โกฮัง..หัวใจโกโฮม
ประเภท: ดรามา ชีวิต
ผู้ผลิต: จีดีเอช (GDH)
นักแสดง: จินเจษฎ์ วรรธนะสิน, ต้นตะวัน ตันติเวชกุล, ยาสุชิ คิตะจิมะ, โป มะมี ตา
วันฉาย : 2 เมษายน 2569
จีดีเอชเตรียมส่งต่อความประทับใจครั้งใหม่ในภาพยนตร์แนวดรามาชีวิตเรื่อง โกฮัง..หัวใจโกโฮม ผลงานการกำกับร่วมของสามผู้กำกับแถวหน้า ชยนพ บุญประกอบ, นัฐวุฒิ พูนพิริยะ และ อัตตา เหมวดี ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสการเดินทางตลอด 10 ปีของสุนัขจรจัดตัวหนึ่งที่เฝ้าตามหาความหมายของคำว่าบ้านและความรักที่แท้จริง โดยมีกำหนดการเข้าฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 นี้
เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของ โกฮัง สุนัขจรจัดขนสีขาวจมูกสีชมพูที่ใช้ชีวิตเร่ร่อนนอนอยู่บริเวณหน้าเซเว่น แม้ชีวิตในแต่ละวันจะดูสนุกสนานตามประสาเจ้าตูบ ทว่าลึกๆ ในใจของมันกลับมีความปรารถนาที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองและมีเจ้าของที่พร้อมจะมอบความอบอุ่นให้
โดยเรื่องราวจะแบ่งออกเป็นสามช่วงเวลาสำคัญ เริ่มต้นจากการได้พบกับ ฮิโระ วิศวกรรถยนต์ชาวญี่ปุ่นวัยเกษียณซึ่งเป็นคนแรกที่มอบชื่อ โกฮัง ให้แก่ตัวมัน
ก่อนที่โชคชะตาจะพาให้โกฮังในวัยหนุ่มย้ายไปอยู่ในความดูแลของ น้ำชา แม่บ้านชาวพม่าในบ้านพักพิงสุนัขจรจัด
และปิดท้ายด้วยช่วงวัยชราที่ โกฮังได้พบกับสองนักศึกษา เปเล่ และ ใจดี ซึ่งการพบกันครั้งสุดท้ายนี้เองที่โกฮังได้ทำหน้าที่เป็นผู้สอนให้มนุษย์ได้เรียนรู้ความหมายของความรักและการจากลา
ในส่วนของนักแสดงได้มีการรวบรวมทีมงานคุณภาพจากหลากหลายประเทศทั้งไทย ญี่ปุ่น และพม่า โดยมี จินเจษฎ์ วรรธนะสิน และ ต้นตะวัน ตันติเวชกุล รับบทเป็นนักแสดงนำร่วมกับ ยาสุชิ คิตะจิมะ และ โป มะมี ตา
สำหรับตัวละครสำคัญอย่าง โกฮัง ทีมงานได้ใช้สุนัขทั้งหมด 3 ตัวเพื่อสื่อถึงการเติบโตตามช่วงวัย ได้แกj
น้องโคริ ในบทลูกสุนัขซึ่งเป็นสุนัขที่หาบ้านผ่านทางโซเชียลมีเดีย
น้องมีโชค ในบทสุนัขวัยรุ่นที่คัดเลือกมาจากต่างจังหวัด
และ น้องหิมะ สุนัขวัย 14 ปีในบทสุนัขชรา ซึ่งเป็นสุนัขที่ผู้กำกับนัฐวุฒิรับมาเลี้ยงดูจริงหลังจากที่พบมันป่วยหนักขณะเป็นสุนัขจรจัด และกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เกิดภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้น
Review โกฮัง หัวใจโกโฮม
ทุกข์ย่อมไม่คงทน สุขย่อมไม่ยืนยาว ครบรสวัฏจักรชีวิต GDH ร่างทองมาแล้ว!

