ประเภท: ภาพยนตร์
ผู้พัฒนา/สตูดิโอ: Lucasfilm (Walt Disney Studios Motion Pictures)
แพลตฟอร์ม: โรงภาพยนตร์ IMAX® และระบบปกติ
วันฉาย : 21 พฤษภาคม 2026
“Star Wars: The Mandalorian and Grogu สตาร์ วอร์ส: แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู” ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จาก Lucasfilm ที่จะพาผู้ชมดำดิ่งสู่การผจญภัยครั้งใหม่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ … การเดินทางที่น่าตื่นเต้นของ Din Djarin และ Grogu ที่จะกลับมาสู่จอเงินอีกครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงบน Disney+
ตั
ซึ่งจัดขึ้นในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ได้ชมเป็นครั้งแรก ก่อนเผยแพร่ให้แฟน ๆ ทั่วโลกได้ตื่นเต้นไปกั
ส่วนใครอยากบิลด์อารมณ์ก่
สำหรับ “The Mandalorian and Grogu แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู” เป็
ในภาพยนตร์ “Star Wars: The Mandalorian and Grogu” ถือเป็นการสานต่อเรื่องราวจากซีรีส์ยอดนิยม “The Mandalorian” บน Disney+ โดยมีฉากหลังอยู่ในยุค “New Republic” หรือ สาธารณรัฐใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิอันชั่วร้าย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอำนาจของจักรวรรดิจะถูกโค่นล้มลงไปแล้ว แต่เหล่าผู้บัญชาการสงครามที่เหลือรอดก็ยังคงกระจัดกระจายอยู่ทั่วกาแล็กซี ก่อให้เกิดภัยคุกคามและความไม่สงบในหลายพื้นที่ ซึ่งสาธารณรัฐใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นกำลังพยายามปกป้องทุกสิ่งที่กลุ่มกบฏเคยต่อสู้และเสียสละมา เพื่อรักษาความสงบสุขของกาแล็กซี ทำให้พวกเขาต้องขอความช่วยเหลือจากนักล่าค่าหัวในตำนานอย่าง Din Djarin (รับบทโดย Pedro Pascal) และคู่หูตัวน้อยผู้มีพลังลึกลับอย่าง Grogu เข้ามาทำภารกิจสำคัญ
REVIEW
การกลับมาของจักรวาลสงครามอวกาศในภาพยนตร์เรื่อง Star Wars: The Mandalorian and Grogu ถือเป็นภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับการนั่งดูรายการทีวีฉายซ้ำบนจอขนาดใหญ่ แม้ว่าตัวภาพยนตร์จะได้รับการยกระดับด้านงบประมาณการสร้างให้ยิ่งใหญ่และมีความละเอียดของงานภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน แต่ในแง่ของสเกลเนื้อเรื่องกลับไม่ได้ยิ่งใหญ่ตามขนาดหน้าจอโรงภาพยนตร์
โดยรวมแล้วมันจึงทำหน้าที่เป็นเหมือนภาพยนตร์โทคุซัทสึยามเช้า ที่ถูกนำมาขยายเป็นตอนพิเศษสำหรับฉายในโรงภาพยนตร์ ให้แฟนๆ ได้ระลึกถึงจักรวาลจ Star Wars ได้บ้าง

ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวเหตุการณ์หลังจากยุคจักรวรรดิล่มสลายใน Return of the Jedi ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลใหม่ของพันธมิตรกบฏยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มั่นคง ดินแดนชายขอบของกาแล็กซี่ยังคงถูกคุกคามโดยเจ้าหน้าที่จักรวรรดิที่หลงเหลืออยู่
ทำให้นักล่าค่าหัวสวมเกราะเหล็กแมนดาลอเรียนอย่าง ดิน จาริน หรือ แมนโด และลูกบุญธรรมตัวน้อยอย่าง โกรกู ต้องรับภารกิจออกตามล่าอาชญากรสงคราม
ทว่าการผจญภัยครั้งนี้กลับดึงพวกเขาเข้าไปพัวพันกับการต่อรองข้อมูลสำคัญกับตระกูลมาเฟียฮัทท์ ที่มีข้อมูลของพวกจักรวรรดิ์ที่ซ่อนตัวอยู่ แต่ต้องแลกกับการช่วยเหลือ รอตตา เดอะ ฮัทท์ ลูกชายของแจ๊บบา ซึ่งกลายเป็นนักสู้กล้ามโตในสังเวียนดวงจันทร์สีเทาอันหม่นหมองจากเงื้อมมือของโปรโมเตอร์สังเวียนนักสู้ใต้ดินออกมาให้ได้ก่อน…แต่เรื่องราวไม่ง่าย เพราะได้พบกับความซับซ้อนอีกชั้นหนึ่ง…

