เชื้อนรกวิวัฒน์ไปอีกขั้น เปลี่ยนทั้งตึกเป็นนรกปิดตาย
สัมผัสความคลั่งขีดสุดในตัวอย่างแรก “Colony ยึดร่างคลั่ง”
ปรากฏการณ์เคซอมบี้ฟอร์มยักษ์แห่งปี จากผู้ให้กำเนิด “Train to Busan”
ฉายแน่ 3 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

จากปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งบนรถไฟด่วนนรกใน “Train to Busan” ที่ปลุกกระแสเคซอมบี้สะเทือนไปทั่วโลก ทั้งยังได้ซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าอย่าง “กงยู” มาร่วมจอจนกลายเป็นผลงานสุดไอคอนิก พร้อมกวาดรายได้ทั่วโลกเกือบ 100 ล้านเหรียญ และได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกอย่างถล่มทลาย จนถูกยกให้เป็น “หนึ่งในภาพยนตร์ซอมบี้ที่ดีที่สุดตลอดกาล””
ปี 2026 เตรียมสัมผัสความระทึกครั้งใหม่ใน “Colony” ภาพยนตร์เคซอมบี้ฟอร์มยักษ์โดย “ยอนซังโฮ” ผู้กำกับ “Train to Busan” ที่กลับมายกระดับตำนานซอมบี้คลั่งไปกับเรื่องราวของกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ถูกขังอยู่ภายในอาคารปิดตายหลังการแพร่ระบาดของเชื้อมรณะปริศนา พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดท่ามกลางฝูงผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความคลั่ง แต่ยังวิวัฒน์อย่างไม่มีสิ้นสุดจนพฤติกรรมของมันทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นภัยที่ไม่อาจคาดเดาได้อีกต่อไป
เรื่องย่อ

ศาสตราจารย์ เซ จอง (จอนจีฮยอน) เข้าร่วมการประชุมด้านเทคโนโลยีชีวภาพ แต่กลับพบว่าการประชุมนั้นกลายเป็นหายนะเมื่อไวรัสกลายพันธุ์อย่างรวดเร็วถูกปล่อยออกมา เมื่อการระบาดแพร่กระจายและผู้ติดเชื้อเริ่มเปลี่ยนแปลง ทางการจึงปิดล้อมตึกทั้งหมด
ยอนซังโฮ เปิดโหมดซอมบี้ดุจัดกับวิวัฒนาการแบบเต็มแม็กซ์ที่จะกระหน่ำความ “โหด-ดุ-คลั่ง” ผลงานที่จะมอบความมันส์ให้คุณได้อย่างเต็มอิ่มไม่แพ้ ‘Train to Busan’ ที่ครั้งนี้เน้นฉากแอ็กชันให้คนดูได้ลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้แน่นอน เตรียมก้าวข้ามขีดจำกัดทุกภาพจำของซอมบี้ สู่ปรากฏการณ์คลั่งรูปแบบใหม่ ระเบิดทุนสร้างกว่า 400 ล้านบาท ถ่ายทอดวิกฤติเชื้อคลั่งแพร่พันธุ์ ไต่ระดับหายนะใจกลางเกาหลี

พบการหวนคืนจอภาพยนตร์ในรอบ 11 ปีของยัยตัวร้าย “จอนจีฮยอน” (Kingdom: Ashin of the North, My Sassy Girl) นำทัพหนีตายซอมบี้
พร้อมด้วยทีมนักแสดงมากฝีมืออย่าง “คูคโยฮวาน” (Escape, Peninsula), “จีชางอุค” (The K2, The Manipulated), “ชินฮยอนบิน” (Reborn Rich, Hospital Playlist), “คิมชินรก” (Hellbound 1-2, Sweet Home 2-3) และ “โกซู” (Missing: The Other Side)
Review : COLONY ยึดร่างคลั่ง
ยอนซังโฮ (จาก Train to Busan) กลับมาทวงบัลลังก์ K Zombie
มารอบนี้ ดูเหมือนจะโดนเส้นคนเล่นเกมมากๆ! 