หนังที่ว่าด้วยเรื่องของหมาหนึ่งตัว ในสามช่วงวัย ที่ครบรสอันเป็นวัฎจักรชีวิต และยิ่งตอกย้ำว่า “ไม่มีสิ่งใดบนโลกจีรังยั่งยืน” ทั้งความสุข และ ความทุกข์ที่เข้ามาแล้วก็ผ่านไป
ตัวภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของหมาจรสีขาวหน้าตาน่ารัก ที่เริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นหมาหน้าเซเว่น สู่หมาจรสู้ชีวิต และถึงวัยชราที่เจียนอยู่เจียนไป
โดยทั้สามช่วงวัยของเจ้าหมาสีขาวนุ่มฟูตัวนี้ มี”มนุษย์” เข้ามาเป็นตัวแปร
เจ้าหมาสีขาวตัวน้อย ได้ชื่อแรกว่า “โกฮัง” จากวิศวกรรถยนต์วัยเกษียณชาวญี่ปุ่นที่รับมันมาโดยบังเอิญ และถ่ายทอดความผูกพันธ์เป็นความรักแรกของเจ้าหมาน้อยตัวนี้…
จนโกฮังเข้าสู่วัยหนุ่ม ชีวิตพลิกผันมาอยู่ในบ้านสงเคราะสัตว์ที่หากินกับโซเชียลบังหน้าหาเงินด้วยการทารุณสัตว์ไปวันๆ โกฮังได้พบกับหญิงพม่า ที่รักและสงสารหมาทุกตัวจนเกิดเรื่องราวพลิกผันเป็นการเอาชีวิตรอด…
จนสุดท้าย การหนีของมันได้มาถึงจุดสิ้นสุดที่สถานีรถไฟท้ายมหาวิทยาลัย ที่นั่น มันได้พบกับนักศึกษาวัยรุ่นหลายกลุ่ม และมันก็ได้พบกับคู่รักนักศึกษา มันได้อยู่เห็นวันที่ทั้งสองเข้ามาใหม่ รักกัน เลิกกัน จนฝ่ายหญิงจบปริญญา ส่วนฝ่ายชายเรียนไม่จบ แต่ด้วยเหตุบางอย่าง ทำให้หนุ่มสาวคู่นี้ ต้องมาดูแล”หิมะ” ชื่อสุดท้ายของเจ้าหมาแก่ขนสีขาวนุ่มฟู…พร้อมๆกับเรียนรู้คุณค่าของสิ่งที่เรียกว่า “ความสัมพันธ์”

ทุกพาร์ท ดีหมด บีบเค้นหัวใจในทุกช่วงเวลา ต่อให้คุณไม่ได้เลี้ยงหมา หรือใช้ชีวิตคลุกคลีกับสัตว์โลกมากนักอย่างแอดฯ ก็รู้สึกว่าการถ่ายทอด การดึงอารมณ์ร่วม มีมิติที่ลึกเต็มไปด้วยชั้นเชิงทั้งการเล่า การถ่ายภาพสตอรี่บอร์ด ที่บางซีนควรจะรุนแรง แต่เล่าออกมาได้สมูธ และสื่อถึงสิ่งนั้นได้อย่างน่าสนใจโดยไม่กรัทบกับความรู้สึกของผู้ชม แต่จะให้ “บท” ไปทำงานกระแทกหน้าผู้ชมแทน…
![[โกฮัง วัยหนุ่ม] PHOTO 3](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2026/03/โกฮัง-วัยหนุ่ม-PHOTO-3.jpg)
ภาพรวม นี่คือหนังสไตล์ Coming of Age ที่ทำถึง เป็นการเล่าเรื่องที่ต่อเนื่อง และไม่มีจุดไหนรู้สึกโดด หรือสะดุด เป็น2 ชั่วโมง 25 นาทีที่คุณอิ่มเอมใจ หม่นหมอง มีความหวัง มีความสุข และทุกข์ในเวลาเดียวกัน
และยิ่งถ้าคุณเป็นคนรักหมา ดูจบแล้ว เชื่อว่าคุณจะกลับไปบ้าน กอดพวกมันแน่นกว่าเดิม
และภาพในหนังของวิบากกรรรมในมุมมองของหมาที่ไร้เจ้าของ หมาที่ใจสลาย จะลอยเข้ามาในหัวจนทำให้คุณตั้งปณิธานได้เลยว่า “ชั้นจะดูแลหมาของชั้นให้ดีที่สุด เท่าที่ชีวิตจะหาไม่” กันเลยก็ว่าได้ครับ (จากคอมเในคนนั่งข้างๆแอดฯเค้าบอกมางี้)
เป็นหนังชั้นดีจาก GDH ที่ย่อยโคตรง่าย แต่ตราตรึงทุกวินาที
สมควรแก่การได้มากกว่า 100 ล้านครับ กล้าเจิมตรงนี้เลย!!
