Wo Long 2: Wings of Ember
ประเภท: Action RPG / Souls-like
ผู้พัฒนา: Team NINJA / KOEI TECMO
แพลตฟอร์ม: PS5, XSX|S, Switch 2, PC
วันวางจำหน่าย: ต้นปี 2027
ภาคต่อเกมแอ็กชัน Souls-like ดาร์กแฟนตาซีสามก๊ก ที่หลายคนรอคอย ได้มีความคืบหน้าให้ได้ตามกัน กับ Wo Long 2: Wings of Ember
เกมนี้คือ!?
Wo Long 2: Wings of Ember เป็นผลงานเกมแอ็กชันผจญภัยแนว Souls-like จากทีมพัฒนา Team NINJA และจัดจำหน่ายโดย KOEI TECMO โดยเกมจะลงให้กับแพลตฟอร์ม PlayStation 5, Xbox Series X|S, Nintendo Switch 2 และ PC บน Steam รวมถึงเปิดให้เล่นผ่านบริการ Xbox Game Pass ตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย
เนื้อเรื่องจะดำเนินในช่วงเวลาที่แผ่นดินจีนกำลังแบ่งออกเป็นสามก๊กและเต็มไปด้วยสงครามแย่งชิงอำนาจ
Wo Long 2 จะพาผู้เล่นเข้าสู่ช่วงกลางของยุคสามก๊ก โดยมีเหตุการณ์สำคัญอย่าง ศึกฉางปั้นโพและศึกผาแดง เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว
ผู้เล่นจะรับบทเป็นชายหนุ่มที่บ้านเกิดถูกกองทัพของโจโฉทำลาย และออกเดินทางเข้าสู่สนามรบเพื่อแก้แค้น โดยมี บังทอง (Pang Tong) หนึ่งในยอดกุนซือที่มีชื่อเสียงเคียงคู่กับขงเบ้ง เป็นตัวละครสำคัญและร่วมเดินทางไปกับตัวเอก
เกมเพลย์
ระบบการเล่นของ Wo Long 2: Wings of Ember ยังคงเน้นย้ำความสมดุลระหว่างการรุกและการรับผ่านวิทยายุทธ์จีนอันดุดัน โดยมีการพัฒนาระบบต่อสู้ให้มีความหลากหลายมากกว่าภาคแรก ทั้งการต่อสู้กลางอากาศ การเคลื่อนไหวที่มีมิติแนวดิ่งสูงขึ้น รวมถึงการใช้จังหวะ Deflect ปัดป้องเพื่อสร้างโอกาสโจมตีสวนกลับ นอกจากนี้ยังมีระบบพลังวิญญาณผู้พิทักษ์ที่มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้มากยิ่งขึ้น พร้อมฉากในเกมที่มีความกว้างขวางและเปิดโล่งมากกว่าเดิม ช่วยให้ผู้เล่นสามารถสำรวจพื้นที่และวางกลยุทธ์การรับมือกับศัตรูได้อย่างอิสระ
ล่าสุด Masakazu Hirayama โปรดิวเซอร์ของเกม ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อภายในงาน ChinaJoy 2026
พร้อมเปิดเผยรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนา
ทั้งระบบต่อสู้ ตัวละคร และการนำเสนอสงครามครั้งสำคัญอย่างศึกผาแดง
จาก DLC สู่แนวคิดของภาคต่อ
Hirayama เปิดเผยว่า ในช่วงพัฒนา Wo Long: Fallen Dynasty ภาคแรก ทีมงานไม่ได้มีแผนสร้างภาคต่อเอาไว้ตั้งแต่แรก เนื่องจากต้องการทุ่มเทกับเกมภาคแรกให้ดีที่สุดก่อน
แนวคิดของภาคต่อเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในช่วงที่ทีมงานกำลังพัฒนา DLC และเวอร์ชันสมบูรณ์ของเกม เพราะในระหว่างนั้นทีมงานเริ่มมองเห็นว่ามีหลายสิ่งที่อยากทำแต่ยังไม่สามารถใส่ลงไปในภาคแรกได้ จึงค่อย ๆ พัฒนาเป็นแนวคิดสำหรับ Wo Long 2
สำหรับเรื่องราวของภาคใหม่นั้น แนวคิดเกี่ยวกับบังทองเริ่มมีมาตั้งแต่ช่วงพัฒนา DLC โดย Hirayama มองว่าตัวละครนี้มีเสน่ห์และมีความโรแมนติกในแง่ของประวัติศาสตร์ เมื่อภาคแรกเลือกนำเสนอเรื่องราวของ “มังกรหมอบ” หรือขงเบ้ง ทีมงานจึงต้องการนำเสนออีกด้านของวลี “卧龙凤雏” หรือ “มังกรซุ่มกับหงส์ดรุณ ” ผ่านเรื่องราวที่มีบังทองเป็นศูนย์กลาง
ตัวเอกยังไม่ใช่ขงเบ้ง แต่ขงเบ้งจะมีบทบาท
