Review : Code Vein II เกมที่ “เกือบดีแล้วครับ” [PS5, Xbox Series, PC]
29 มกราคม 2569 10:00 น.
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+

code-vein-2 (1)

Code Vein II

ประเภท: แอ็กชั่น RPG

ผู้พัฒนา: Bandai Namco

แพลตฟอร์ม: PS5, Xbox Series, PC

กำหนดวางจำหน่าย: 29 มกราคม 2026 ในระบบ PS5, Xbox Series X|S

และวันที่ 30 มกราคม 2026 ในระบบ Windows (Steam)

code-vein-2 (2)

Bandai Namco ได้ฤกษ์เปิดตัวภาคต่อของเกม Action RPG ที่ได้รับความนิยมอย่าง Code Vein อย่างเป็นทางการในชื่อ Code Vein II โดยจะลงให้กับแพลตฟอร์ม PS5, Xbox Series และ PC ในปี 2026 ตัวเกมยังคงสานต่อธีมโลกหลังภัยพิบัติ และการต่อสู้สุดเข้มข้น คราวนี้มาพร้อมพล็อตที่ลึกซึ้งกว่าเดิม กับระบบการเล่นที่ถูกยกระดับในหลายด้าน

 

code-vein-2 (5)

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Revenant Hunter ที่ต้องผจญภัยในโลกอนาคตอันมืดมิดที่ใกล้ล่มสลาย หลังจากการปรากฏตัวของภัยคุกคามใหม่ที่ชื่อว่า Luna Rapacis ทำให้เหล่า Revenant ซึ่งเคยเป็นนักรบผู้ปกป้องมนุษย์ กลับกลายเป็นสัตว์ประหลาดคลั่งที่เรียกว่า Horrors เพื่อหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ ผู้เล่นต้องร่วมมือกับ Lou เด็กสาวลึกลับผู้มีพลังในการเดินทางข้ามกาลเวลา ย้อนกลับไปในอดีตเพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวละครสำคัญและพลิกชะตาโลกใบนี้ให้รอดพ้นจากจุดจบ

 

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Code Vein II คือการออกแบบโลกที่เชื่อมโยงสองห้วงเวลา ผู้เล่นจะได้เดินทางสลับไปมาระหว่างยุคปัจจุบันและอดีต โดยทุกการตัดสินใจที่คุณเลือกอาจส่งผลต่อเหตุการณ์ในอนาคต การเปิดเผยความลับของ Revenant ที่ล่มสลายไปในอดีตจะนำไปสู่การค้นพบเบาะแสใหม่ๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของโลกได้อย่างสิ้นเชิง

code-vein-2 (3)code-vein-2 (6)

ในด้านระบบต่อสู้ เกมยังคงยึดแนวทางแอ็กชันหนักหน่วงตามสไตล์ Souls-like โดยเพิ่มเติมระบบใหม่ที่ให้ผู้เล่นสามารถ “ดูดเลือด” จากศัตรูเพื่อนำไปใช้ปลดล็อกสกิลพิเศษหลากหลายรูปแบบ ระบบ Blood Code จะเปิดให้คุณปรับแต่งสกิลและอาวุธได้อย่างอิสระตามสไตล์การเล่น รวมถึงอาวุธเฉพาะที่เรียกว่า Jails ที่ให้กลยุทธ์การต่อสู้ที่แปลกใหม่และหลากหลายมากยิ่งขึ้น

code-vein-2 (7)

ผู้เล่นยังสามารถร่วมเดินทางกับพันธมิตรคู่ใจที่มีทั้งพลังการต่อสู้และเรื่องราวเฉพาะตัวที่เชื่อมโยงลึกซึ้งกับเนื้อเรื่องหลัก โดยพันธมิตรแต่ละคนจะช่วยสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมความสามารถ ปลดล็อกเนื้อเรื่องเสริม หรือแม้กระทั่งสร้างทางเลือกใหม่ในการผจญภัย

 

