Mortal Shell II
ประเภท : Action RPG / Soulike
ผู้พัฒนา : Cold Symmetry
เครื่อง : PS5 / PC Xbox
วางจำหน่าย : 20 สิงหาคม 2026
ในยุคที่เกมแนว “กลิ้งวิ่งฟันถอย” หรือ “Soulike” ที่เอาสูตรสำเร็จของ DARKSOULS มาเป็นเมคานิคหลักของเกมเพลย์มาทำเกมให้เหล่าเกมเมอร์ได้หัวร้อนกันมามากมาย…และนี่คืออีกหนึ่งเกมภาคต่อที่มาเงียบๆในภาคแรก แต่ก็มียอดที่น่าพอใจจนสามารถสร้างภาคต่อออกมาได้ กับเกมที่มีชื่อว่า Mortal Shell 2
เกมนี้คือ!?
Mortal Shell II เป็นผลงานเกม RPG สไตล์ชวนเครียด ทั้งเนื้อหา และเกมเพลย์จากทีมพัฒนา Cold Symmetry
“ ไม่อ่อนข้อ , สมจริง , สร้างขึ้นบนความสวยงาม และไร้ความปราณี ตามแบบ SOUL”

Mortal Shell II เป็นเกมภาคต่อที่ถูกพัฒนาให้เป็นภาคแยกอิสระ โดยมีการขยายองค์ประกอบจากภาคต้นฉบับอย่างมีนัยสำคัญ ระบบการต่อสู้ถูกปรับปรุงให้มีความรวดเร็วและตื่นเต้นเร้าใจมากยิ่งขึ้น มีการออกแบบอาวุธที่ลุ่มลึกพร้อมตัวเลือกการอัปเกรดที่หลากหลาย และให้ความสำคัญกับการสำรวจโลกกว้างอย่างอิสระ ตัวเกมนำเสนอโลก กึ่ง Open World ซึ่งได้รับการออกแบบมาอย่างประณีตเพื่อให้น่าติดตามแต่ยังคงความกระชับเพื่อเคารพเวลาของผู้เล่นในการค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในภูมิประเทศอันบิดเบี้ยว
ผู้เล่นคือ วิญญาณเร่รอน ที่ต้องเสาะหาร่าง “ภาชนะ” เข้าสิง แล้วเข้าสู่โลกที่แตกสลายและบิดเบี้ยว ที่ๆมีแต่ซากของมนุษย์เต็มไปหมด ผู้เล่นจะได้รับคำสั่งจาก “Dark Father” ผู้ลึกลับ ในการสำรวจภูมิทัศน์ที่หมองหม่น ในการแกะรอย และกอบกู้ Ova ที่ถูกขโมยไปคืนมาจากเหล่าสิ่งมีชีวิตที่น่าเกรงขามซึ่งเฝ้าดูแลโลกอย่างโหดเหี้ยม
โลกของ Mortal Shell II จะพาผู้เล่นเดินทางผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้คลั่งศาสนาและศัตรูที่สิ้นหวัง การออกสำรวจจะทำให้ผู้เล่นได้รับรางวัลเป็นทั้งเนื้อเรื่องใหม่ ร่างนักรบใหม่ อาวุธที่ทรงพลังและแปลกประหลาด พร้อมระบบการต่อสู้ในภาคนี้จะมีความคล่องตัวเพิ่มขึ้น แต่ยังคงความหนักแน่น โดยจุดเด่นที่สำคัญคือการที่ผู้เล่นจะไม่ถูกจำกัดด้วยแถบความเหนื่อยล้า (Stamina) อีกต่อไป ทำให้สามารถใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายในการทำลายบาลานซ์ของศัตรูและเข้าโจมตีในจุดตายได้อย่างต่อเนื่องและรุนแรง

และระบบที่เป็นหัวใจหลักอย่างการ “สิงสู่ในซากนักรบ” ยังคงกลับมาในภาคนี้ ร่างที่หลับใหลของเหล่านักรบที่ถูกลืมเลือนจะกระจายอยู่ทั่วโลกที่แตกสลาย เมื่อผู้เล่นค้นพบจะสามารถปลุกพลังและเข้าสิงสู่เพื่อปลดล็อกจุดแข็งและทักษะเฉพาะตัวของนักรบแต่ละคน ผู้เล่นสามารถสร้างสไตล์การต่อสู้ในแบบของตัวเองผ่านการใช้ความสามารถที่หลากหลาย และค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ผ่านการรวบรวมความทรงจำที่หายไปเพื่อทำความเข้าใจกับเรื่องราวพื้นหลังของนักรบเหล่านั้น
