Final Fantasy 7 : Revelation
ประเภท: Action RPG
ผู้พัฒนา: Square Enix
แพลตฟอร์ม: PS5, Nintendo Switch 2, Xbox Series X|S, PC “พร้อมกันทุกแพลตฟอร์ม”
วันวางจำหน่าย: ฤดูใบไม้ผลิ ปี 2027
สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนเกมทั่วโลกเมื่อทางค่าย Square Enix ได้ประกาศเปิดตัวเกมภาคสุดท้ายของโปรเจกต์รีเมคระดับตำนานอย่างเป็นทางการ โดยเกม Final Fantasy 7 : Revelation จะนำพาผู้เล่นไปสัมผัสกับบทสรุปของมหากาพย์การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่และอลังการที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมกับยกระดับประสบการณ์การเล่นให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นด้วยการนำเสนอโลกกว้างแบบไร้รอยต่อ และระบบการต่อสู้รูปแบบใหม่ที่จะทำให้ทุกคนต้องจับตามอง
เกมนี้คือ!?

Final Fantasy 7 : Revelation ผลงานเกมสวมบทบาทแอ็กชันฟอร์มยักษ์จากค่าย Square Enix ที่เตรียมลงให้กับระบบเPS5, Nintendo Switch 2, Xbox Series X|S, PC “พร้อมกันทุกแพลตฟอร์ม”
โดยเป็นการสานต่อเรื่องราวจากภาคแรกในปี 2020 และภาคที่สองในปี 2024 เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายที่ดุเดือดที่สุด และเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของตัวเกมต้นฉบับที่เคยวางจำหน่ายเมื่อปี 1997
เนื้อเรื่องในภาคนี้ คลาวด์ และผองเพื่อนต้องเผชิญหน้ากับโลกที่กำลังสั่นคลอนและใกล้ถึงจุดจบ ท่ามกลางความโศกเศร้าจากการสูญเสียมิตรคนสำคัญ
พวกเขาต้องลุกขึ้นสู้เพื่อหยุดยั้ง เซฟิรอธ ศัตรูตัวฉกาจที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่ความเป็นพระเจ้า ในขณะเดียวกันมหันตภัยร้ายอย่าง เมเทโอ ก็กำลังพุ่งตรงมาสร้างรอยด่างพร้อยบนท้องฟ้า
รวมถึง เหล่า Weapon ขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ที่ดวงดาวถูกปลุกขึ้นมาเพื่อป้องกันเมเทโอ แต่พวกมันกลับสร้างความทำลายล้างและโกลาหลไปทั่วทุกหนแห่งโดยไม่เลือกหน้า ทำให้กลุ่มตัวเอกต้องยืนหยัดเผชิญหน้ากับพวกมันด้วย ผู้เล่นจะต้องแข่งกับเวลา เดินทางข้ามทวีปด้วยเรือเหาะไฮวินด์ เพื่อรวบรวมกำลัง และตัดสินชะตากรรมของดวงดาวในสงครามครั้งสุดท้ายที่จะนำพาความขัดแย้งระดับตำนานไปสู่บทสรุป

เกมเพลย์
เกมเพลย์ยังคงเป็น Action RPG ที่ยกระดับระบบการเล่นจากภาค Remake และ Rebirth ขึ้นไปอีกขั้น ตัวเกมยังคงใช้ระบบการต่อสู้แบบ Hybrid Combat System อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความตื่นเต้นเร้าใจของแอ็กชันเรียลไทม์ และความลึกซึ้งในเชิงกลยุทธ์ของการสั่งการผ่านโหมดแทคติคอล (Tactical Mode) ที่จะชะลอเวลาเพื่อให้ผู้เล่นเลือกใช้คาถา ไอเทม หรือความสามารถเฉพาะตัวได้อย่างแม่นยำ โดยถูกออกแบบมาให้รองรับการปะทะกับศัตรูที่มีขนาดใหญ่และทรงพลังมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
คุณ นาโอกิ ฮามากุจิ ผู้กำกับเกมไตรภาค Final Fantasy 7 Remake ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทางสื่อต่างประเทศอย่าง Eurogamer พร้อมยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Final Fantasy 7 Revelation ตัวเกมภาคที่สามและเป็นภาคสุดท้ายของไตรภาคนี้ จะมีขนาดของโลกในเกมที่ใหญ่ยิ่งกว่า Final Fantasy 7 Rebirth อย่างแน่นอน