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่ช่วงเวลาความน่ารักของ โกรกู ที่ยังคงสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะฉากที่น้องโกรกูเข้าซีนเดี่ยวๆในป่าที่สะท้อนมุมมองอันไร้เดียงสาของเด็ก ต่อโลกกว้างได้อย่างสวยงาม สลัดความน่าเบื่อของฉากเซตที่ดูปลอมๆจากบลูสกรีนและเทคโนโลยีวอลลุ่มแบบเดิมๆไฮเทคแสงสี หรือทุ่งรกร้างออกไปได้ในบางช่วง โดยนำเสนอภาพโคลนและธรรมชาติที่มีรายละเอียดที่สวยงาม ชวนให้นึกถึงป่าที่โยดา เคยสอน ลุค สกายวอล์คเกอร์ ใช้ Force ในไตรภาคต้นฉบับ
นอกจากนี้ ดนตรีประกอบจาก ลุดวิก กอร์แอนสัน ยังช่วยสร้างบรรยากาศระทึกขวัญแนวไซไฟอาชญากรรมที่ทันสมัยและหม่นหมอง ผสานกับการหยิบยกสไตล์ดนตรีของ จอห์น วิลเลียมส์ (ที่เจ้าตัวไม่ได้มาร่วมงาน) มาปรับใช้ในฉากซึ้งกินใจได้อย่างลงตัว
เพียงแต่บางช่วง บางซีน ที่เลือกใช้เพลงประกอบสไตล์ Synth Pop แบบยุค 80s ก็อาจจะขัดกับโทนเรื่องไปไม่น้อย คือเข้าใจได้ว่าอยากลองอะไรใหม่ๆ แต่พี่ก็ใส่มาแบบใหม่เกิ๊น…
อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ที่เคยมีในระบบสตรีมมิ่งกลับดูลดเลือนลงเมื่อมาอยู่บนจอภาพยนตร์ ชุดเกราะโครเมียมของแมนโดแม้จะดูเงางามและแสดงโดย เบรนแดน เวย์น เป็นหลัก

แต่การมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครอื่นหรือมนุษย์จริงๆ อย่างตัวละครของ ซิกอร์นีย์ วีเวอร์ กลับดูขาดมิติและไร้บุคลิกภาพ ดูทื่อๆ งงๆ ทั้งๆที่ตัวหนังพยายามเป็นทั้งแนวอาชญากรรมและแนวผจญภัยพ่อลูก แต่ความสัมพันธ์กลับดูไม่สมจริง ส่วนหนึ่งเพราะเราแทบไม่เห็นหน้าของ เปรโดร ปาสคาล ที่รับบทแมนโด (ก็ตาม Lore ใครเห็นหน้าไม่ได้)
อีกทั้งฉากดิจิทัลส่วนใหญ่ยังคงไร้ชีวิตชีวาตามธีมเรื่องที่ไปยังดวงดาวต่างๆ โดยเฉพาะฉากการต่อสู้ในสังเวียนประลองของรอตตาที่ดูเพลย์เซฟ และกลัวการใส่ความโหดร้ายจนขาดความรุนแรง และน่าเชื่อว่านี่คือสังเวียนเถื่อนจริงๆที่ควรจะมี
ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นผลงานที่ดูธรรมดา และมีหลายจุดที่อาจจะชวนหลับ แม้ว่าจะไม่ได้ย่ำแย่เท่ากับภาพยนตร์ภาคปิดไตรภาค 7-8-9 ก็ตาม
โดยรวม ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ ดูสนุก เอนจอยไหลๆได้ เอาแค่มาดูน้องโกรกู ก็คุ้มแล้ว
ซีนน้องปล่อยของ ซีนสร้างให้น้องเด่นเยอะมากๆ
เชื่อว่าใครที่ได้ดู น่าจะอยากอุ้มน้องกลับบ้านแน่ๆ
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการออกเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ในโรงภาพยนตร์ 21 พฤษภาคม 2026
Website: www.
X: @StarWarsTH
Instagram: @starwarsthailand
Facebook: @StarWarsTH
Youtube: @StarWarsThailand
#StarWars #TheMandalorianAndGroguTH #Lucasfilm #JonFavreau #PedroPascal #Grogu #SigourneyWeaver #IMAX #ภาพยนตร์ #ข่าวหนัง #ดิสนีย์
-
เจาะลึกกระแสซีรีส์แนวล้างแค้น ภาพยนตร์ทวงความยุติธรรม ทำไมฮิตติดเทรนด์ครองใจคนดูในเวลานี้?#ซีรีส์ล้างแค้น #หนังแอ็กชัน #ทวงความยุติธรรม #TaxiDriver #TeachYouaLesson #ทนายปีศาจ #AgentKimReactivated #คนเดือดทวงแค้น #วิเคราะห์ซีรีส์
-
คนเดือดทวงแค้น หนังแอ็กชันทริลเลอร์ Netflixณเดชน์ สลัดลุคปราบผี สู่บทโหดทวงหนี้นอกระบบ #คนเดือดทวงแค้น #TheDebtCollector #ดูไทยหนำใจที่Netflix #NetflixTH
-
Gundam Rogue Orbit [ PlayStation 5, Xbox Series และ PC Steam]#GUNDAM #ROGUEORBIT #GUNDAMROGUEORBIT #BandaiNamcoStudios






