(แม้ว่าหลังๆจะเจิมแล้วเจ๊งมาหลายเรื่องแล้วก็เถอะ)
แอดมิน AK47
#โกฮัง #โกฮังหัวใจโกโฮม #GDH #GohanMovie #หนังใหม่ #เจ้านายจินเจษฎ์ #ตูต้นตะวัน #บาสนัฐวุฒิ #หมูชยนพ #ลูอัตตา
8 ความลับที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ
“โกฮัง..หัวใจโกโฮม”
1. แรงบันดาลใจ ในการตั้งชื่อเจ้าหมาในหนังให้ชื่อ ‘โกฮัง’ มาจากการที่ วัน วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ประทับใจน้องหมาข้างบ้านที่ชื่อ ‘โกฮัง’ ที่ชอบแอบปีนหนีออกจากบ้านตัวเองมาเล่นกับเธอ แทบทุกเช้าเจ้าหมาโกฮังจะมายืนรอเอาหัวลอดออกมานอกประตูรั้วบ้าน เพราะอยากหนีไปเล่นน้ำและกินขนมอร่อยที่บ้านวัน และไม่รู้ด้วยความบังเอิญหรือพรหมลิขิต ที่เจ้าโกฮังตัวนี้ก็เป็นหมาพันธุ์บางแก้วเหมือนเจ้าโกฮัง
ในหนัง ต่างกันแค่มันไม่ได้ขนสีขาวจมูกสีชมพูเท่านั้น
2. หมู ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับที่ถ่ายทอดชีวิตโกฮังในวัยเด็ก ได้แรงบันดาลใจในการสร้างตัวละคร ‘ฮิโระ’ มาจากการใช้พ่อตัวเองเป็นต้นแบบ ซึ่งพ่อของหมูเป็นอาจารย์ที่เกษียณแล้ว แต่ยังแข็งแรงและมีไฟในการทำงาน
มีความแอคทีฟ มีความดื้อรั้นนิดๆ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของคนวัยนี้ ทำให้หมูรู้สึกอยากสร้างตัวละครคาแรคเตอร์เหมือนพ่อที่ต้องมาอยู่ร่วมกันกับหมาเด็ก ซึ่งในชีวิตจริงพ่อของหมูเลี้ยงแมว จากตอนแรกที่ไม่ชอบเลย จนอยู่ไปอยู่มาพ่อเริ่มทอดปลาทูให้ เริ่มคลุกข้าวให้แมวกิน ซึ่งหมูชอบความความสัมพันธ์ที่น่ารักนี้จึงเอามาถ่ายทอดไว้ในหนัง
3. ยาซูชิ คิตะจิมะ นักแสดงชาวญี่ปุ่นผู้รับบท ‘ฮิโระ’ เจ้าของคนแรกของเจ้าโกฮังเด็ก เล่าว่าซีนที่เขาหนักใจที่สุดตั้งแต่ตอนอ่านบทก็คือ ซีนที่เขาต้องร้องไห้ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเขาเป็นคนไม่เซ้นส์ซิทีฟและไม่ร้องไห้มานานหลายปีแล้ว ทำให้เขากังวลมาตลอดว่าจะทำได้ไหม จนกระทั่งตอนที่ถ่ายซีนนี้ คิตะต้องเข้าฉากกับนักแสดงหญิงชาวไทย คนหนึ่ง ซึ่งเก่งมาก เพราะเพียงเธอพูดไดอะล็อคและส่งอารมณ์ความรู้สึกออกมา คิตะก็อินตามและน้ำตาไหลออกมาเองอย่างง่ายดาย จนเขายังแปลกใจตัวเอง ส่วนนักแสดงหญิงคนนั้นจะเป็นใคร ต้องไปหาคำตอบเองในโรงหนัง
4. บาส พูนพิริยะ โปรดิวเซอร์และผู้กำกับที่รับผิดชอบเรื่องราวของโกฮังวัยหนุ่ม ซึ่งเป็นช่วงชีวิตที่โกฮังต้องบุกน้ำลุยโคลนผาดโผนอยู่หลายซีน ด้วยความที่พาร์ทนี้มีความผจญภัย ก็เลยต้องมีนักแสดงหมาอีกตัวมาช่วยรับหน้าที่แบ่งเบาความบู๊เพื่อไม่ให้น้องหมาตัวใดตัวนึงต้องทำงานหนักจนเกินไป