CODE VEIN II เผยรายละเอียด 7 อาวุธ 

ในภาคนี้จะมีการเพิ่มอาวุธใหม่เข้ามา 2 ชนิด ได้แก่ “ดาบคู่” (Dual Swords) และ “รูนเบลด” (Runeblade) ทำให้มีอาวุธให้เลือกใช้รวมทั้งหมด 7 ประเภท จากเดิมในภาคแรกที่มี 5 ประเภท โดยผู้เล่นจะต้องสลับใช้อาวุธเหล่านี้ตามสถานการณ์ เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรู หัวใจหลักของเกมคือการต่อสู้ที่ลึกซึ้งจากการใช้สกิล (Gifts) และอุปกรณ์สวมใส่ แต่ในการโจมตีระยะประชิด ผู้เล่นจะต้องเลือกใช้อาวุธที่มีระยะและท่วงท่าที่แตกต่างกัน 7 ประเภท โดยมีรายละเอียดดังนี้:

 
code-vein-2 (8)
ดาบมือเดียว (One-Handed Sword): อาวุธที่มีความสมดุล ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น มีการโจมตีที่รวดเร็วต่อเนื่อง และมีท่าโจมตีหลากหลาย เช่น ท่าพุ่งแทงระยะไกล หรือท่าฟันแบบหมุนตัว สามารถใช้ร่วมกับสกิลได้หลากหลายรูปแบบ
 
code-vein-2 (7)
ดาบสองมือ (Two-Handed Sword): อาวุธหนักที่มีดาบขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยระยะโจมตีที่ยาวไกลและความรุนแรงในฮิตเดียว สามารถชาร์จเพื่อเพิ่มพลังทำลายและระยะของท่าฟันลงได้
 
 
code-vein-2 (3)
ดาบคู่ (Dual Swords): อาวุธใหม่ในภาคนี้ มีความคล่องตัวสูงมาก ช่วยให้ผู้เล่นสามารถพุ่งเข้าประชิดศัตรูและใช้ดาบทั้งสองมือโจมตีต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว ทำให้ศัตรูติดสถานะ “แผล” ได้ง่าย ซึ่งเหมาะกับการโจมตีแบบดูดเลือด
 
code-vein-2 (2)
ดาบปลายปืน (Bayonet): อาวุธที่สามารถสลับการต่อสู้ได้ทั้งระยะประชิดด้วยใบมีด และการยิงจากระยะไกล มีสกิลเฉพาะที่สร้างความเสียหายรุนแรงจากระยะไกล และยังสามารถใช้สกิลของอาวุธระยะประชิดได้ด้วย
 
code-vein-2 (5)
ขวานยาว (Halberd): อาวุธหนักที่มีใบมีดติดอยู่บนด้ามยาว เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะกลางด้วยระยะโจมตีที่ไกล มีความยืดหยุ่นสูง ทั้งการฟันกวาดโจมตีศัตรูหลายตัวพร้อมกัน หรือการแทงเพื่อโจมตีเป้าหมายเดี่ยว
 
code-vein-2 (4)
ค้อนยักษ์ (Great Hammer): อาวุธหนักที่เน้นพลังทำลายล้างในฮิตเดียว และสามารถทำลายการทรงตัวของศัตรูได้ง่าย มีสกิลเฉพาะอย่างการกระโดดทุบ หรือการสร้างคลื่นกระแทกรอบตัว สามารถพลิกสถานการณ์ได้แม้จะถูกศัตรูล้อม
 
code-vein-2 (1)
รูนเบลด (Runeblade): อาวุธใหม่ในภาคนี้ ผู้ใช้จะควบคุมดาบสองเล่มที่ลอยอยู่ด้วยพลังของสกิล โจมตีผสานกับท่าทางกายกรรมที่สวยงาม มีความเข้ากันได้ดีกับสกิลโจมตีระยะไกลและสกิลบัฟเพิ่มความสามารถ
 
 
 
 
 
 

Review: 6.5 / 10

CODE VEIN II_20260128010116

เนื้อเรื่อง: 2 /3
เกมเพลย์: 2 /3
งานภาพ: 2 /3 
ความชอบส่วนตัว: 0.5 ( เพราะมีทั้งส่วนที่ชอบและไม่ชอบ)

code-vein-2 (4)
 
