Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties
ประเภท: Action-Adventure, Beat ‘em up
ผู้พัฒนา: Ryu Ga Gotoku Studio
ผู้จัดจำหน่าย: SEGA
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, PlayStation 4, Xbox Series, Switch 2, PC (Steam)
วันวางจำหน่าย: 12 กุมภาพันธ์ 2026

ในที่สุดทาง Ryu Ga Gotoku Studio ก็ได้ประกาศเปิดตัว Yakuza Kiwami 3 อย่างเป็นทางการแล้วตามคาด หลังจากที่มีข่าวลือหลุดออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรีเมคธรรมดา แต่ยังพ่วงมากับเกมใหม่แกะกล่องในชื่อ “Dark Ties” ที่จะเล่าเรื่องราวของตัวละครคนสำคัญอย่าง โยชิทากะ มิเนะ อีกด้วย ตัวเกมเตรียมวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกบนหลากหลายแพลตฟอร์ม
Yakuza Kiwami 3 คือการรีเมคของเกม Yakuza 3 ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดด้วย Dragon Engine ซึ่งเป็นเอนจิ้นเดียวกับที่ใช้ในเกม Yakuza 8 ทำให้กราฟิกของย่านคาบูกิโจในโตเกียว และเมืองริวกิวในโอกินาว่า มีชีวิตชีวาและสวยงามขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ระบบการต่อสู้ถูกปรับปรุงให้ดุเดือดและสะใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มฉากเนื้อเรื่องใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความลึกและความซับซ้อนทางอารมณ์ให้กับเรื่องราวอันเป็นที่รัก พร้อมด้วยมินิเกมและภารกิจเสริมที่ปรับปรุงใหม่ให้คุณได้ดื่มด่ำกับโลกของเกมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เรื่องราวของ Yakuza 3 เริ่มต้นขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในภาค 2 ประมาณหนึ่งปี
คิริว คาซึมะ ได้ตัดสินใจวางมือจากทุกสิ่งในโลกของยากูซ่าและ ตระกูลโตโจ อย่างถาวร เขาได้ย้ายออกจากย่านคามุโระโจที่วุ่นวาย ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสงบสุขที่โอกินาว่า พร้อมกับ ฮารุกะ ซาวามูระ เด็กสาวที่เขารักเหมือนลูกสาวแท้ๆ… ที่โอกินาว่า คิริวได้เปิดกิจการ “บ้านเด็กกำพร้า Morning Glory” (หรือ อาซางาโอะ ในภาษาญี่ปุ่น) เพื่อดูแลเด็กๆ ที่ขาดโอกาสคนอื่นๆ ชีวิตของเขาในแต่ละวันเต็มไปด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่น เขาทำหน้าที่เป็นเหมือนพ่อของเด็กๆ คอยดูแลความเป็นอยู่ แก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ และใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญที่เขาโหยหามาตลอด

แต่ความสงบสุขก็อยู่กับเขาได้ไม่นานนัก เมื่อมีแผนการใหญ่ของรัฐบาลและกลุ่มทุนที่จะกว้านซื้อที่ดินบริเวณชายหาดที่บ้านเด็กกำพร้าตั้งอยู่ เพื่อสร้างเป็นรีสอร์ตขนาดใหญ่ และฐานทัพของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ปัญหาแรกที่คิริวต้องเผชิญคือการถูกคุกคามจากยากูซ่าท้องถิ่นแห่งริวกิว “ตระกูลริวโด” ที่ถูกจ้างมาให้ไล่ที่เขาและเด็กๆ ซึ่งทำให้คิริวต้องกลับมาใช้กำปั้นเพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญสำหรับเขาอีกครั้ง เหตุการณ์นี้ทำให้เขาได้พบกับ ริกิยะ ชิมาบุคุโระ สมาชิกรุ่นใหม่ไฟแรงของตระกูลริวโด ที่แม้ในตอนแรกจะเป็นศัตรูกัน แต่ต่อมาก็ได้ยอมรับในตัวตนและกลายมาเป็นน้องชายคนสำคัญของคิริว

