รีวิวเกมมือถือ : PES 2020 [iOS / Android]
05 พฤศจิกายน 2562 15:43 น.
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+

-Review-PES-2020-Mobile (1)
eFootball PES 2020 Mobile
ประเภท : Sports, Football
เครื่อง : Android / iOS
วันเปิดให้บริการ : 18 ตุลาคม 2019
พัฒนาโดย : Konami

 

 

 -Review-PES-2020-Mobile (22)

eFootball PES 2020 Mobile คือ ?

PES หรือ Pro Evolution Soccer, หนึ่งในเกมฟุตบอลที่แฟนบอลรู้จักกันมาอย่างยาวนาน หรือที่รุ่นเก๋าจะรู้จักกันในชื่อ “Winning Eleven” เป็นเกมฟุตบอลที่พัฒนาโดยค่ายเกมญี่ปุ่นอย่าง Konami นั่นเองครับ ในทุกๆปี ทั้ง PES และ FIFA ก็จะทำเกมลงทุกแพลตฟอร์มเลยทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็น Console (PS4, Xbox, Switch) PC และ Mobile สำหรับเกมที่เราจะมาพูดถึงกันวันนี้ เป็น PES 2020 ที่ทำลงบน Mobile กันครับ

 

 

 

 

 

-Review-PES-2020-Mobile (21)

Review 4/10 (ไม่มีคะแนนในส่วนเนื้อเรื่อง)
เนื้อเรื่อง – /3 เกมเพลย์ 1/3 ภาพ 2/3 ความชอบ 1/1
** ตัวเกมไม่มีส่วนของเนื้อเรื่อง เป็นเกมแนว Sports เล่นแข่งขันฟุตบอลกันแมทช์ต่อแมทช์ ไม่ได้มีโหมดเนื้อเรื่อง หรือ Conversation Dialogue แบบในฉบับ Console ดังนั้นขอละคะแนนส่วนของเนื้อเรื่องไปนะครับ

 

เกมเพลย์เป็นส่วนที่อยากหักคะแนนมากที่สุดจริงๆ การเล่นนั้นค่อนข้างแล็คเลยทีเดียว ส่งผลต่อการควบคุมอย่างมาก การตอบสนองการกดช้าไปนิดนึงแต่ตรงนี้ไม่ได้ Critical มากเท่าไหร่ ปัญหาใหญ่อยู่ที่โมชั่นการขยับของตัวผู้เล่นเลย สายพริ้วเล่นได้มีหงุดหงิดกันบ้างแน่นอนเพราะการควบคุมด้วย Left Analog หลายๆจังหวะมันไม่เป็นไปดั่งใจ

 

-Review-PES-2020-Mobile (20)
ภาพ หน้าตานักเตะ องค์ประกอบต่างๆภายในสนาม คุณภาพกราฟิคไม่ได้สวย แต่ก็ไม่ได้แย่ ต้องเข้าใจว่าทำมาเพื่อเล่นในโทรศัพท์ เกิดทำภาพสวยกว่านี้เครื่องก็คงร้อนเร็วแหงๆ ( ลืมบอกไป จากประเด็นหัวข้อก่อน ถึงแม้เกมเพลย์จะไม่ค่อยสมูธ แต่เรื่องการใช้พลังงานแบตเตอรี่ หรือความร้อนของตัวเครื่อง นับว่าเกมทำมาได้ดีทีเดียว ) ลดกราฟิคลงมาแบบว่า ผู้เล่นหลายๆคนจากหล่อๆกลายเป็นหน้าตาบ้านๆจัดเลยทีเดียว

 

-Review-PES-2020-Mobile (2) -Review-PES-2020-Mobile (3)

ด้วยความที่ส่วนตัวเป็นคนชอบเล่นเกมฟุตบอลอยู่แล้ว ผนวกกับการที่ PES เป็นเกมสัญชาติญี่ปุ่น ( Konami เป็นผู้พัฒนา) ทำให้เราสามารถเลือกดาวน์โหลดเสียงพากย์ (Commentary) เป็นภาษาญี่ปุ่นได้ด้วย สนุกสุดๆไปอีกแบบเหมือนกันพอได้ยินเสียงพากย์ต่างภาษาบ้าง อีกจุดหนึ่งที่อยากให้คะแนนในส่วนความชอบ ก็คือการที่ PES มีสโมสรจากไทยพรีเมียลีคครบเลย มีลิขสิทธิ์หมด ไม่ใช่ตราสโมสรปลอม เสื้อปลอมๆแน่นอน

