System อันเป็นเอกลักษณ์จาก Final Fantasy ภาคคลาสสิกมาตีความใหม่ ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนสไตล์การต่อสู้และความสามารถของตัวละครแต่ละคนได้อย่างลื่นไหลเพียงแค่ทำการสับเปลี่ยนชุดแต่งกายพิเศษที่สวมใส่

 

ซึ่งชุดเหล่านี้จะไปทำการปลดล็อก Movesets และท่าโจมตีเฉพาะคลาส โดยคลาสตัวอย่างที่มีการเปิดเผยออกมามีดังนี้

 

คลาสนักรบ

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_024-768x432

 เป็นคลาสที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพด้านการรุกทางกายภาพให้แก่ตัวละครอย่างสุดกำลัง ชุดยุทธวิธีนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงสไตล์การเล่นที่ดุดันและทรงพลัง มีความสามารถในการเข้าปะทะ เพิ่มพลังทำลายล้างของการโจมตีระยะประชิด และช่วยให้ตัวละครสามารถยืนหยัดต่อสู้ในแนวหน้าได้อย่างเหนียวแน่น เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบการกดคอมโบและบุกทะลวงเข้าใส่ศัตรูโดยตรง

 

คลาสนักเวทดำ 

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_025-768x432

เป็นคลาสที่เชี่ยวชาญและมุ่งเน้นไปที่การใช้งานเวทมนตร์โจมตีเป็นหลัก ชุดยุทธวิธีนี้จะเปลี่ยนรูปแบบของตัวละครให้กลายเป็นจอมเวทผู้ทรงพลัง สามารถปลดปล่อยคาถาโจมตีธาตุต่างๆ จากระยะไกลได้อย่างรุนแรงและครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง ช่วยสร้างความได้เปรียบในการโจมตีจุดอ่อนของศัตรูและทำความเสียหายมหาศาลจากแนวหลัง

 

ระบบ FITS นี้จะไม่ได้เข้ามาแทนที่ระบบเดิม แต่จะทำงานร่วมกับการปรับแต่งอาวุธและการติดตั้ง Materia

 

 ทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างสรรค์แนวทางการเล่นเฉพาะตัวได้อย่างไม่มีสิ้นสุด เช่น การนำตัวละครสายแทงก์มาสวมชุดนักเวทเพื่อสร้างสไตล์การต่อสู้แบบผสมผสาน หรือการรีดเร้นพลังโจมตีขั้นสุดยอดด้วยการจับคู่ชุดเกราะและมาทีเรียที่ส่งเสริมกัน 

Final-Fantasy-VII-Revelation_2026_06-05-26_026-768x432

นอกจากนี้ สำหรับแฟนเกมที่เคยผ่านตัวเกมภาคก่อนๆ มาแล้ว หากมีข้อมูลเซฟเกมของ Final Fantasy VII Remake Intergrade จะได้รับมาทีเรียอัญเชิญพิเศษ Chocobo & Moogle และหากมีข้อมูลเซฟเกมของ Final Fantasy VII Rebirth จะได้รับ มาทีเรียอัญเชิญ Phoenix ไปใช้งานตั้งแต่ต้นเกมทันที

 

ตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2027

 

แอดมิน AK47

#FinalFantasy7Revelation #FF7R #SquareEnix #ข่าวเกม