03 มิถุนายน 2569 01:00 น.
Masters of the Universe
ประเภท: แอ็คชั่น / แฟนตาซี
ผู้กำกับ: Travis Knight
ค่ายหนัง: Amazon MGM Studios
วันฉาย: 5 มิถุนายน 2026
สั่งซื้อดาบ ชุดพิเศษจากทาง SF Cinema คลิก
POWER SWORD COMBO SET จำหน่ายแล้ววันนี้! ราคาสุดคุ้มเพียง 699 บาท ห้ามพลาด! มีจำนวนจำกัด
Exclusive ที่ เอส เอฟ เท่านั้น
ในเซตประกอบด้วย
MASTER OF UNIVERSE POWER SWORD CUP 40 oz (เฉพาะ Packaging) 1 ชิ้น BUCKET 64 oz ลายภาพยนตร์ (พร้อมป๊อปคอร์น) 1 ถัง SOFT DRINK 32 oz (พร้อมเครื่องดื่ม) 1 แก้ว
ระยะเวลาจำหน่าย: 28 พ.ค. 69 เป็นต้นไป
ปลุกตำนานฮีโร่ยุค 80 กลับมาอีกครั้ง ในภาพยนตร์ Masters of the Universe หรือ ฮีแมน เจ้าจักรวาล ฉบับคนแสดง ที่ได้ Travis Knight ผู้กำกับฝีมือดีจาก Bumblebee และ Kubo and the Two Strings มานั่งแท่นกุมบังเหียน โดยเวอร์ชันนี้จะเป็นการรีบูตเรื่องราวใหม่ทั้งหมดและทำหน้าที่เป็น ภาคย้อนความ (Prequel) ที่เล่าเรื่องราวต้นกำเนิด พร้อมทัพนักแสดงระดับแถวหน้าที่มาร่วมถ่ายทอด สงครามแห่งจักรวาล Eternia
เรื่องราวในเวอร์ชันใหม่นี้จะโฟกัสไปที่ Adam Glenn เด็กชายวัย 10 ขวบที่เดินทางออกมาจากดาว Eternia ที่มีสงคราม แต่ยานก็ตกมายังโลกมนุษย์ ซึ่งเป็นดาวบ้านเกิดของแม่เขาพอดี ทำให้เขาต้องพลัดพรากจากดาบ Power Sword of Grayskull อันเป็นมรดกตกทอดของบรรพบุรุษในตอนนั้น
20ปีต่อมา Adam ได้กลับไปทวงคืนดาบศักดิ์สิทธิ์และรับหน้าที่เป็น He-Man หรือ Masters of the Universe เพื่อต่อสู้ปกป้องดาว Eternia บ้านเกิดจากการรุกรานของกองทัพชั่วร้ายที่นำโดย Skeletor วายร้ายผู้ทรงพลังที่หมายจะยึดครองจักรวาล
REVIEW
ปลุกชีพการ์ตูนรุ่นลายคราม ด้วยการทำหนังออกมาให้ร่วมสมัย ดูสนุก อมยิ้มได้เรื่อยๆ แม้ช่วงกลายจะอืดๆไปหน่อย แต่ช่วงท้ายอร่อยเลย!
Master of the Universe : ฮีแมน เจ้าจักรวาล เนี่ย คนที่ทันยุคฉายทีวี จะรับรู้ว่า เป็นทีวีอนิเมชั่นซีรีส์ที่ย่อยง่าย เข้าใจง่าย จบในตอน แต่สีสันของเรื่องราวในการ์ตูนต้นฉบับ มันจะมีมุกแนวๆตัดขากันเอง ขัดคอกันบ้าง หรืออะไรที่ฮิตๆในสมัยนั้นมาใส่เป็นกิมมิคเล็กๆ ให้ดูเอนจอย
ซึ่งตัวหนังเองก็ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ใส่ลงไปในบทสนทนา โดยหลักแล้วอาการ “อารมณ์ค้าง” จะตกไปที่เจ้าวายร้ายอย่าง Skeletor (ที่ จาเรต เลโต้แสดง) มากกว่า
ตัวหนังเล่าเรื่องราวของ เจ้าชายอดัม หรือ He-Man (รับบทโดย นิโคลัส กาลิซีน) ที่ตอนเด็กๆ ถูกส่งตัวมายังโลกมนุษย์หลังจากดินแดนเวทมนตร์เอเทอร์เนีย (Eternia) ถูกจอมวายร้าย สเกเลทอร์ (จาเรต เลโต้) ยึดครอง
ตัดภาพมาปัจจุบัน อดัมเติบโตบนโลกและทำงานอยู่ในแผนกทรัพยากรบุคคล (HR) ใช่ครับฟังไม่ผิด! ฮีแมนคนนี้ โตมาเป็นหนุ่มออฟฟิศที่ต้องใช้คำพูดไกล่เกลี่ยความขัดแย้งแทน แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อดาบศักดิ์สิทธิ์ของเขาถูกค้นพบ จากร้านขายของเล่น … “ทีล่า” (คามิลล่า แมนเดส) เพื่อนเก่าก็โผล่มาพาเขากลับบ้านเกิดเพื่อไปสู้เหล่าร้าย
พล๊อตเรียบง่าย เข้าใจง่าย โดนใจเด็กยุคเฝ้าจอทีวีแบบแอดมินไม่น้อยครับ
ซึ่งคนเจนเราคงจะดูสนุกแหละ แบบดูแล้วอยากมีพลัง อยากซื้อดาบไว้ชู้ขึ้นฟ้า เบียวให้ฟ้าผ่ามาอัพพลัง อยากไปเข้าฟิตเนส เล่นกล้ามไว้สู้กับเหล่าร้ายอะไรแบบนั้น…
แต่น้องๆที่ไม่ทันยุคนั้น และโตมากับสื่อที่มีความรวดเร็วในการนำเสนอประเด็นต่างๆ เค้าจะสนุกมั้ยนะ?