 

 

 

 

Gameplay

Consadole Sapporo เป็นสโมสรที่ผมได้เลือกเป็น Starter Club ในเกมนี้ เราก็นึกว่าอย่างน้อยๆเลือกสโมสรแล้วจะได้นักเตะของทีมนั้นมาด้วย (อย่างน้อยก็แบบ การ์ดปลอม ดีบัฟStat อะไรอย่างนี้) ไม่เลย! มันให้มาแค่ตราสโมสรและเสื้อสโมสร!  ผู้เล่นทั้งหมดในทีมเริ่มต้นนี่ไม่รู้ไปสุ่มมาให้จากหุบเขาที่ไหนเหมือนกัน ไม่รู้จักเลยยย (ฮา) 

 

-Review-PES-2020-Mobile (5)

กราฟิกของเกมต้องบอกว่า “เพียงพอ และ พอดี” มากๆ ไม่ได้สวยแต่ก็ไม่ได้แย่ แต่ดีตรงที่ทำออกมาให้เครื่องทำงานไม่หนักจนเกินไป (เครื่องร้อนช้ามากนะตอนเล่น)

 

-Review-PES-2020-Mobile (6)

ในส่วนของ Gameplay คงไม่จำเป็นต้องบรรยายอะไรมาก เพราะมันก็คือเกมฟุตบอลเพียวๆนั่นแหละครับ ไม่ได้มีสกิลพิเศษ อัคคีสลาตันแต่อย่างใด (ฮา) ว่ เริ่มต้นก่อนที่จะเข้าสู่หน้าแข่งขัน เราก็สามารถจัดทีมผู้เล่นของเราได้ โดยทีมจะประกอบไปด้วยนักเตะ 11 คน และตัวสำรองอีก 7 คน หากไม่ครบก็เริ่มเกมไม่ได้ สเตตัสของนักเตะที่โชว์บน Formation 11 คนอาจถูกลดทอนจาก Default Status ได้หากคุณนำนักเตะไปวางในตำแหน่งที่ไม่ตรงกับ ตำแหน่งที่ระบุไว้ในการ์ด เช่น นักเตะ ST หากนำไปยืนในตำแหน่ง RW ก็จะทำให้สเตตัสโดยรวมลดทอนลงไป

 

-Review-PES-2020-Mobile (7)
ปุ่มในการกดต่างๆ ก็ต้องบอกว่าตามธรรมเนียมมาตรฐานของเกมฟุตบอลบนมือถือ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยผมเล่น FIFA 12 เลยทีเดียว (ดูแก่เลย) ทีนี้ ในส่วนของเกมเพลย์การแข่งขันนี่แหละครับที่เป็นปัญหา อย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้นแล้ว ว่าเกมเพลย์นั้นไม่มีความลื่นไหลเลย การตอบสนองต่อการกดช้าไปพอสมควร แต่ทั้งนี้ปัญหาเกี่ยวกับ ความเร็ว ความคล่องตัวของนักเตะ ปฏิกริยาต่างๆ ก็มีผลมาจากสเตตัสของนักเตะด้วยเช่นกัน จากการสังเกตุของผม Carlos Tevez ที่มีสเตตัสสูงถึง 80 จะทำได้ค่อนข้างลื่นไหล ในขณะที่นักเตะสเตตัสต่ำๆ เหมือนเหม่อลอยกันตลอดเวลาเลย

 

 

-Review-PES-2020-Mobile (8)
ปัญหายังมีอีกเรื่องที่อยากจะพูดให้ฟัง “การเชื่อมต่อในโหมดออนไลน์” เรียกได้ว่าเล่นแล้วหัวเสีย เล่นบอทยังจะดีกว่า หลุดถี่ หลุดเก่งมาก ตรงนี้ก็ทำให้หลายๆคนรับไม่ไหวเหมือนกันนะ เสีย mood ในการเล่นพอดี

 