Code Vein II นี่เหมือนเกมที่ ทุกองค์ประกอบ “พอใช้ได้” ไปหมด แต่ไม่มีสักอย่างที่พุ่งขึ้นมาเป็นตัวชูโรงจริงๆ เนื้อเรื่องก็มีไอเดียเล่นใหญ่ ข้ามเวลา ศีลธรรม อดีต–ปัจจุบัน ที่ควรจะ “โคตรเข้ม” แต่พอเล่นจริงกลับ “เล่าไม่ถึง” และโลกสองยุคที่ควรต่างกัน ก็ดันหน้าตาใกล้เคียงกันไปหมด เกมเพลย์ไม่แย่ แต่ช่วงต้นจืดจัด NPC ที่เราพามาด้วย กลายเป็นตัวแบกซะงั้น (ซึ่งก็ให้ความเป็นธรรมว่า บางคนก็ชอบ…บางคนก็ว่าไม่ท้าทาย อันนี้แล้วแต่นะครับ)

ที่น่าเสียดายที่สุดคือ มันขาดตัวตน…จะเป็น Soulslike เต็มตัวก็ไม่สุด…จะเป็น JRPG เน้นเนื้อเรื่องก็ยังไม่ลึกพอ ระบบข้ามเวลานี่ควรเป็นไม้เด็ดจริงๆ ก็ทำได้ไม่ประทับใจ อย่างที่กล่าวครับ

 
code-vein-2 (13)

Code Vein II ยังคงยืนอยู่บนรากฐานเดิมของซีรีส์ในฐานะ “อนิเมะ+เกมแนว Soulslike” ที่มีตัวละครสไตล์อนิเมะ หนุ่มหล่อสาวสวย และโทนโลกพังพินาศแบบดาร์กแฟนตาซี ตัวเกมพยายามยกระดับตัวเองด้วยไอเดียเรื่อง การเดินทางข้ามเวลา ระหว่างอดีตและปัจจุบัน เพื่อค้นหาต้นตอของหายนะที่ทำให้โลกถึงคราวล่มสลาย ซึ่งในเชิงคอนเซปต์ถือว่าน่าสนใจ ไม่แพ้เกมในแนวเดียวกัน

 

แต่ปัญหาคือการเล่าเรื่องที่ “งง” และ “เนิบ” ไป … ขนาดนำเสนอตรงไปตรงมา ยังไม่สนุกเท่าที่ควร  ยิ่งเมื่อตัวเกมเลือกเล่าเหตุการณ์ทั้งสองไทม์ไลน์ แต่มาใน โลกที่ล่มสลาย เหมือนกัน โทนฉากและบรรยากาศจึงดูคล้ายๆกันไปหมด จนความพิเศษของไอเดียถูกลดทอนลงอย่างน่าเสียดาย

 

code-vein-2 (9)

นึกสภาพ โลกปัจจุบัน เป็นโลกล่มสลาย ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆดำ ฟ้าแลบฟ้าร้อง บรรยากาศมาคุ

code-vein-2 (16)

แต่โลกอดีต ต่างกันแค่ท้องฟ้าสีสันสดใส ที่เหลือฟิลลิ่งเหมือนกัน เลยรู้สึกว่า เออ แค่เปลี่ยนท้องฟ้าเองนี่นา..

 

code-vein-2 (8)

ในแง่โครงสร้างเนื้อเรื่อง Code Vein II เลือกใช้การเล่าแบบค่อย ๆ หยอดข้อมูล คล้ายแนวคิดของ FromSoftware แต่แทนที่จะซ่อนปมผ่านไอเทมหรือรายละเอียดสภาพแวดล้อม แต่กลับเล่าตรงๆเหมือนดูอนิเมะเป็นตอนๆไป

code-vein-2 (23)

code-vein-2 (24)