โดยเส้นทางในเกมนี้จะไม่เป็นเส้นตรง สามารถวิ่งข้าม ลัดเลาะได้เท่าที่เกมๆนึงควรจะเป็น เป็นเกมแมปกว้าง ลึก แต่ให้ความรู้สึกว่ามีขนาดกะทัดรัดที่เชื่อมต่อกันด้วยเส้นทางเดินเท้าคดเคี้ยว ซึ่งได้รับการปกป้องโดยเหล่าผู้สิ้นหวังและบ้าคลั่ง เส้นทางบางที่ก็มีเหล่าศัตรูสุดโหด ที่อาจจะ มีความเก่งกาจระดับเดียว หรือเก่งกว่าผู้เล่นก็เป็นได้
รีวิวหลังเล่นเดโม่…

ไม่มีคะแนนให้เพราะไม่ใช่เกมเต็ม!
หนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจของ Mortal Shell 2 คือ การเริ่มต้นเรื่องราวใหม่ แทนที่จะผูกติดกับเหตุการณ์ของภาคแรก ทำให้ผู้เล่นที่ไม่เคยสัมผัสซีรีส์มาก่อนสามารถเริ่มต้นได้ทันที หรือแม้แต่แอดมินที่ไม่ได้เล่นนานจนหลงลืมเนื้อเรื่อง และ World Settng ของเกม ก็สามารถเข้าใจได้ โดยไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปศึกษา Lore ดั้งเดิม
ในขณะเดียวกัน ทีมพัฒนายังคงรักษาวิธีการเล่าเรื่องอันเป็นเอกลักษณ์ของเกมไว้ ผ่านการสำรวจโลก สิ่งแวดล้อม รายละเอียดของไอเทม และปริศนาที่ค่อย ๆ เปิดเผยให้ผู้เล่นไปปะติดปะต่อด้วยตัวเอง
ในส่วนเกมเพลย์ คือของแข็งที่สุดของเกมนี้
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของภาคนี้ คือการตัดระบบใช้ Stamina สำหรับการโจมตี การวิ่ง และการแดชออกไปทั้งหมด ทำให้ดูเหมือนจะเป็นเกมที่เล่นง่าย ไม่ต้องคิดมาก
แต่ในความเป็นจริง ตัวเกม กลับมีความท้าทายเชิงลึกให้ได้จับต้องมากขึ้น สามารถกล่าวได้ว่า นี่คือการ “เปลี่ยนแนวทางการออกแบบเกม” มากกว่า
แทนที่ผู้เล่นจะต้องคอยกังวลกับค่าสตามิน่า กลายเป็นว่า ผู้เล่นต้องไปโฟกัสกับการอ่านจังหวะการต่อสู้แทน เพราะทุกการโจมตีและทุกการหลบหลีกยังคงใช้ระบบ “Recovery Frame” หรือถ้าอธิบายง่ายๆ คือ จบท่าบางท่าแล้วอาจจะต้องพัก ซึ่งหากโจมตีผิดจังหวะหรือออกท่ามากเกินไป ศัตรูก็ยังสามารถสับผู้เล่นได้ทันทีในจังหวะเผลอนี่เอง
และนั่นส่งผลให้การต่อสู้ลื่นไหล รวดเร็ว และดุดันกว่าเดิม แต่ยังคงรักษาหัวใจของเกม Soulslike ที่ให้ความสำคัญกับการตัดสินใจมากกว่าการกดปุ่มอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเลือกแนวทางการป้องกันได้หลากหลายมากขึ้น
ผู้เล่นสามารถใช้ ระบบ Perfect Guard ซึ่งเรียนรู้ได้ง่าย มีความเสี่ยงต่ำ และให้ผลตอบแทนในระดับสมดุล , ระบบ Parry ซึ่งแลกความสามารถโต้กลับที่สูงกว่า หากจับจังหวะได้แม่นยำ