แม้เรื่องราวของ Wo Long 2 จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ขงเบ้งมีบทบาทสำคัญ รวมถึงการปรากฏตัวของฮวงเยว่หยิงในฐานะตัวละครร่วมทางของบังทอง จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่าตัวเอกที่แท้จริงอาจเป็นขงเบ้ง
แต่ Hirayama ยังไม่ยืนยันรายละเอียดดังกล่าว
ทีมงานระบุเพียงว่า ตัวเอกจะปรากฏตัวในฐานะ “สหายของบังทอง” และรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครหลักจะทยอยเปิดเผยเพิ่มเติมในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ขงเบ้งจะปรากฏตัวในเกมอย่างแน่นอน และทีมงานจะนำเสนอช่วงเวลาที่เขามีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์สามก๊กด้วย
Wo Long 2 ถูกยกระดับการต่อสู้ให้ “มีมิติ” มากขึ้น
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของภาคใหม่คือระบบการต่อสู้ ซึ่งจะถูกพัฒนาให้มีความเป็นสามมิติมากขึ้น โดยได้รับอิทธิพลบางส่วนจากประสบการณ์ของ Team NINJA ในการพัฒนาเกมแอ็กชันหลายซีรีส์ รวมถึง Ninja Gaiden 4 ที่ Hirayama ทำหน้าที่เป็น Game Director
สิ่งที่ถูกนำมาต่อยอดคือการเคลื่อนไหวในแนวตั้ง เช่น การวิ่งไต่กำแพง การเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ต่างระดับ รวมถึงการออกแบบมุมกล้องและแอ็กชันที่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่รอบตัวได้มากขึ้น
Hirayama ยังกล่าวติดตลกว่า เนื่องจากช่วงเวลาพัฒนา Ninja Gaiden 4 และ Wo Long 2 มีบางส่วนที่ทับซ้อนกัน เมื่อเขาคุ้นเคยกับความเร็วของ Ninja Gaiden 4 แล้วกลับมาตรวจสอบ Wo Long 2 บางครั้งก็รู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของเกมดูช้าลงไปเลย
แนวทางดังกล่าวแตกต่างจาก Nioh ซึ่งเน้นแนวคิด “รุกและรับ” ของวิถีนักรบซามูไรและระบบ Ki รวมถึงระบบ Ki Pulse
ขณะที่ Wo Long เน้นศิลปะการต่อสู้แบบจีนที่ต่อเนื่อง ลื่นไหล และเน้นการเปลี่ยนจากการโจมตีไปสู่การป้องกันอย่างรวดเร็ว
หากภาคแรกนำระบบของ Nioh มาปรับให้เรียบง่ายและเข้าถึงผู้เล่นมากขึ้น
ภาคสองจะเป็นการต่อยอดในแนวตั้ง โดยทำให้สนามต่อสู้มีพื้นที่และทางเลือกมากกว่าเดิม
“Phoenix Power” จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของการต่อสู้
Wo Long 2 จะเพิ่มระบบใหม่ที่เรียกว่า Phoenix Power หรือพลังฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นพลังจากสัตว์เทพที่ช่วยให้ตัวละครสามารถทำสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ด้วยความสามารถปกติ
ตัวอย่างที่เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ ได้แก่ การใช้พลังเพื่อหลบหลีกหรือปัดป้องในรูปแบบใหม่ รวมถึงการกระโดดที่เกี่ยวข้องกับระบบ “สมาธิ”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สื่อได้ทดลองก่อนหน้านี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของเกมเท่านั้น Hirayama ยืนยันว่าเวอร์ชันเต็มจะมีความสามารถจากพลังฟีนิกซ์เพิ่มเติมอีกหลายรูปแบบ และระบบดังกล่าวจะมีความหลากหลายมากกว่าที่เปิดเผยไปแล้ว
เป้าหมายสำคัญของระบบนี้คือการเพิ่มทางเลือกให้ผู้เล่น ไม่ต้องพึ่งพาการ “Deflect” เพียงอย่างเดียวในการรับมือศัตรู
ไม่ได้เพิ่มความยากอย่างเดียว แต่เพิ่มทางเลือกในการต่อสู้

หนึ่งในเสียงตอบรับจาก Wo Long ภาคแรกคือ ศัตรูจำนวนมากสามารถรับมือได้ด้วยการใช้ระบบ Deflect ทำให้เมื่อผู้เล่นเชี่ยวชาญระบบดังกล่าวแล้ว การต่อสู้อาจให้ความรู้สึกซ้ำเดิม