คิริวพยายามต่อสู้และเจรจาเพื่อรักษาบ้านเด็กกำพร้าเอาไว้ แต่แล้วเขาก็พบว่าโครงการรีสอร์ตนี้มีความเชื่อมโยงไปถึงโตโจไคในโตเกียว และดูเหมือนว่า ไดโกะ โดจิมะ ประธานรุ่นที่ 6 ที่คิริวเป็นคนสนับสนุนเอง ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการนี้ด้วย
เรื่องราวมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญ เมื่อเกิดเหตุการณ์ลอบยิงขึ้นในโตเกียว และโอกินาว่า พร้อมๆกัน เหยื่อคือ ชิเงรุ นาคาฮาระ ผู้นำตระกูลริวโด และ ไดโกะ โดจิมะ ประธานของโตโจ ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนอยู่ในอาการโคม่า ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ มือสังหารที่ลงมือมีใบหน้าเหมือนกับ ชินทาโร่ คาซามะ พ่อบุญธรรมของคิริวที่เสียชีวิตไปแล้วอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
การลอบทำร้ายไดโกะทำให้โตโจต้องตกอยู่ในสภาวะไร้ผู้นำอีกครั้ง และเกิดการแก่งแย่งอำนาจภายในขึ้นทันที เพื่อปกป้องคนที่รักในโอกินาว่า และเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังชายที่มีใบหน้าเหมือนพ่อบุญธรรมของเขา คิริวจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจำใจทิ้งชีวิตอันสงบสุขที่โอกินาว่าไว้เบื้องหลัง และเดินทางกลับสู่ย่านคามุโระโจอีกครั้ง เพื่อเผชิญหน้ากับวังวนแห่งการทรยศหักหลังและการเมืองที่กำลังปะทุขึ้นในโตโจไค
สำหรับ “Dark Ties” จะเป็นเกมแยกอีกหนึ่งเกมที่แถมมาให้เล่นโดยเฉพาะ…
โดยจะนำเสนอเรื่องราวใหม่ของ โยชิทากะ มิเนะ จาก Yakuza 3 ชายผู้เคยประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าของบริษัทสตาร์ทอัพ ก่อนจะทิ้งทุกอย่างและก้าวเข้าสู่โลกมืดของยากูซ่าด้วยความสมัครใจ
หลังจากสูญเสียทุกสิ่งจนหัวใจว่างเปล่า เขาจึงเริ่มต้นการเดินทางอีกครั้งเพื่อค้นหาความผูกพันที่แท้จริง เรื่องราวของเขาจะเต็มไปด้วยฉากแอ็กชันสุดเร้าใจด้วยสไตล์การต่อสู้แบบหมัดมวย และกิจกรรมเสริมที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งจะแสดงให้เห็นเส้นทางของชายสองคนที่แตกต่างกัน
แต่โชคชะตาก็นำพาให้พวกเขาต้องมาบรรจบกันจนสั่นสะเทือนรากฐานแห่งโชคชะตา
Review: 9 / 10
เนื้อเรื่อง: 3 /3
เกมเพลย์: 2 /3
งานภาพ: 3 /3
ความชอบส่วนตัว: 1 /1
ดราม่าหนักแน่น เควสท์เบาสมอง แอคชั่นดิบมันส์สไตล์ Old School
Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties คือรีเมคที่พยายามรักษาหัวใจของต้นฉบับเอาไว้ ขณะเดียวกันก็กล้าปรับองค์ประกอบหลายอย่างให้ทันสมัยขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นเกมที่เต็มไปด้วย ความย้อนแย้ง ในตัวเอง—ทั้งน่าประทับใจและน่าหงุดหงิด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังคงเสน่ห์เฉพาะตัวของภาค 3 เอาไว้อย่างครบถ้วน และทำให้เราชอบมัน และมองข้ามปัญหาเล็กๆน้อยๆไปได้ และคว้า 9/10 ไปครับ
แกนหลักของเกมยังคงเป็นเรื่องราวของคิริว ชายผู้พยายามทิ้งอดีตในโลกยากูซ่าเพื่อใช้ชีวิตเรียบง่ายในโอกินาวะ ดูแลเด็กกำพร้าที่ Morning Glory ราวกับเป็นครอบครัวแท้ๆ ทว่าเหมือนโชคชะตาจะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เมื่อความขัดแย้งทางอำนาจและเครือข่ายอาชญากรรมเริ่มคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง โทนเรื่องจึงจริงจัง หนักแน่น และเต็มไปด้วยแรงกดดันแบบละครอาชญากรรมที่ค่อยๆ เร่งอุณหภูมิขึ้นตลอดการเล่น
ตัวรีเมคยังคงโครงเรื่องเดิมเป็นหลัก แต่เพิ่มฉากใหม่ ปรับลำดับเหตุการณ์ และเติมบริบทให้ตัวละครหลายตัวดูมีมิติมากขึ้น ความสัมพันธ์บางส่วนถูกปูทางอย่างแนบเนียน ทำให้เรื่องราวลื่นไหลกว่าเดิม แม้จะยังมีบางช่วงที่อธิบายเนื้อหาแบบยืดยาวตามสไตล์เกมยุคเก่าอยู่บ้าง แต่ในภาพรวม การเล่าเรื่องยังคงทรงพลังและเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่สุดของเกม