ส่วนระบบ Harden หรือแอดมินชอบเรียกว่า “ตัวแข็ง” ซึ่งเป็นหัวใจของซีรีส์ ก็ได้รับการต่อยอดอย่างชัดเจน การแปลงร่างเป็นหินไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรับการโจมตีอีกต่อไป แต่สามารถผสมเข้ากับการชาร์จโจมตีหนัก การสร้างค่า”ชะงัก” และใช้เป็นการเปิดคอมโบใหม่ๆได้ (เคยไปไล่ดูคลิปพวกเทพๆเล่น บางจังหวะแทบเป็นอมตะเลยด้วย) ทำให้ระบบนี้มีมิติและยืดหยุ่นกว่าภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากระบบการต่อสู้แล้ว โครงสร้างของโลกก็ได้รับการขยายขนาดอย่างชัดเจน…
จากพื้นที่ขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกันในภาคแรก กลายเป็นรูปแบบ Open Field ที่มีพื้นที่ส่วนกลางเชื่อมโยงไปยังไบโอมต่าง ๆ ผู้เล่นสามารถเลือกเส้นทางการสำรวจได้อย่างอิสระมากขึ้น แม้บางพื้นที่จะยังคงต้องอาศัยคีย์ไอเทมหรือความคืบหน้าของเนื้อเรื่องในการปลดล็อก แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มความรู้สึกของการผจญภัย และทำให้โลกของเกมมีมิติและความหลากหลายมากกว่าที่เคย
หนึ่งในจุดที่เห็นพัฒนาการได้ชัดที่สุด คือคุณภาพของงานภาพ
ภาคแรกแม้จะสามารถสร้างบรรยากาศ Dark Fantasy ได้ แต่หลายพื้นที่ยังคงเต็มไปด้วยหมอก และโทนสีที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากรของทีมพัฒนา ที่อาศัยพวก FOG และเทคนิคต่างๆมาจำกัดการมองเห็น และส่งผลให้ฉากในเกมดูมืดทึม อึดอัด แน่นสายตาย เพราะเอาของมากองๆให้ล้นฉาก แต่น่าค้นหา…
แต่ใน Mortal Shell 2 ได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของ Cold Symmetry อย่างชัดเจน ด้วยการพัฒนาบน Unreal Engine 5 โลกของเกมมีขนาดใหญ่ขึ้น รายละเอียดของฉาก แสง เงา และเอฟเฟกต์มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มความหลากหลายของพื้นที่ ทำให้มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ทั้งด้านภูมิประเทศ สีสัน และบรรยากาศ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เกมไม่ได้ละทิ้งความเป็น Dark Fantasy แต่เลือกใช้หมอก ความมืด และองค์ประกอบด้านบรรยากาศเฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น หนองน้ำ หมู่บ้านร้าง หรือดินแดนต้องคำสาป ส่งผลให้โลกของเกมมีความสมจริงและมีมิติมากกว่าการใช้โทนหม่นตลอดทั้งเกม

จากคุณภาพของเวอร์ชันเดโม Mortal Shell 2 แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า Cold Symmetry ไม่ได้เลือกสร้างภาคต่อแบบ “ใหญ่ขึ้น” เพียงอย่างเดียว แต่พยายามแก้ไขข้อจำกัดแทบทุกประเด็นที่เคยถูกพูดถึงในภาคแรก
ทั้งระบบต่อสู้ที่ลื่นไหลกว่าเดิม โครงสร้างโลกที่เปิดกว้างขึ้น งานภาพที่ยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน และการออกแบบเนื้อเรื่องที่เปิดรับผู้เล่นหน้าใหม่ ล้วนสะท้อนถึงความเข้าใจของทีมพัฒนาที่มีต่อเสียงตอบรับจากผู้เล่นตลอดหลายปีที่ผ่านมา

สิ่งที่ทำให้ Mortal Shell 2 น่าจับตามอง
ไม่ใช่เพราะมันพยายามเป็นเกม Soulslike ที่ใหญ่ที่สุด…