และยังเป็น Open World ด้วย แต่ก็ค่อนข้างกลวง ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเดินในพื้นที่กว้างๆ มอนประปราย… ถ้าคุณไม่เจอ “ระดับของแข็ง” เดินเพ่นพ่าน ก็จะเจอแต่ทุ่งโล่งๆ แบบโหวงเหวงเลย แล้วจะไปกองๆในดันเจี้ยน ที่ต้องเดินทางไกลๆเพื่อเข้าไปมากกว่า

 

code-vein-2 (18)

ตัวเกมพึ่งพาคัตซีนและบทสนทนาอย่างมาก มีตัวละครสมทบที่น่าสนใจ และใส่ “การตัดสินใจเชิงศีลธรรม” เข้ามาเป็นแกนสำคัญ โดยเฉพาะการเลือกเปลี่ยนแปลงอดีตซึ่งส่งผลต่ออนาคต เราจะได้ต่อสู้ร่วมรบกับเหล่าผู้กล้าในอดีต เรียนรู้เรื่องราวที่มาที่ไป

code-vein-2 (17)

และตัดกลับมาที่ปัจจุบัน ที่ผู้กล้า ได้กลายเป็นบอสที่เราต่องกำจัด จุดนี้ทำออกมาน่าสนใจ บางตัวมีบทสรุปที่น่าเศร้า แต่เราสามารถแก้ไขได้ในบางตัวด้วย แน่นอนว่า มันก็มีส่วนที่ส่งผลกระทบมาถึงปัจจุบันเช่นกัน…เป็นการวัดใจผู้เล่นไม่น้อย และเป็นจุดที่ชอบครับ

code-vein-2 (19)

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเกมพึ่งพาคัตซีนและบทสนทนาตามที่กล่าวไปแล้ว แต่ตัวละครเอกที่เราเล่น กลับเป็น “ตัวละครใบ้” ยิ่งทำให้การมีส่วนร่วมทางอารมณ์ลดลง กลายเป็นความอึดอัดแทนซะงั้นไป (หลังๆเริ่มไม่อินกับตัวละครใบ้แบบเกมยุคเก่าแล้วอ่ะนะ)

 

code-vein-2 (10) code-vein-2 (12)

เกมเพลย์โดยรวมยังคงเป็น Soulslike ที่เข้าถึงง่าย ช่วงต้นเกมศัตรูและบอสค่อนข้างอ่อน ทำให้ผู้เล่นสามารถพึ่งพา AI ที่ร่วมเดินทางกับเราได้มาก (ใช้เป็นตัวล่อ หรือตัวปั๊มค่าคอสในการใช้สกิลก็ได้ด้วย) จนการต่อสู้ขาดความตึงเครียดแบบที่แฟนๆแนวนี้คาดหวัง(ผู้เล่นใหม่อาจจะแฮปปี้แหละ เข้าใจได้)

code-vein-2 (14)

กว่าที่เกมจะเริ่ม “เผยเขี้ยวเล็บความยาก” ก็ต้องรอถึงบอสช่วงกลางเกมขึ้นไป ซึ่งตรงจุดนั้นรูปแบบการโจมตี ศัตรูที่รวดเร็ว และการจัดการตำแหน่งเริ่มบังคับให้ผู้เล่นต้องเล่นอย่างจริงจังมากขึ้น

 

CODE VEIN II_20260127221058code-vein-2 (1)

จุดที่น่าสนใจคือระบบ สกิล  Gifts ซึ่งบังคับให้ผู้เล่นต้องออกท่าใหญ่ (ปุ่มR2) เพื่อดูดพลังจากศัตรูเพื่อใช้สกิลสำคัญๆ เพิ่มชั้นเชิงการตัดสินใจระหว่างจังหวะเสี่ยงกับรางวัลที่ได้ ถือเป็นกลไกที่ช่วยสร้างจังหวะการต่อสู้แตกต่างจาก Soulslike ทั่วไป อันนี้ก็ชอบครับ มันส์มือดี

code-vein-2 (11)