ทีมงานยอมรับว่าพวกเขาได้รับความคิดเห็นในลักษณะนี้จริง และมองว่าการเพิ่มความยากเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ เพราะสุดท้ายผู้เล่นก็ยังสามารถใช้วิธีเดิมเพื่อรับมือกับศัตรูได้
Wo Long 2 จึงเลือกเพิ่มทางเลือกใหม่ผ่านระบบ Phoenix Power เพื่อให้ผู้เล่นสามารถใช้ท่าต่าง ๆ ที่มีความแอ็กทีฟมากขึ้น แทนที่จะต้องรอจังหวะ Deflect อยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้เกมยังมีศัตรูที่สามารถลอยอยู่กลางอากาศ รวมถึงท่า Martial Arts และยุทธวิธีสำหรับรับมือศัตรูในแนวตั้งโดยเฉพาะ
ไม่มีอาวุธที่สร้างมาเพื่อการต่อสู้กลางอากาศโดยเฉพาะ
แม้ระบบต่อสู้จะถูกเพิ่มท่าปัดป้องกลางอากาศและการต่อสู้บนอากาศ แต่ทีมงานจะไม่สร้างอาวุธที่ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการต่อสู้กลางอากาศเพียงด้านเดียว
เหตุผลคืออาวุธลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้บนพื้นดินลดลง
แทนที่จะบังคับผู้เล่นให้เลือกอาวุธตามรูปแบบการต่อสู้ ทีมงานต้องการให้อิสระผ่านระบบ Build เพื่อให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งรูปแบบการเล่นตามความต้องการของตัวเอง
โลกที่ยังคงเป็น “สนามรบ” มากกว่า Open World ทั่วไป
Wo Long 2 จะเปลี่ยนรูปแบบจากแผนที่ที่ค่อนข้างเป็นเส้นตรงของภาคแรก ไปสู่โครงสร้าง Open World
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อระบบ Morale หรือ “ขวัญกำลังใจ” ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบสำคัญของ Wo Long ภาคแรก
ในเกมเดิม ผู้เล่นจำเป็นต้องออกสำรวจพื้นที่และปักธงเพื่อเพิ่มระดับ Morale ก่อนเข้าสู้กับบอส แต่ในภาคใหม่ระบบดังกล่าวจะถูกปรับให้เข้ากับโครงสร้างโลกเปิด โดยทีมงานยืนยันว่าระบบ Morale ยังคงอยู่ แต่จะทำงานแตกต่างจากภาคแรก
สำหรับปัญหาที่ Open World มักถูกตั้งคำถามเรื่องความซ้ำซากและการสำรวจที่ไม่มีเป้าหมาย ทีมงานพยายามแก้ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้เป็น “สนามรบขนาดใหญ่” ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสนามรบสามารถส่งผลต่อสถานการณ์ในพื้นที่อื่น ๆ ได้
ดังนั้นการสำรวจจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการค้นหาของหรือเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่การเปลี่ยนแปลงของสนามรบจะเข้ามามีส่วนกำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย
ศึกผาแดงจะไม่ใช่แค่สงครามทางน้ำ
ศึกผาแดงถือเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่ใหญ่ที่สุดของยุคสามก๊ก และมีทั้งการรบทางน้ำ รวมถึงเหตุการณ์โจมตีด้วยไฟ ทำให้เกิดคำถามว่า Wo Long 2 จะนำเสนอสงครามทางน้ำในรูปแบบใด
Hirayama ยืนยันว่าเกมจะไม่มีระบบให้ผู้เล่นว่ายน้ำและต่อสู้ใต้น้ำหรือกลางน้ำโดยตรง
อย่างไรก็ตาม สนามรบในเกมจะถูกออกแบบให้มีความเป็นสามมิติมากขึ้น และมีการใช้พื้นที่ต่างระดับอย่างเต็มที่ หากผู้เล่นตกจากพื้นที่สูง ความเสียหายจะไม่รุนแรงจนทำให้ต้องถูกศัตรูรุมโจมตีจนหมดทางสู้ โดยระบบจะออกแบบให้เสียพลังชีวิตบางส่วนและพาผู้เล่นกลับไปยังพื้นที่เดิม