-Review-PES-2020-Mobile (9)
พอเล่นจบเกม ก็จะมีการสรุปรายละเอียดต่างๆ สถิติ ที่เกิดขึ้นในแมทช์การแข่งขันให้ได้ดูกันแบบเต็มๆ ทั้งโอกาสครองบอล จำนวนครั้งในการยิงการฟาวล์ ความแม่นยำในการส่ง ซึ่งมันก็นับว่าเป็นเรื่องทั่วไปของเกมฟุตบอล ในส่วนของ Gameplay ผมขอว่าไว้เท่านี้ดีกว่า สาธยายต่อไปก็คงจะทำให้ทุกท่านเบื่อกันเปล่าๆ เราไปดูในส่วนของระบบเกมกันเลยครับ

 

-Review-PES-2020-Mobile (10)

ระบบต่างๆในเกม

การเลือกทีมเริ่มต้น - สำหรับ PES ก็นับว่าเป็นเรื่องที่เห็นกันทุกปี การขาดหายไปของลิขสิทธ์สโมสรและลีคฟุตบอลก็มักทำให้เรารู้สึกแปลกประหลาดอยู่เสมอ ในพรีเมียลีคมีเพียงแค่ 2 ทีมเท่านั้นเองที่ได้ลิขสิทธ์ถูกต้อง ได้แก่ Manchester United และ Arsenal FC เท่านั้นครับ ( ย้ำ การเลือกทีมตรงนี้ ก็ได้เพียงตราสโมสรและเสื้อแข่งเท่านั้นนะครับ นักเตะไม่ได้ )

 

-Review-PES-2020-Mobile (11)-Review-PES-2020-Mobile (12)

นอกจากนี้แล้วในตอนเริ่มต้น ก็มีการให้เราเลือก “Manager” หรือผู้จัดการทีมด้วย (ใครก็ไม่รู้) โดยสิ่งที่เราต้องพิจารณาก็คือเลือกโค้ชที่ใช้ฟอร์เมชั่นตามที่เราถนัดครับ เช่น ถนัด 4-3-3 ก็หาโค้ชคนที่ใช้ฟอร์เมชั่น 4-3-3 มาใช้ครับผม

 

 

-Review-PES-2020-Mobile (13)
หน้าหลักของเกม eFootball 2020 ก็เป็นตามนี้ครับ ตัวเกมก็จะมีให้เราเล่นทั้งโหมด PVP และ PVE ละกันครับถ้าให้พูดง่ายๆ เรามาว่ากันทีละอันเลยละกัน
- eFootball ก็คือ Online Mode นั่นเอง ผู้เล่นจะได้พบพานและปะทะกับผู้เล่นคนอื่นผ่านโหมดนี้
- Friend Match อีกหนึ่งโหมดการเล่นที่จะให้คุณได้แข่งกันผู้เล่นคนอื่น แต่ต่างกันตรงที่ให้เลือกแข่งกับคนที่เป็นเพื่อนนั่นเอง สามารถชวนเพื่อนแข่งแบบออนไลน์ หรือถ้าใครอยู่ใกล้กันนี่มันสามารถลิงค์หากันเล่นด้วยกันได้ง่ายๆเลยด้วย
- Campaign โหมด PVE ทั่วไป เล่นกับบอทแล้วก็ทำเควส เคลีย Achievement เก็บของรางวัลไปเรื่อย
- Event Mode ก็จะเป็นโหมดที่จะมีการสับเปลี่ยนลีคทุกๆสัปดาห์ ยกตัวอย่างเช่น วีคนี้เป็น Serie A Italy ก็จะเป็นการแข่งขันที่พาเราไปปะทะกับบอท ซึ่งเป็นทีมที่มาจาก Serie A นั่นเอง ชนะต่อเนื่องไปเรื่อยๆก็จะได้ของรางวัลตามที่กำหนด

 

 -Review-PES-2020-Mobile (14)

ส่วนที่เหลือก็จะเป็นส่วนของ Team Management การจัดทีม เตรียมทีมให้พร้อมก่อนลงสนามแข่งขัน การ Training นักเตะเพื่อเพิ่มเลเวลและสเตตัสของนักเตะในทีม

 

-Review-PES-2020-Mobile (15)