และน้องหมาที่มารับบทเป็นสตันท์แมนให้กับน้องมีโชค (ผู้รับบทโกฮังวัยหนุ่ม) ก็คือ ‘ตี๋น้อย’ ที่จะถูกฝึกคู่กับมีโชคมาโดยตลอด ซึ่งน้องหมาทั้งสองตัวมี รูปร่างหน้าตาเหมือนกันราวกับฝาแฝด แต่สิ่งที่ต่างกันคือ มีโชคจะเป็นพระเอกสายดราม่า ส่วนตี๋น้อยจะเป็นพระเอกสายแอคชั่น ขาลุย ซึ่งทั้งคู่เป็นทีมเวิร์คที่ช่วยซัพพอร์ตกันได้ดีมาก
5. พิ้งกี้ ปู มามี ตา นักแสดงสาวชาวเมียนมา ผู้รับบท ‘น้ำชา’ เจ้าของโกฮังวัยหนุ่ม ประทับใจซีนหนึ่งในหนังมาก นั่นคือซีนที่น้ำชาทาทานาคาให้โกฮัง ซึ่งทานาคาเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมียนมา ตอนพิ้งกี้เรียนชั้นประถม แม่จะทาทานาคาให้เธอก่อนไปโรงเรียนทุกวัน เมื่อเธอต้องมาทำสิ่งนี้ในหนัง ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แม่มีต่อลูกกับมีโชค ซึ่งตอนถ่ายทำซีนนี้ อารมณ์มันจะซาบซึ้งมาก จนหลังผู้กำกับสั่งคัตแล้ว เธอยังหยุดร้องไห้ไม่ได้
6. อัตต้า เหมวดี ผู้กำกับที่ถ่ายทอดชีวิตโกฮังวัยแก่ ซึ่งได้ ‘ลุงหิมะ’ หมาจรตัวจริงมาแสดง การถ่ายทำจึงค่อนข้างยากลำบาก ด้วยความที่หิมะไม่ใช่หมาฝึกที่จะสั่งซ้ายหันขวาหันได้ และทุกคนในกองก็ไม่อยากบังคับให้หิมะทำในสิ่งที่ไม่อยากทำจนเกิดความเครียด ประกอบกับข้อจำกัดทั้งในเรื่องสถานที่ และอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้บางซีน อัตต้ามีโอกาสถ่ายทำได้เพียงเทคเดียวเท่านั้น ทำให้ก่อนมาออกกองแต่ละคิว อัตต้าเครียดมาก ถึงขั้นต้องเปิดเพลง ‘เจ้าตาก’ ของคาราบาว เพื่อปลุกใจให้ฮึกเหิมพร้อมบุกทะลวงฟันทุกปัญหาในกองให้ย่อยยับ
7. เจ้านาย จินเจษฎ์ ผู้รับบท ‘เปเล่’ เจ้าของโกฮังวัยแก่ โชว์สปิริตและความกระตือรือล้นให้ทีมงานประทับใจ ด้วยการเปลี่ยนสีผมจากสีชมพูเป็นสีขาวมาร่วมงานบวงสรวงภาพยนตร์ เพื่อให้เข้ากับขนสีขาวของเจ้าหมาโกฮังทั้ง 3 วัย แต่ปรากฏว่าเมื่อโปรดิวเซอร์และผู้กำกับเห็นก็แปลกใจว่าเจ้านายเปลี่ยนสีผมทำไม เพราะตอนที่เจ้านายมาทำเทปแคสต์ก็ผมสีชมพูถูกต้องตามคาแรคเตอร์ในหนังอยู่แล้ว จู่ๆ เปลี่ยนเป็นผมสีขาวทำไม เซอร์ไพรส์ที่เจ้านายตั้งใจเลยกลายเป็นเซอร์ไพรส์ตัวเองที่ต้องย้อมผมกลับไปเป็นสีชมพูตามเดิม
8. ตู ต้นตะวัน ผู้รับบท ‘ใจดี’ เจ้าของอีกคนของโกฮังวัยแก่ เป็นคนที่เรียกได้ว่าเป็นจ่าฝูงของน้องหมาอย่างมีโชคและหิมะมาตั้งแต่ตอนเวิร์คช็อป เพราะตูเป็นคนเลี้ยงหมาที่รู้วิธีเข้าหาและจัดการกับหมาเป็นอย่างดี ตอนแรกเริ่มทำความรู้จักกัน หิมะก็เข้าหาตูอย่างสบายใจ แต่หลังจากที่เริ่มถ่ายทำซีนที่ใจดีอาบน้ำให้หิมะ หิมะก็เริ่มหมางเมิน ถึงขั้นตูอยู่ตรงไหน หิมะจะเดินยูเทิร์นไปอีกทาง ในหนังซีนอาบน้ำอาจเป็นซีนที่ทำให้หิมะเริ่มเปิดใจให้ใจดี แต่ในชีวิตจริงกลับตรงกันข้าม เพราะหิมะไม่ปลื้มการอาบน้ำเอามากๆ ตูเลยตกอันดับจากการเป็นคนโปรดของหิมะตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ตัวอย่าง โกฮัง..หัวใจโกโฮม