ที่สำคัญ ศึกผาแดงในเกมจะไม่ได้ถูกนำเสนอด้วยการจำลองประวัติศาสตร์แบบตรงไปตรงมา แต่ทีมงานจะปรับทั้งเนื้อเรื่องและการออกแบบฉากให้เหมาะกับประสบการณ์การเล่น
Hirayama ยกตัวอย่างฉากในตัวอย่างเปิดตัวที่ตัวละครเผชิญหน้ากับโจโฉ ซึ่งบทสนทนาในฉากดังกล่าวมีความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ ขณะที่สนามรบเองก็จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อสู้บนผืนน้ำ และจะมีการออกแบบที่ “กล้า” กว่าที่ผู้เล่นอาจคาดคิด
ระบบสัตว์เทพยังอยู่ แต่เชื่อมโยงกับสนามรบมากขึ้น
ระบบ Divine Beast หรือสัตว์เทพจากภาคแรกจะกลับมาใน Wo Long 2 โดยพื้นฐานยังคงคล้ายเดิม ผู้เล่นสามารถสร้างความสัมพันธ์กับขุนพลต่าง ๆ เพื่อปลดล็อกพลังของสัตว์เทพ
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือระบบเพื่อนร่วมทีม โดยขุนพลที่ร่วมทางกับผู้เล่นสามารถถูกนำไปประจำการในฐานต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะส่งผลต่อสถานการณ์ภายในสนามรบ
นอกจากนี้ยังมีระบบใหม่ที่เรียกว่า Divine Beast Manifestation ซึ่งทำงานบนพื้นฐานของ Phoenix Power และสามารถให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไปตามสัตว์เทพที่ผู้เล่นเลือกใช้งาน
ขุนพลฝ่ายง่อจะมีบทบาทสำคัญ
แม้รายละเอียดเกี่ยวกับฝ่ายง่อจะยังไม่ได้รับการเปิดเผยมากนัก แต่ทีมงานยืนยันว่ากลุ่มของซุนกวนจะมีบทบาทอย่างมากในเกม
Hirayama ระบุว่าแนวทางของ Wo Long รวมถึง Nioh คือการไม่เปลี่ยน “ผลลัพธ์ทางประวัติศาสตร์” อย่างรุนแรง แต่จะนำเสนอรายละเอียดและเหตุการณ์ระหว่างทางด้วยการตีความใหม่
ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างซุนกวนกับเล่าปี่ รวมถึงการเป็นพันธมิตรหรือศัตรู อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างจากประวัติศาสตร์ที่ผู้เล่นคุ้นเคย
ช่วงเวลาที่ Wo Long 2 เลือกนำเสนอถือเป็นยุคที่สามขั้วอำนาจของ วุย ก๊กจิ๋น และง่อ เริ่มก่อตัวอย่างชัดเจน ทำให้ทีมงานต้องการนำเสนอทั้งสามฝ่ายอย่างละเอียด โดยไม่ให้น้ำหนักกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป
บังทองจะอิงทั้งประวัติศาสตร์และสามก๊กฉบับนิยาย
สำหรับการตีความตัวละครบังทอง ทีมงานยอมรับว่าจะมีน้ำหนักไปทาง สามก๊กฉบับนิยาย มากกว่าประวัติศาสตร์เล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม Wo Long 2 จะไม่ได้ยึดตามนิยายสามก๊กแบบตรงตัว เนื่องจากตัวเกมเองก็มีการดัดแปลงเรื่องราวอยู่แล้ว โดยทีมงานจะนำทั้งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ตำนาน และเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องมาประกอบกันเพื่อสร้างเวอร์ชันของบังทองในเกม
AI ของบอสถูกปรับปรุง และลดปัญหาการโจมตีจากนอกจอ

Wo Long 2 จะยังคงมีการต่อสู้กับศัตรูหลายตัว รวมถึงสถานการณ์ที่ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับบอสหลายตัวพร้อมกัน
แต่ทีมงานระบุว่า AI ของบอสได้รับการปรับปรุงจากภาคแรก ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการโจมตีจากศัตรูที่อยู่นอกมุมกล้อง
เป้าหมายคือทำให้การต่อสู้มีความท้าทายโดยไม่สร้างความรู้สึกว่าเกมกำลัง “โกง” ผู้เล่นจากการโจมตีที่ไม่สามารถมองเห็นหรือคาดการณ์ได้
ผู้เล่นอาจเปลี่ยนรายละเอียดของศึกผาแดงได้ แต่ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ทั้งหมด