โลกของภาคนี้ได้รับการออกแบบให้เป็น Open World แบบไร้รอยต่อ ซึ่งตัวเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Rebirth แม้จะได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก แต่ก็นำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เล่นบางส่วนเกี่ยวกับขนาดโลกที่ใหญ่เกินไปและกิจกรรมเสริมในฉากที่เริ่มซ้ำซาก จนทำให้ผู้เล่นหลายคนกังวลว่าการที่ภาค Revelation ขยายขนาดโลกให้ใหญ่ขึ้นไปอีกนั้นจะส่งผลเสียต่อจังหวะการเล่นหรือไม่
ทางทีมผู้พัฒนาเปิดเผยว่าเป้าหมายสำคัญของภาคนี้ไม่ใช่แค่การสร้างแผนที่ให้กว้างขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการต่อยอดจุดแข็งที่ภาค Rebirth ทำไว้แล้วให้ดียิ่งขึ้น โลกกว้างในภาคนี้นำเสนอการสำรวจด้วยเรือบิน Highwind ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นท่องไปในอากาศและลงสู่พื้นโลกได้อย่างอิสระและสมจริง
คุณฮามากุจิ ให้ความสำคัญกับอิสรภาพและทางเลือกของผู้เล่น คุณจะเห็นได้แม้กระทั่งความแตกต่างระหว่าง Rebirth และ Remake โดยที่ Remake นั้นกระชับและนำทางคุณจากบทหนึ่งไปยังอีกบทหนึ่งอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่มีพื้นที่ให้หายใจ ในขณะที่ Rebirth ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความกว้างขวางและมินิเกมมากมาย จนผู้เล่นบางคนบอกว่ามันทำให้จังหวะการเล่นของเกมโดยรวมเสียไป สำหรับ Revelation ฮามากุจิตั้งใจที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์และหาจุดสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ และเขาคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการให้ผู้เล่นมีทางเลือกมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“ตอนนี้มีเกมโอเพ่นเวิลด์มากมาย และ [แนวคิดเรื่อง 'ความเบื่อหน่ายเกมโอเพ่นเวิลด์'] เป็นแนวคิดที่สำคัญมากสำหรับผม มันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและการรับรู้ที่แตกต่างกัน แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้ว่าผมเคยมีประสบการณ์ที่ถูกโยนเข้าไปในเกมโอเพ่นเวิลด์โดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน และไม่รู้ว่าจะทำอะไร แต่ในขณะเดียวกัน แนวคิดของการถูกโยนเข้าไปในโลกมหัศจรรย์ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้นั้นช่างน่าทึ่ง”
แต่สำหรับผมในฐานะผู้สร้าง ผมคิดว่าการให้คำแนะนำที่เหมาะสมแก่ผู้เล่นในเกมโอเพ่นเวิลด์นั้นสำคัญมาก ผู้เล่นจำเป็นต้องรู้ว่าต้องทำอะไรและไปที่ไหน ใน Final Fantasy VII Rebirth เราได้ออกแบบให้ผู้เล่นเข้าใจได้ง่ายว่ามีเนื้อหามากแค่ไหนและเนื้อหานั้นยากแค่ไหน ปรัชญาการออกแบบนี้ถูกนำมาใช้กับ Revelation ด้วยเช่นกัน ผู้เล่นจะได้รับคำแนะนำที่จำเป็นทั้งหมด นี่เป็นสิ่งที่ทั้งตัวผมและทีมพัฒนาให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการออกแบบเกม”
ด้วยเหตุนี้ เรือเหาะไฮวินด์จึงมอบอิสระในการสำรวจโลกอย่างเต็มที่ในเกม Revelation
คุณสามารถกระโดดจากดาดฟ้าและร่อนลงด้วยร่มชูชีพได้อย่างราบรื่นไปยังตำแหน่งใดก็ได้บนแผนที่ มันเป็นระบบที่ชาญฉลาด
ไม่เพียงแต่จะทำให้วินเซนต์ได้มีช่วงเวลาเศร้าๆ ระหว่างทางไปยังเป้าหมายต่อไปเท่านั้น แต่การลงจอดยังช่วยซ่อนหน้าจอโหลด และช่วยให้ปาร์ตี้ของคุณสำรวจทวีปได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับกำแพง สิ่งกีดขวาง มหาสมุทร หน้าผา และอื่นๆ