โดยเสน่ห์สำคัญของภาคนี้คือความตัดกันระหว่าง “โลกใต้ดิน” กับ “ชีวิตครอบครัว”
ช่วงหนึ่งคุณอาจกำลัง กระทืบกุ๊ยข้างทาง , หัวหน้าแก๊งท้องถิ่น หรือวิ่งซัดหน้าทุกสรรพสิ่งเอาชีวิตเข้าแลกอย่างดุเดือด
แต่อีกไม่กี่นาทีถัดมากลับต้องไปช่วย เด็กๆทำการบ้าน , วิ่งจับแมลง , เย็บผ้า ทำกับข้าว ปลูกผัก หรือ แก้ปัญหาทะเลาะกัน …
ความ slice-of-life เหล่านี้ทำให้คิริวดูเป็นมนุษย์มากกว่าตำนานยากูซ่าที่โคตรเข้ม… และช่วยสร้างอารมณ์ร่วม ในแบบผ่อนคลายได้อย่างยอดเยี่ยม
ศูนย์เด็กกำพร้า Morning Glory ถูกขยายให้ลึกกว่าเดิมจนแทบกลายเป็นอีกเกมหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ
ผู้เล่นสามารถปลูกผัก ทำอาหาร เย็บผ้า จับแมลง หรือทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ แต่ละเส้นเรื่องย่อยถูกเขียนใหม่ให้กินใจ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่คิริวทำหน้าที่พ่อเลี้ยงอย่างเต็มตัว มันคือความอบอุ่นที่ตัดกับความเครียดของเนื้อเรื่องหลักได้อย่างลงตัว
ขณะเดียวกัน เควสท์เสริมจำนวนมากยังคงความเบาสมองตามเอกลักษณ์ซีรีส์ ตั้งแต่การพาดาราทีวีเที่ยวโอกินาวะ ไปจนถึงการรับบทโฮสต์หนึ่งคืนในคามุโร่โจ ความเพี้ยนเล็กๆ เหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนช่วงพักหายใจหลังผ่านฉากดราม่าหนัก และช่วยให้จังหวะของเกมไม่ตึงเกินไป
ในด้านเกมเพลย์ การต่อสู้ยังคงกลิ่นอายแอคชั่นแบบ Old School ให้ความรู้สึกเหมือนเกมบู๊ยุค PS2—หนัก ดิบ และ เน้นจังหวะ มากกว่าความหวือหวา แม้ระบบจะถูกปรับให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่ก็แลกมากับ “ความลึก” บางส่วนที่หายไป สไตล์ Dragon of Dojima เวอร์ชันนี้ดูเรียบง่ายกว่าที่แฟนเก่าคุ้นเคย ส่งผลให้การปะทะบางครั้งรู้สึกช้า และเอาจริงๆ แทบไม่ได้ใช้เลย เพราะมีอีกโหมดที่ดีกว่า…
อย่างไรก็ตามสไตล์ Ryukyu ที่เพิ่มเข้ามาช่วยเติมความสดใหม่ได้ดี การใช้สารพัดอาวุธ หอก ทอนฟา โล่ สนับมือ ฯลฯ ที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน นัวง มันว์ และหลากหลายมากๆ จุดนี้เป็นการทำให้บลานซ์ของโหมดต่อสู้ “สวิง” อย่างมาก
การตั้งการ์ดในจังหวะ Perfect parry และเอฟเฟกต์สถานะต่างๆ ทำให้ไฟต์บอสมีมิติขึ้น แม้ช่วงต้นจะควบคุมยากเล็กน้อย เพราะมีคอมโบ การกด ที่ส่งผลให้อาวุธทำงานต่างกัน แต่เมื่อจับทางได้แล้ว ความมันส์จะมาในรูปแบบที่ต้องอาศัยฝีมือจริงๆ ส่วนตัวเล่นโหมดนี้มากกว่าโหมดยากูซ่าเตะต่อยด้วยซ้ำ
เรียกว่า มีตังค์ มีแต้ม ไปลงกับสไตล์นี้ แล้วเกมจะ Easy มากๆครับ
อีกหนึ่งไฮไลต์คือโหมดเนื้อเรื่อง Dark Ties เรื่องราวก่อนเส้นทางอำนาจของ โยชิทากะ มิเนะ ซึ่งมีโทนเข้มและจริงจังกว่า สไตล์การต่อสู้ของเขาดุดัน แม่นยำ และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นบุกแบบไม่ยั้ง เสริมด้วย Survival Hell โหมดกึ่ง roguelite ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง—ตายคือเสียทุกอย่าง—สร้างแรงกดดันและความท้าทายได้ดี