ด้านโลกของเกมและการสำรวจ แม้จะมีขนาดใหญ่และดูอลังการ แต่กลับขาดเอกลักษณ์ โลกแฟนตาซีที่นำเสนอเต็มไปด้วยซากเมืองและพื้นที่รกร้างที่เราเคยเห็นมาแล้วในหลายเกมอย่าง NieR Automata หรือ Stellar Blade งานออกแบบโดยรวม “ดูดี แต่ไม่ว้าว” เช่นเดียวกับงานอาร์ตและดีไซน์ตัวละครที่แม้จะสวยงาม แต่ก็ยังไม่ชัดพอที่จะสร้างตัวตนเฉพาะของซีรีส์ในยุคที่เต็มไปด้วยเกมแนวๆโซลที่หน้าตาคล้ายๆกันครับ

code-vein-2 (3)

ประเด็นที่น่าผิดหวังที่สุดสำหรับเวอร์ชัน PS5 (ตัวอ้วนรุ่นแรก ที่ใช้ทำรีวิว) คือ ปัญหาประสิทธิภาพ ตัวเกมมีอาการกระตุกเกิดขึ้นบ่อยในหลายจังหวะ คิดเป็นสัดส่วนราว 60% ของประสบการณ์การเล่น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์และความลื่นไหลของเกม โดยเฉพาะในเกมแนวที่ต้องอาศัยจังหวะและความแม่นยำเป็นหัวใจหลัก นี่คือจุดที่ฉุดคะแนนลงอย่างชัดเจน และดูยังไงก็ไม่น่าถึง 60 FPS แน่ๆ อันนี้แหละครับ ที่ไม่โอเค พอๆกับเนื้อเรื่องครับ

code-vein-2 (20)

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ช่วยพยุง Code Vein II ไม่ให้แย่ไปมากกว่านี้ คือระบบข้ามเวลาที่ถูกออกแบบมาอย่างจริงจัง การกลับไปกลับมาระหว่างสองยุคเพื่อปลดล็อกเส้นทางใหม่ เปลี่ยนสภาพแวดล้อม (กระจึ๋งนึง) และเห็นผลลัพธ์ของการตัดสินใจ ถือเป็นไอเดียที่แข็งแรงและมีศักยภาพสูง จนทำให้นึกถึงเกม RPG เก่าๆ ในบางมุม แม้จะยังไปไม่ถึงระดับตำนาน แต่ก็เป็นทิศทางที่น่าสนใจ

 

อย่างที่ว่า คือไม่แย่จนเททิ้ง แต่ก็ไม่ดีพอให้จำ เหมือนเห็นศักยภาพของเกมที่ “น่าจะดีกว่านี้ได้มาก” แต่ทีมพัฒนาไม่รู้คิดอะไรอยู่ ถึงไม่ดันไปให้สุดซักทาง
 
 
 
code-vein-2 (27)
 

โดยสรุป Code Vein II คือเกมที่ “เกือบดีแล้วครับ”

แต่ยังติดอยู่กึ่งกลางระหว่างการเป็น Elden Ring กับ JRPG สไตล์อนิเมะ

ที่หาตัวตนของตัวเองไม่เจอ

ไอเดียดี ระบบบางอย่างโดดเด่น แต่การเล่าเรื่องที่สับสน

 

เกมเพลย์ที่จืดในช่วงต้น และปัญหาเทคนิคบน PS5

ทำให้ประสบการณ์โดยรวมไม่สมกับความทะเยอทะยานของเกม

เหมาะสำหรับแฟน Soulslike ที่อยากลองอะไรใหม่ๆ

และผู้เล่นที่ชอบโทนอนิเมะดาร์กแฟนตาซี

 

แต่ยังไม่ใช่เกมที่ต้อง “Day 1” ขนาดนั้น…

ถ้ารอลดราคาได้ ก็แนะนำว่า “ควรรอ” ครับ!

 
 
เกม CODEVEIN 2 มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 29 มกราคม 2026 ในระบบ PS5, Xbox Series X|S และวันที่ 30 มกราคม 2026 ในระบบ Windows (Steam)

 

 

แอดมิน AK47

#Sony #PlayStation #Xbox #PC #PS5 #BandaiNamco #CodeVeinII #โคตรเวียน2