คืองี้ครับ…
ข้อสังเกตุที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ดูมาของหนังเรื่องนี้ ภายใต้การกำกับของ ทราวิส ไนท์ (จาก Bumblebee) คือ “ความลังเลในโทนเรื่อง”
บทหนังมีคนเขียน ที่เขียนไปคนละทิศละทาง เหมือนมีหลายๆคนมารุมเขียนให้ นึกอยากเล่าอะไร ก็ใส่ๆมา…
บทนึงจะมุ่งไปทางเอาฮาล้อความเป็นสื่อในยุคเก่า พลังชายแทร่ กล้ามโต ตัวประกอบมีของเล่นที่ดูเหมือมีกลไกสปริงที่แขนหลายแบบ
แต่อีกบทก็อยากจะจริงจัง ซาบซึ้ง เป็นมหากาพย์การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ซะงั้น
มันเลยกลายเป็นหนังที่ครึ่งๆ กลางๆ จะฮาก็ฮาไม่สุด (แถมมุกส่วนใหญ่มีความฝืนๆ พอขำในลำคอบ้าง โดยเฉพาะมุกชื่อ “ฮี-แมน” นี่ขยี้จริงๆ)
พอจะซึ้งก็ดันเข้าไม่ถึง ตัวหนังมียาวนานถึง 143 นาทีที่ทั้งแน่นไปด้วยซับพล็อต แต่กลับไม่อินเลย
ยังดีที่ช่วงต้นเรื่อง กับ ท้ายเรื่อง เป็นอะไรที่สนุกสำหรับเรามากๆ เพลง OST ที่อัดเข้ามา คือแบบ “พี่ใส่มาทำไม” (อันนี้ชม เพราะมันช๊อตฟิลดี โดยเฉพาะเพลงจาก 4 Non Blondes – What’s up ที่โคตรมีมในตำนาน และของวง Queen – Princes Of The Universe ขึ้น แอดฯขำเลยเพราะ มีเหตุให้เปิดไม่จบ ส่วนจะเป็นอะไรนั้น ต้องไปดู 555+)
ในส่วนของงานภาพ ก็ตามสไตล์หนังทุนสูงครับ งานดี งานเนี้ยบ และงานอ่อม ก็มีผสมๆกันไป (เพราะหลายทีมงานรุมกันทำแหละ)
ฉากแอ็กชันถูกตัดต่อดูแล้วเบียวๆดี ฟิลการ์ตูนโชเนน
มันมีกลิ่นอายพยายามจะหยิบโน่นผสมนี่ มีความ Superman+ Guardians of the Galaxy ของเจมส์ กันน์ แต่นั่นละครับ อย่างที่บอก ช่วงกลางเรื่องเล่ายืดน้ำเยอะไปหน่อย ส่งผลให้ตัวหนังมีความยาว 143 นาทีอย่างที่บอกครับ
ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามา พอเดินออกจากโรง สังเกตุพฤติกรรมการสนทนาของผู้คน ก็จะมีความเห็นสองกลุ่มที่ต่างกัน…
กลุ่มเด็กเจน X-Y จะชอบมาก เพราะเข้าใจฟิลลิ่งของความเป็นสื่อยุคเก่า เหมือนดูการ์ตูนทีวี หรือลิเกอวกาศสเกลใหญ่ มุกย่อยง่าย ใช้เวลาซึมซับเยอะหน่อย ดูจุใจถึงสองชั่วโมงกว่า
อีกกลุ่มจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น ที่อายุน้อยลงมาที่ไม่น่าจะได้ทันดูต้นฉบับ แล้วมาดูอันนี้เลย ก็จะงงๆ บ่นๆ เล่าอะไรเยอะแยะ ตั้งสองชั่วโมง เนื้อหามีแค่หัวกับท้าย
ส่วนเราหลักสี่ ก็จะเป็นกลุ่มแรกครับ ชอบมาก และเจ็บแค้นกับอนิเมเวอร์ชั่น NETFLIX มาด้วย พอมาดูอันนี้ คือแฮปปี้มากพี่จ๋า 555
อ่อ หนังมี End Credit 2 ตัวนะ ตามสูตรหนังฮีโร่สมัยนี้แหละ ดีก็ทำต่อ ไม่ดีก็วางไว้ตรงนั้นได้ ว่ากันไปครับ
Masters of the Universe ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์
VIDEO
#MastersoftheUniverse #HeMan #AmazonMGM #JaredLeto #NicholasGalitzine #TravisKnight #ข่าวหนัง