ด้านงานภาพและเทคนิคถือเป็นมาตรฐานสูงของซีรีส์ Like a Dragon ยุคใหม่ เวอร์ชัน PS5 มอบภาพที่คมชัด สีสันสด และแสงเงามีมิติ HDR ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่เฟรมเรต 60FPS ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหล ตัวเกมแทบไม่พบปัญหาทางเทคนิค โหลดฉากรวดเร็ว และ Texture ที่เคยหยาบในบางภาคก่อนหน้าถูกแก้ไขเรียบร้อย ไม่มีอาการวัตถุโผล่ช้าให้เห็นอีก

แม้อนิเมชันตัวละครบางช่วงจะยังแข็งไปบ้าง แต่โลกของเกมกลับถูกออกแบบมาอย่างน่าค้นหา ไม่ว่าจะเป็น โอกินาว่า หรือคามุโร่โจ ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและซอกมุมให้สำรวจ จนข้อด้อยด้านโมชั่นกลายเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับภาพรวม
มีห้างดองกี้ด้วย!
กิจกรรมหมุนกาชาก็มา!
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกการเปลี่ยนแปลงจะถูกใจแฟนเก่า เนื้อหาบางส่วนถูกตัดออก และการปรับทิศทางเรื่องบางจุดให้ความรู้สึกเหมือนกำลังปูทางไปสู่ไทม์ไลน์ที่ถูกเขียนใหม่ของซีรีส์ภาคหลังๆ ซึ่งอาจทำให้ผู้เล่นสายดั้งเดิมตั้งคำถามกับเส้นเรื่องอยู่บ้าง


(ชอบมินิเควสท์ในคามุโร่โจ ที่เราต้องช่วยหมอดูคนนึง และได้ทำนานอนาคตของคิริวไว้…ว่าอีก 20 ปีต่อมา เขาจะพบกับจุดจบที่สงบที่สุด …ซึ่งตรงกับเนื้อเรื่องของภาค 8 เลยก็ว่าได้ อันนี้มั่นใจว่า ใส่มาทีหลังแน่นอน!)
โดยสรุป Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties คือรีเมคที่กล้าลองสิ่งใหม่ แต่ก็ไม่ลืมตัวตนเดิม
มันมีทั้งช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมและช่วงที่ชวนให้ขัดใจ
ทว่าเมื่อองค์ประกอบทั้งหมดมารวมกัน—เนื้อเรื่องเข้มข้น เควสท์ผ่อนคลาย
แอคชั่นดิบสะใจ และงานภาพระดับมาตรฐานสูง—
เกมนี้ยังคงเป็นประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การเล่นอยู่ดีครับ
การรีเมคครั้งนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า
“แกะดำ” ของแฟรนไชส์ บางครั้งไม่จำเป็นต้องแก้ไขทั้งหมด
เพราะสิ่งที่ทำให้มันโดดเด่นตั้งแต่แรก คือความ “แตกต่าง” นั่นเอง
สัมภาษณ์ นักพากย์
คุณทาคายะ คุโรดะ , คุณชิโด นากามูระ และอื่นๆ
บริษัท SEGA CORPORATION ได้เผยแพร่วิดีโอโฆษณาของเกม Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties ลงบน YouTube
ในวิดีโอสัมภาษณ์จะมีนักแสดงมากมายหลายมาปรากฏตัว ได้แก่ คุณทาคายะ คุโรดะ (รับบทคาซึมะ คิริว), คุณชิโด นากามูระ (รับบทโยชิทากะ มิเนะ), คุณโช คาซามัตสึ (รับบทริกิยะ ชิมาบุกุโระ), คุณซาโตชิ โทคุชิเกะ (รับบทไดโกะ โดจิมะ) คุณฮิโรยูกิ มิยาซาโกะ (รับบทสึโยชิ คันดะ)
แอดมิน AK47
#Yakuza #YakuzaKiwami3 #DarkTies #RyuGaGotokuStudio #SEGA #PS5 #PS4 #Xbox #Switch2 #PC #Steam #เกมใหม่2026
-
สรุปผลการแข่งขันการ์ดเกม NivelArena Saturday Fight Night ครั้งแรกในไทย#NivelArena #NIKKE #NivelArenaSaturdayFightNight #การ์ดเกม #Tournament #KKPlayMore
-
Figure-rise Standard Amplified : Slifer the Sky Dragonมีนาคม 2026
-
Crimson Desert [ PS5 / PC / Xbox Series / PREVIEW ]เกมเรือธงเกมใหม่ที่จะเปิดจักรวาลเกมตระกูล Desert


























