การันตีเตรียมน้ำตาร่วงตามรอย “หลานม่า” หนังใหม่ GDH
หลังจากมีการปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง โกฮัง..หัวใจโกโฮม ออกไปสู่สาธารณะ ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแรงกระเพื่อมในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ความสะเทือนใจของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสุนัข จนเกิดการคาดการณ์ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สร้างปรากฏการณ์เรียกน้ำตาครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมทั่วประเทศไม่แพ้ผลงานรุ่นพี่อย่างหลานม่าที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้วก่อนหน้า
เสียงตอบรับจากชาวเน็ตหลังจากได้รับชมตัวอย่างภาพยนตร์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เพียงแค่การรับชมตัวอย่างสั้นๆ ก็สามารถเรียกน้ำตาได้ทันที โดยหลายคนระบุว่าเนื้อหามีความสะท้อนชีวิตจริงและทำให้คิดถึงสัตว์เลี้ยงของตนเองที่จากไป ผู้ชมบางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงการวางโครงเรื่องที่น่าสนใจ
โดยเฉพาะการเปรียบเทียบช่วงวัยของสุนัขและเจ้าของ ที่ใน ช่วงวัยเด็กของโกฮัง มีเจ้าของเป็นผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นซึ่งอยู่ใน วัยใกล้เกษียณ แต่ในทางกลับกันเมื่อ โกฮังเข้าสู่ช่วงวัยชรา กลับมีเจ้าของเป็น เด็กวัยรุ่นนักศึกษาชาวไทย ซึ่งการสลับช่วงวัยนี้สร้างความรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก โดยเฉพาะประโยคที่เจ้าของคนแรกเรียกสุนัขไปกินข้าวซึ่งถูกยกให้เป็นฉากที่บีบคั้นอารมณ์ที่สุดในตัวอย่างภาพยนตร์
นอกจากเรื่องอารมณ์ความรู้สึกแล้ว ยังมีการหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับสุนัขไทยพันธุ์ทางและสุนัขไทยบางแก้วขึ้นมาพูดถึงในวงกว้าง โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความน่ารักของสุนัขสายพันธุ์ท้องถิ่น และประเด็นเรื่องการให้ความสำคัญกับสุนัขไทยที่มักถูกมองข้ามหรือได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกับสุนัขสายพันธุ์ต่างประเทศ ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยคาดหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะช่วยกระตุ้นให้สังคมหันมาให้ความรักและเห็นความสำคัญของสุนัขไทยรวมถึงสุนัขจรจัดมากยิ่งขึ้น โดยมีการชื่นชมทีมงานที่คัดเลือกสุนัขทั้งสามช่วงวัยมาแสดงได้อย่างสมจริงและสามารถสื่อสารอารมณ์ผ่านทางสายตาได้เป็นอย่างดี