แม้เหตุการณ์ศึกผาแดงจะเป็นสิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่รู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว แต่ Team NINJA ยืนยันว่า Wo Long 2 จะไม่ได้เล่าเหตุการณ์ตามประวัติศาสตร์แบบ 100%
ทั้งเนื้อเรื่องและการออกแบบสนามรบจะถูกดัดแปลงเพื่อให้เหมาะกับเกม โดยเฉพาะฉากการเผชิญหน้ากับโจโฉที่ปรากฏในตัวอย่าง ซึ่งจะมีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างจากสิ่งที่ผู้เล่นคุ้นเคย
อย่างไรก็ตาม ทีมงานยังไม่เปิดเผยว่าผู้เล่นจะสามารถเปลี่ยนแปลง “ผลลัพธ์” ของศึกผาแดงได้มากน้อยเพียงใด โดยขอให้รอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต
Team NINJA ให้ความสำคัญกับเสียงตอบรับจากผู้เล่นจีน
Hirayama ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างทีมพัฒนากับผู้เล่นชาวจีน โดยระบุว่าทีมงานให้ความสำคัญกับความคิดเห็นจากผู้เล่นในประเทศจีนเป็นอย่างมาก
ภายใน Team NINJA เองก็มีทีมงานชาวจีนที่ช่วยรวบรวมความคิดเห็นของผู้เล่น ขณะเดียวกันในการพัฒนาเกมภาคแรก ทีมงานยังเคยร่วมงานกับบริษัทจากจีนเพื่อรับฟังความคิดเห็นของตลาดและผู้เล่นโดยตรง
สำหรับ Wo Long 2 ทีมงานยืนยันว่าจะยังคงสื่อสารกับผู้เล่นจีนอย่างต่อเนื่อง และต้องการทำให้เกมสามารถนำเสนอวัฒนธรรมและบรรยากาศแบบจีนได้อย่างน่าสนใจ
Hirayama มองว่าเสน่ห์สำคัญของ Wo Long คือการนำเสนอโลกที่แตกต่างจากภาพจำของญี่ปุ่นในฐานะดินแดนแห่งซามูไรและนินจา และในฐานะนักพัฒนา เขายังต้องการสร้างเกมที่มีฉากหลังเป็นจีนต่อไปในอนาคต
จากบทสัมภาษณ์ครั้งนี้จะเห็นได้ชัดว่า Wo Long 2: Wings of Ember ไม่ได้เป็นเพียงการนำระบบของภาคแรกมาขยายขนาด
แต่ Team NINJA กำลังพยายามยกระดับโครงสร้างเกมในหลายด้าน ตั้งแต่การเปลี่ยนสู่ Openworld การเพิ่มระบบการต่อสู้แนวตั้ง ไปจนถึง Phoenix Power ที่เปิดทางให้ผู้เล่นมีตัวเลือกในการต่อสู้มากกว่าเดิม
ขณะเดียวกัน การนำเสนอช่วงเวลาสำคัญของสามก๊กอย่างศึกฉางปั้นโพและศึกผาแดง รวมถึงการให้บังทองเป็นตัวละครสำคัญ ก็อาจทำให้เกมมีทิศทางด้านเนื้อเรื่องแตกต่างจากภาคแรกอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน Wo Long 2 ยังอยู่ในช่วงต้นของการพัฒนา และทีมงานระบุว่าจะทยอยนำเสนอรายละเอียดใหม่อย่างต่อเนื่องในอนาคต
Wo Long 2: Wings of Ember มีกำหนดวางจำหน่ายช่วงต้นปี 2027 บน Xbox Series X|S, PlayStation 5, Nintendo Switch 2 และ PC
แอดมิน AK47
#WoLong2WingsofEmber #WoLong #TeamNINJA #KOEITECMO #GameNews
-
เหตุผล 5 ข้อ ที่ไขข้อข้องใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงชอบโทษเกม?เพราะเราอยู่ในสังคม
-
Resident Evil [ ตัวอย่าง / หนังใหม่ / Movie 2026]มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 18 กันยายน 2026
-
ทำไมหนังที่สร้างจากเกม ไม่จำเป็นต้องเหมือนเกมก็ประสบความสำเร็จได้? เมื่อ “หัวใจของเกม” สำคัญกว่า “การลอกต้นฉบับ”#หนังจากเกม #GameAdaptation #VideoGameMovies #VideoGameAdaptation #ResidentEvil #SilentHill #SonicTheHedgehog #SuperMario #TheLastOfUs #Fallout #Uncharted #LikeADragon #Gaming #เกม #วงการเกม











