อธิบายเพิ่มเติม การอัพเลเวลตัวนักเตะจะเกิดขึ้นได้จาก 2 เหตุการณ์ อย่างแรกก็คือการใช้ไอเท็ม Training เพื่อเพิ่มเลเวลให้กับนักเตะรายคน ส่วนอีกเหตุการณ์ก็คือการเล่นในแต่ละแมทช์นั่นเองครับ ที่จะมีส่วนช่วยอัพเกรดผู้เล่นในทีมเราให้เก่งยิ่งขึ้นไป ค่อยๆเล่นไปตัวก็จะเก่งขึ้นเอง ^ ^

 

เอาหละ ว่ากันมาตั้งนานแล้วคงจะเริ่มสงสัยกันแล้วใช่มั้ยครับว่า .. “แล้วเราจะหานักเตะเก่งๆมาจากไหน” คำตอบสั้นๆเลยนะครับ “กาชา” ที่ยุคนี้เกมไหนๆก็ต้องมี เรียกได้ว่ากัดกินมนุษยชาติเราๆไปหมดแล้ว (ฮา) ทีนี้เรามาดูกันครับว่ากาชาเกมนี้เป็นอย่างไร มีอะไรกันบ้าง

 

-Review-PES-2020-Mobile (16)
(ขอเพิ่มเติมหน่อยนึง) นอกจากนี้แล้วก็ยังมีการ “Auction” หรือประมูลนักเตะ และ การใช้ “Scout” เพื่อเซ็นสัญญานักเตะใหม่เข้ามา แต่เจ้า Scout นี่มันก็กาชาเหมือนกันเพียงแค่คุณภาพจะด้อยลงจากพวกตู้พิเศษลงไป

 

 

-Review-PES-2020-Mobile (17)
มาพูดถึงส่วนที่เป็นไฮไลท์ก่อนเลย เรียกได้ว่าเป็นเหมือน กาชาอีเวนท์ นั่นเองนะครับ ในแต่ละวีคที่ Event Mode มีการอัพเดทเปลี่ยนลีคไปนั้น ตู้กาชาของเราก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย อย่างตอนนี้ที่เป็น Event Mode Serie A Italy ใช่มั้ยครับ ตู้กาชามันก็จะเป็นแบบ “Club Selection” และ “League Star” อะไรทำนองนั้นครับ

 

-Review-PES-2020-Mobile (18)
Club Selection ก็จะเป็น ตู้กาชาแบบ เฉพาะสโมสร ที่ตัวเกมได้กำหนดมาในช่วงอีเวนท์ครับ เช่น Club Selection-Napoli ก็จะเป็นตู้กาชาที่กดออกมาแล้วเป็นนักเตะนาโปลีแน่นอน ส่วน League Star ก็คือจำกัดกรอบกาชาอยู่ภายในลีคๆหนึ่งนั่นเอง แต่จำกัดสเตตัสขั้นต่ำหรือไม่ตรงนี้ผมไม่มั่นใจ ( มันควรแหละ )

 

-Review-PES-2020-Mobile (22)
สภาพหลังจากกดกาชาได้ตัวใหม่ก็ประมาณนี้ครับ ในภาพคือ Serge Gnabry แห่งสโมสรบาเยิร์นมิวนิค ผู้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของปีนี้นั่นเอง กราฟิคบางทีมันก็ดูจืดจางเกินไปหน่อยจริงๆ หัวเหลี่ยมตัวเหลี่ยมๆแปลกๆ

 

 

-Review-PES-2020-Mobile (4)

สำหรับการรีวิวเกม eFootball PES 2020 ในวันนี้ก็ขอจบลงเท่านี้ก่อน ส่วนตัวผมขอสรุปคร่าวๆว่า จากการได้ลองเล่นเกมนี้เป็นเวลามา 5 วัน ต้องบอกว่ายังคงน่าผิดหวังและไม่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีมากนัก เกมเพลย์เป็นสิ่งที่ต้องย้ำจริงๆว่าความไม่ลื่นไหลของตัวเกม อาจทำให้ไม่โดนใจหลายคน

 

แต่ทั้งนี้ผมเองก็ไม่มั่นใจว่ามันเป็นที่โทรศัพท์ผมไม่แรงหรือเปล่า (Huawei Mate 9)

 

และต้องมองในมุมบบวกว่า

“เออมันเป็นเกมโทรศัพท์ เราจะเอาไปเปรียบเทียบกับคอนโซลก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย”

 

- บทความโดย NuthSWR