เพราะฟีลลิ่งมันคือสไตล์เกม Survival Horror แบบเต็มสูบ
อารมณ์ชวนนึกถึง Resident Evil Outbreak ที่จับเอาตัวละครหลายๆตัวมากองๆกันแล้วแบ่งคลาส หน้าที่ จุดเด่นแต่ละตัวเป็นเงื่อนไข
เช่นตัวนี้มีอาวุธติดตัว ,ตัวนี้เก่งเรื่องข้อมูล ,ตัวนี้วิ่งเร็ว ,ตัวนี้เก่งเรื่องพละกำลัง ,ตัวนี้ไม่เก่งอะไรเลย แต่มีส่วนเป็นสมองของทีมไม่น้อย เป็นต้น…
แล้วเอามามิกซ์กับลูกเล่นซอมบี้สุดล้ำชวนลุ้นระทึกคล้ายๆ ตัว “คลิกเกอร์” ใน “The Last of Us” ที่อัพเกรดเงื่อนไขการมีอยู่ของพวกมันไปอีกระดับ
ผลออกมาคือ เป็นซอมบี้ที่โคตรตึงเลย!
หนังเปิดเรื่องมาในตึกสูงใจกลางกรุงโซลที่มีศูนย์การค้าและบริษัทไบโอเทคยักษ์ใหญ่อยู่ข้างใน
จากความแค้นของ “ซอยองชอล” (รับบทโดย คูคโยฮวาน) อดีตนักวิจัยที่โดนไล่ออก เลยจัดการฉีดไวรัสที่ตัวเองคิดค้นใส่ประธานบริษัทเพื่อแก้แค้น
จากนั้นความบรรลัยก็เริ่มขึ้นจากจุดเล็กๆ สู่การแพร่เชื้อแบบไฟลามทุ่ง จนกลายเป็นการปิดตึกหนีตายที่ขยายสเกลความพินาศไปจนถึงขั้นถล่มเมืองได้อย่างน่าติดตามและลุ้นจน “ปวดฉี่ก็ไม่กล้าไป” (อันนี้จริงจัง เพราะปวดจริงไรจริง แต่ไม่อยากพลาด 555)

ซอมบี้ในเรื่องสร้าง “ความแปลกใหม่ของวงการซอมบี้”
ลืมภาพซอมบี้ไร้สมองไปได้เลย เพราะไวรัสในเรื่องนี้ถูกดีไซน์มาให้ทำงานเหมือน “เครือข่าย 5G” พวกมันเชื่อมต่อ เรียนรู้ ตลอดเวลา
พวกมันเริ่มจากคลาน…ยืนสองขา…วิ่ง…รวมร่างแยกร่างได้ตามสถานการณ์
(พวกเอ็งเป็นหุ่นเกตเตอร์เรอะ!)
จากที่โดนหลอกกด้วยเป้าล่อโง่ๆ… พวกมันเริ่มแชร์ข้อมูล และกระจายข่าวไปสู่ซอมบี้ทุกตัวในตึกทันที!
(มีท่าหยุดยืนกรีดร้องเพื่อดาวน์โหลดข้อมูลด้วย โคตรหลอน 555)

ทำให้เหล่าผู้รอดชีวิตต้องคอยเปลี่ยนแผน สรรหาวิธี “จู๊คผี” ไปมาตลอดเวลา อารมณ์เหมือนเรากำลังเล่นเกมหนีผีที่ซอมบี้ปรับความยากขึ้นเรื่อยๆ ท่าทางร่างกายที่หักงอ บิดเบี้ยว ซิงโครไนซ์กันอย่างพร้อมเพรียง (จากการออกแบบท่าทางโดยทีมเดิมของ Train to Busan) ทำออกมาได้สยองและเท่มาก พร้อมๆกับความขัดแย้งในกลุ่มตัวละครที่ค่อยๆใส่ลงมาทีละเล็กน้อย ก่อนที่จะประทุจนเรื่องราวแตกกระจายไม่เหลือซาก และลากสู่ไฟนอลซีนที่โคตรเดือด โคตรบ้า และใส่เต็มข้อแบบที่แฟนๆหนังซอมบี้อยากได้….