การเดินทางแบบ Fast Travel แบ่งออกเป็นสองขั้นตอน: ขั้นตอนแรกคือการกระโดดจากยานไฮวินด์และกางร่มชูชีพ ส่วนขั้นตอนที่สองคือการเลือกจุดลงจอด ในตอนแรก คุณจะเห็นเครื่องหมายบนพื้นดินที่บ่งบอกถึงเป้าหมายหลัก มินิเกม และอื่นๆ เมื่อคุณใกล้ถึงพื้นแล้ว เครื่องหมายเหล่านั้นจะหายไป
ฮามากุจิกล่าวว่า
“หลังจากที่คุณกางร่มชูชีพแล้ว คุณต้องอาศัยความจำของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าคุณกำลังลงจอดในสถานที่ที่คุณต้องการไปจริงๆ นั่นเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของคำแนะนำที่เรามอบให้กับผู้เล่น โดยไม่ชี้นำพวกเขามากเกินไป โลกในเกมนี้กว้างใหญ่กว่าใน Rebirth อย่างมหาศาล ดังนั้นจึงสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องแน่ใจว่ามีคำแนะนำที่เพียงพอ เพื่อให้ผู้เล่นไม่มีปัญหาในการสนุกกับสิ่งที่เกมนี้มีให้”
โครงสร้างของระบบการสำรวจได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้เล่นหลากหลายกลุ่ม สายเก็บรายละเอียดจะได้รับรางวัลจากการออกสำรวจเป็น Materia ทรงพลัง วัตถุดิบสำหรับการคราฟต์ไอเทม และการอัปเกรดความสามารถของตัวละคร
ขณะเดียวกัน กิจกรรมเสริมอย่าง Lifesprings หรือ World Intel ก็ช่วยขยายเนื้อเรื่องเบื้องหลังของแต่ละภูมิภาคให้มีความลึกซึ้ง ตลอดจนเควสต์ผลัดกันช่วยที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างคลาวด์กับเพื่อนร่วมทีม
นอกจากนี้ ระบบการเล่นยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเลือกปรับจังหวะการเล่นด้วยตัวเอง หากผู้เล่นต้องการมุ่งเน้นที่เนื้อเรื่องหลักก็สามารถทำได้โดยไม่ถูกบีบบังคับให้ต้องเก็บกิจกรรมย่อยทั้งหมด
แต่หากต้องการเสพบรรยากาศ สัมผัสความหลากหลายของระบบการต่อสู้ จัดทีมตัวละคร มินิเกม หรือการเล่นการ์ด Queen’s Blood ตัวเกมก็มีเนื้อหาเตรียมไว้รองรับอย่างจุใจ
โดยทีมงาน Square Enix ได้ปรับปรุงเพื่อลดความเหนื่อยล้าของผู้เล่น และเน้นมอบอิสระในการปฏิสัมพันธ์กับโลกของเกมให้มากที่สุด

นอกเหนือจากสถานที่ที่คุ้นเคยแล้ว ตัวเกมยังได้เพิ่มภูมิภาคใหม่เข้ามาให้สำรวจอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ภูมิภาคไมดีล ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หมู่เกาะที่เต็มไปด้วยป่าดิบชื้นเขตร้อนอันอุดมสมบูรณ์และมีสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว

และ ภูมิภาควูไท ซึ่งเป็นดินแดนของเหล่าลูกหลานนินจา โดยตัวเมืองวูไทจะเรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงาม โดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้ที่ทาสีแดงชาดและหลังคามุงกระเบื้องอันเป็นเอกลักษณ์ ผู้เล่นจะเป็นผู้กำหนดทิศทางและลำดับการเดินทางเพื่อช่วยเหลือผู้คนและกอบกู้สถานการณ์ต่างๆ ด้วยตัวเอง
ในภาคนี้ตัวละครระดับไอคอนิกทั้งหมดจะมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า ทำให้ผู้เล่นมีตัวเลือกทางกลยุทธ์ที่หลากหลายขึ้น เพื่อดึงเอาความสามารถและความเข้าขาในการโจมตีประสาน (Synergy Abilities) ออกมาใช้ได้อย่างสูงสุด โดยมีตัวละครใหม่ที่สามารถควบคุมได้คือ
วินเซนต์ วาเลนไทน์
รูปแบบการต่อสู้ในฐานะมือปืน (Gunslinger) เน้นการโจมตีระยะไกลด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบและการเคลียร์ศัตรูบนสนามรบได้อย่างรวดเร็ว ทว่าจุดเด่นที่สุดของวินเซนต์คือความสามารถในการแปลงร่างเป็นอสูร

ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้และท่าทางการเคลื่อนไหวทั้งหมดให้กลายเป็นการโจมตีระยะประชิดที่ทรงพลังและบ้าคลั่ง สามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและบดขยี้แนวป้องกันของศัตรูได้อย่างง่ายดาย
ซิด ไฮวินด์
มาพร้อมกับรูปแบบการต่อสู้สไตล์ นักรบ Dragoon ด้วยความสามารถในการพุ่งเข้าประชิดตัวเป้าหมายเดี่ยวจากระยะไกลด้วยหอกคู่ใจเพื่อทำการแทงอย่างรุนแรง และยังมีท่าโจมตีที่ตวัดหอกเป็นวงกว้าง สำหรับจัดการกลุ่มศัตรูจำนวนมาก รวมถึงความสามารถในการกระโดดสูงเพื่อหลบหลีกและโจมตีลงมาจากกลางอากาศอันเป็นเอกลักษณ์
นอกจากนี้ ตัวเกมยังได้เปิดตัวระบบการต่อสู้ใหม่ที่เรียกว่า Fits ซึ่งย่อมาจาก Function Integrated Tactical Suitwear / รูปแบบชุดยุทธวิธีแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นการประยุกต์เอาระบบ Job System อันเป็นเอกลักษณ์จาก Final Fantasy ภาคคลาสสิกมาตีความใหม่ ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนสไตล์การต่อสู้และความสามารถของตัวละครแต่ละคนได้อย่างลื่นไหลเพียงแค่ทำการสับเปลี่ยนชุดแต่งกายพิเศษที่สวมใส่
ซึ่งชุดเหล่านี้จะไปทำการปลดล็อก Movesets และท่าโจมตีเฉพาะคลาส โดยคลาสตัวอย่างที่มีการเปิดเผยออกมามีดังนี้
คลาสนักรบ
เป็นคลาสที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพด้านการรุกทางกายภาพให้แก่ตัวละครอย่างสุดกำลัง ชุดยุทธวิธีนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงสไตล์การเล่นที่ดุดันและทรงพลัง มีความสามารถในการเข้าปะทะ เพิ่มพลังทำลายล้างของการโจมตีระยะประชิด และช่วยให้ตัวละครสามารถยืนหยัดต่อสู้ในแนวหน้าได้อย่างเหนียวแน่น เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบการกดคอมโบและบุกทะลวงเข้าใส่ศัตรูโดยตรง
คลาสนักเวทดำ
เป็นคลาสที่เชี่ยวชาญและมุ่งเน้นไปที่การใช้งานเวทมนตร์โจมตีเป็นหลัก ชุดยุทธวิธีนี้จะเปลี่ยนรูปแบบของตัวละครให้กลายเป็นจอมเวทผู้ทรงพลัง สามารถปลดปล่อยคาถาโจมตีธาตุต่างๆ จากระยะไกลได้อย่างรุนแรงและครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง ช่วยสร้างความได้เปรียบในการโจมตีจุดอ่อนของศัตรูและทำความเสียหายมหาศาลจากแนวหลัง
ระบบ FITS นี้จะไม่ได้เข้ามาแทนที่ระบบเดิม แต่จะทำงานร่วมกับการปรับแต่งอาวุธและการติดตั้ง Materia
ทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างสรรค์แนวทางการเล่นเฉพาะตัวได้อย่างไม่มีสิ้นสุด เช่น การนำตัวละครสายแทงก์มาสวมชุดนักเวทเพื่อสร้างสไตล์การต่อสู้แบบผสมผสาน หรือการรีดเร้นพลังโจมตีขั้นสุดยอดด้วยการจับคู่ชุดเกราะและมาทีเรียที่ส่งเสริมกัน
นอกจากนี้ สำหรับแฟนเกมที่เคยผ่านตัวเกมภาคก่อนๆ มาแล้ว หากมีข้อมูลเซฟเกมของ Final Fantasy VII Remake Intergrade จะได้รับมาทีเรียอัญเชิญพิเศษ Chocobo & Moogle และหากมีข้อมูลเซฟเกมของ Final Fantasy VII Rebirth จะได้รับ มาทีเรียอัญเชิญ Phoenix ไปใช้งานตั้งแต่ต้นเกมทันที
ตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2027
แอดมิน AK47
#FinalFantasy7Revelation #FF7R #SquareEnix #ข่าวเกม
-
Final Fantasy 7 : Revelation [PS5, Nintendo Switch 2, Xbox Series X|S, PC]n ปิดตำนานไตรภาคฟอร์มยักษ์ วางจำหน่ายปี 2027 บนทุกแพลตฟอร์ม DAY1
-
เทคนิคการเพนต์ Miniatures สำหรับมือใหม่ เตรียมตัวสู่โลกของ GUNDAM ASSEMBLEขอให้สนุกครับ
-
Monster Hunter Outlanders [เกมมือถือ / Download / iOS / Android]#เกมมือถือ #เกมใหม่ #CAPCOM








