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความประทับใจคือเรื่องราวเบื้องหลังที่มีแรงบันดาลใจมาจากสุนัขที่มีตัวตนจริงอย่าง น้องหิมะ สุนัขชื่อดังประจำ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งกลุ่มผู้ชมที่เป็นอดีตนักศึกษาและผู้ที่เคยพบเห็นน้องหิมะต่างแสดงความตื้นตันใจที่ได้เห็นเรื่องราวที่มีเค้าโครงจากชีวิตจริงถูกถ่ายทอดสู่จอเงิน ในขณะเดียวกันคุณภาพของงานสร้างก็ได้รับคำชมเชยอย่างมาก ทั้งในเรื่องของงานภาพที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ชัดเจน รวมถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานของค่ายจีดีเอชที่กล้าผลิตภาพยนตร์แนวดรามาที่มีเนื้อหาลึกซึ้งและไม่ดูถูกสติปัญญาของคนดู
ผู้ชมส่วนใหญ่ยังได้แสดงความตื่นเต้นที่จะได้เห็นการร่วมงานกันของนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังและนักแสดงต่างชาติ โดยเชื่อมั่นว่า โกฮัง..หัวใจโกโฮม จะเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่ควรค่าแก่การเข้าชมในโรงภาพยนตร์เพื่อสัมผัสประสบการณ์ความซึ้งอย่างเต็มรูปแบบ แม้ชาวเน็ตหลายคนจะยอมรับว่าไม่กล้าดูหนังแนวนี้เพราะกลัวจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่ก็ยืนยันว่าจะไม่พลาดชมอย่างแน่นอน ทั้งนี้ยังมีการกล่าวถึงกระแสความสนใจจากต่างประเทศที่เริ่มมีให้เห็น ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเรื่องราวความผูกพันของคนกับสุนัขเป็นภาษาสากลที่สามารถเข้าถึงใจผู้คนได้ทั่วโลก
-
รายชื่อเกมออกใหม่ประจำเดือน [PS4 / PS5/ PC / Xbox SeriesX / XboxOne / Switch]ข่าวเกมส์ออกใหม่ 2026 อัพเดทเกมส์มันส์ๆเกมไหนโดนใจ ไปอ่านกันได้
-
Resident Evil [ ตัวอย่าง / หนังใหม่ / Movie 2026]มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 18 กันยายน 2026
-
เปิดตัว BEYBLADE BAR ครั้งแรกในไทย KC Toys ปักหมุด MBK Center!!ครั้งแรกในไทย KC Toys ปักหมุด MBK Center รวมพลเบลดเดอร์สายกินดื่ม











![[โกฮัง วัยเด็ก] PHOTO 5 copy](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2026/03/โกฮัง-วัยเด็ก-PHOTO-5-copy.jpg)



![[Gohan child ] PHOTO 4](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2026/03/Gohan-child-PHOTO-4.jpg)
![[Gohan young] PHOTO 1](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2026/03/Gohan-young-PHOTO-1.jpg)
![[gohan old] PHOTO 2](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2026/03/gohan-old-PHOTO-2.jpg)








![[โกฮัง วัยแก่] PHOTO 1](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2026/03/โกฮัง-วัยแก่-PHOTO-1.jpg)


