เรื่องนี้ได้ดาราระดับแม่เหล็กมาช่วยพยุงความระทึก ไล่มาตั้งแต่
จอนจีฮยอน : รับบท “ควอนเซจอง” อาจารย์ไบโอเทคสุดแซ่บ สวย ปากแจ๋ว แต่ฉลาดเป็นกรด เป็นตัวละครที่คนดูจะรักได้ทันทีเพราะความเท่และพึ่งพาได้ที่สุดในเรื่อง ตัวแม่ตัวมัมตัวมารดาของจริง “ไม่มีซีนไหนที่นางไม่สวย” เอางี้ดีกว่า…
จีชางอุค : รับบทเป็น รปภ. หนุ่มหล่อที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพี่สาวที่พิการบนวีลแชร์ พาร์ทแอ็กชันทางร่างกายและฉากบู๊ระห่ำส่วนใหญ่ได้จีชางอุคมาโชว์ของจนน่าประทับใจ
คูคโยฮวาน : รับบทเป็น “ซอยองชอล” ตัวละครนักทดลองสุดจิต ที่ฉีดสารบางอย่างเข้าตัว จนกลายเป็นบอสที่กุมสถานการณ์ สร้างเงื่อนไขของเรื่องราวให้ตึงเครียดสุดๆ
แต่ถ้าใครคาดหวังดราม่าน้ำตาแตก ตับพังแบบ Train to Busan เรื่องนี้อาจจะยังไปไม่ถึงขั้นขยี้จุดนั้น
ตัวหนังเน้นไปที่ความสิ้นหวัง การเอาตัวรอด และสันดานดิบของมนุษย์ตามสไตล์ถนัดของผู้กำกับยอนซังโฮมากกว่า
โครงเรื่องบางจุดอาจจะดูสูตรสำเร็จไปบ้าง และความชุลมุนในตึกอาจมีจุดชวนงงเรื่องทิศทางอยู่หน่อยๆ รวมไปถึงช่องโหว่ของเงื่อนไขการสร้างแอคชั่นของซอมบี้ด้วย แต่ถ้าเน้นดูเอาความมันส์ สนุก แลกหมัดกันด้วยไอเดีย บอกเลยว่าคุ้มค่าตั๋วแน่นอน
COLONY ยึดร่างคลั่ง คือหนังซอมบี้รสชาติใหม่ที่อร่อยและย่อยง่ายมาก
มันคือความบันเทิงป๊อปคอร์นชั้นดี
ที่ผสมผสานกลิ่นอาย เกมแนว Survival Horror ได้อย่างลงตัว
ไม่ใช่แค่หนังวิ่งหนีผีซ้ำซาก
ไปดูเถอะ… ของดีจริง!
“เนรมิตตึกระฟ้า 33 ชั้น – ดีไซน์มูฟเมนต์ซอมบี้สุดคลั่ง – ลดซีจีเพิ่มความดิบ”
เปิดเบื้องหลังความมันส์ ‘Colony ยึดร่างคลั่ง’
“Colony ยึดร่างคลั่ง” ภาพยนตร์โคตรซอมบี้จากผู้กำกับ “ยอนซังโฮ” (Train to Busan) ที่กำลังเดินหน้าทุบสถิติในเกาหลีอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดผู้ชมที่กำลังทะยานสู่ 3 ล้านคน พร้อมกระแสรีวิวถล่มทลายจากทั้งผู้ชมและสื่อชั้นนำที่ต่างยกให้เป็นหนึ่งในหนังซอมบี้ที่ทั้ง “โหด ดิบ และสดใหม่” ที่สุดแห่งปี นอกจากนี้งานโปรดักชันก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เมื่อทีมสร้างต้องเนรมิตตึกใจกลางกรุงโซลให้เป็นตึกระฟ้า 33 ชั้น เพื่อใช้เป็นสมรภูมิหลักในการเอาชีวิตรอด
“สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดูมีมิติและน่าเชื่อถือภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่ เพื่อให้คนดูรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ” ผู้ออกแบบงานสร้าง “อีมกวอน” เผยเบื้องหลัง