แต่เพราะทีมงานเกมเข้าใจอย่างชัดเจนว่าจุดแข็งของตัวเองคืออะไร ทีมพัฒนาไม่ได้ละทิ้งระบบ “ตัวแข็ง” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์เพื่อเดินตามสูตรสำเร็จของเกมอื่น แต่เลือกนำมาพัฒนาต่อยอด พร้อมแก้ไขข้อจำกัดที่เคยถูกวิจารณ์ในภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นขนาดของโลก ความหลากหลายของสภาพแวดล้อม หรือความลื่นไหลของระบบต่อสู้ แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Cold Symmetry ไม่ได้มองภาคแรกเป็นเพียงความสำเร็จ แต่ใช้มันเป็นบทเรียนในการสร้างภาคต่อที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ในวันที่ตลาด Soulslike เต็มไปด้วยคู่แข่งจากทั้งสตูดิโออินดี้และผู้พัฒนาระดับ AAA การมี “อัตลักษณ์” กลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าการมีงบประมาณมหาศาล
หากเวอร์ชันเต็มสามารถรักษาคุณภาพไว้แบบที่เดโมหยิบมานำเสนอได้จริงๆ Mortal Shell 2 ถือว่าเป็นเกมที่มีศักยภาพมากพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเกม Soulslike ที่อยู่ในใจแฟนๆสายซาดิสม์ ชอบความยาก ความทรมานหัวร้อน …
ไม่ใช่เพราะมันพยายามเป็น Dark Souls หรือ Elden Ring
แต่เพราะมันพิสูจน์ให้เห็นว่า Mortal Shell มีแนวทางของตัวเองมากพอที่จะยืนอยู่ร่วมกับแนวเกมนี้ และมีความเด่นมากพอในเกมเพลย์ที่ฉีกจากเกมต้นแบบนั่นเองครับ…

ตัวอย่างวิดีโอเกมเพลย์ความยาวกว่า 12 นาที
สำหรับรายละเอียดการวางจำหน่ายรูปแบบ Physical Edition นั้น Mortal Shell II จะมีให้เลือกสองรูปแบบ
โดย Standard Edition วางจำหน่ายในราคา 49.99 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยแผ่นเกมพื้นฐาน
ส่วนชุด Revered Edition วางจำหน่ายในราคา 69.99 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมาพร้อมกับกล่องเหล็ก SteelBook ภาพพิมพ์ Fine Art และสมุดภาพ Art book
นอกจากนี้ผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าจะได้รับโบนัสพิเศษเป็นสกินภายในเกมอย่าง Obsidian และ Skeletal Harbinger เพื่อใช้ในการปรับแต่งตัวละครตามสไตล์ที่ต้องการ
Mortal Shell II มีกำหนดออก 20 สิงหาคม 2026
#MortalShell2 #MortalShell #Playstack #ColdSymmetry #Soulslike #ActionRPG #GameNews #ข่าวเกม
-
REVIEW – ONIMUSHA : Way Of The Sword [ รีวิว - สนุกไหม? / PS5]#CAPCOM #โอนิมูฉะ #ONIMUSHA
-
Review : Marvel’s Wolverine [PS5 / สั่งซื้อเกม / ราคา / วันวางขาย / Preview ]พัฒนาภายใต้การดูแลโดย ผู้อำนวยการสร้างของ Spider-Man: Miles Morales
-
REVIEW : Blue Lock ขังดวลแข้ง [รีวิว Live Action / ตัวอย่างซับไทย / หนังใหม่ 2026 ]#BLUELOCK #ขังดวลแข้ง #มงคลซีนีม่า










