โดยทีมงานเลือกสร้างฉากจริงขนาดมหึมาหลายชั้น พร้อมออกแบบโครงสร้างภายในตึกใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โถงทางเดิน ห้องพัก บันไดหนีไฟ ไปจนถึงพื้นที่ปิดตายที่เต็มไปด้วยฝูงผู้ติดเชื้อ เพื่อสร้างความอึดอัด กดดัน และความรู้สึก “จนมุม” ให้คนดูสัมผัสได้ตลอดทั้งเรื่อง โดยผู้กำกับยอนซังโฮยังยืนยันที่จะลดการใช้ CGI ให้น้อยที่สุด และทำให้ทุกการไล่ล่าของฝูงซอมบี้คลั่งดูใกล้ตัวราวกับเกิดขึ้นจริง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการออกแบบ “มูฟเมนต์” ของฝูงผู้ติดเชื้อสุดคลั่งที่ครั้งนี้ทีมสร้างดึงนักเต้นร่วมสมัยและนักออกแบบท่าเต้นมืออาชีพกว่า 20 ชีวิต เข้ามาร่วมสร้างการเคลื่อนไหวใหม่ให้ซอมบี้แต่ละกลุ่มโดยเฉพาะ
หนึ่งในนั้นคือ “จอนยอง” นักออกแบบท่าเต้นผู้อยู่เบื้องหลังมูฟเมนต์ฝูงซอมบี้จาก “Train to Busan” ที่กลับมาร่วมยกระดับความสยองครั้งใหม่ ผสานเข้ากับงานสตันต์และเมกอัปเอฟเฟกต์จนเกิดเป็นภาพจำใหม่ของฝูงผู้ติดเชื้อที่ทั้งแปลกประหลาด รวดเร็ว ดุดัน และคาดเดาไม่ได้
“เราอยากให้คนดูรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของพวกมันดูผิดธรรมชาติ จนน่ากลัวเกินกว่าจะเป็นมนุษย์จริงๆ และถ้าคนดูเห็นแล้วถามว่า ‘นี่ไม่ได้ใช้ CGI เหรอ’ นั่นคงเป็นคำชมที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา”
ด้านนักแสดงหนุ่ม “โกซู” ผู้รับบทศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพเผยถึงฝูงซอมบี้ในเรื่องว่า
“วินาทีที่ผมเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาในกองถ่ายครั้งแรก ผมช็อกมาก มันดูผิดธรรมชาติและน่ากลัวจริงๆ จนบางครั้งลืมไปเลยว่านี่คือคนแสดงอยู่ตรงหน้า การผสานกันระหว่างทีมนักเต้น ทีมสตันต์ และเมกอัปเอฟเฟกต์ทำให้ฝูงซอมบี้ในเรื่องนี้มีชีวิตขึ้นมาอย่างสมจริงแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนครับ”
“Colony” เริ่มเปิดฉายพร้อมเดินหน้าโกยรายได้จากทั่วเอเชีย สร้างปรากฏการณ์ขึ้นอันดับ 1 หนังเปิดตัวทำเงินสูงสุดในหลายประเทศ
ไม่ว่าจะเป็น ไต้หวัน, ฮ่องกง, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
ตอกย้ำกระแสความแรงของภาพยนตร์โคตรซอมบี้ฟอร์มยักษ์แห่งปีที่ “ต้องดู”
เตรียมเผชิญความคลั่งขีดสุดไปกับภาพยนตร์เกาหลีบล็อกบัสเตอร์แห่งปี
และระวังมัน “ยึดร่าง” โดยไม่ทันตั้งตัว!
“Colony” ฉายแน่ 3 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์
#Colony #จอนจีฮยอน #TraintoBusan #ยอนซังโฮ
-
Gundam Rogue Orbit [ PlayStation 5, Xbox Series และ PC Steam]#GUNDAM #ROGUEORBIT #GUNDAMROGUEORBIT #BandaiNamcoStudios
-
GYAKUTEN BARIBA REVERSE vol.3#GYAKUTENBARIBAREVERSE #Baribakoin #BaribaCoin #DreamToy #ของเล่นสะสม #เหรียญแบทเทิล #PreOrderของเล่น
-
Resident Evil 0 : Remake [ข่าวเกมส์/เรื่องย่อ/Screenshot]ผลงานการปัดฝุ่นใส่ตระกร้าล้างน้ำ แล้วเอามาทำใหม่โดย บ.Capcom










































