Resident Evil 9 / Resident Evil Requiem
ประเภท: Survival Horror
ผู้พัฒนา: Capcom
แพลตฟอร์ม: PC, PlayStation 5, Xbox Series X|S , Switch 2
วันวางจำหน่าย: 27 กุมภาพันธ์ 2026
สั่งซื้อชุด Limited คลิก
สั่งซื้อชุดธรรมดาในระบบ PS5 คลิก คลิก คลิก
Resident Evil: Requiem คือภาคหลักลำดับที่ 9 และเป็นเกมฉลองครบรอบ 30 ปีของซีรีส์ Resident Evil ที่ Capcom วางตำแหน่งให้เป็นมากกว่าภาคต่อ แต่คือ “บทอาลัย” เพื่อทบทวน บาดแผล ความจริง และเงามืดที่หลงเหลือจากเหตุการณ์เมืองแรคคูนซิตี้ในปี 1998 พร้อมพาผู้เล่นกลับสู่ต้นกำเนิดของหายนะทางชีวภาพ ผ่านโทนสยองขวัญที่หม่นมืด หนักแน่น และจริงจังที่สุดครั้งหนึ่งของแฟรนไชส์
“ถ้าเกรซ คือคนที่หนีเอาชีวิตรอดออกมาให้ได้
ลีออน จะเป็นคนที่เดินเข้าไปแล้วกระทืบพวกมัน!”
ฝั่งเกรซ
ฝั่งของ เกรซ ซึ่งเป็นตัวละครใหม่ ถูกยกให้เป็นหัวใจหลักของความสยองขวัญแบบคลาสสิก เน้นการบริหารทรัพยากรที่ขาดแคลน การแก้ปริศนา และการเดินย้อนกลับในพื้นที่เดิมที่เปลี่ยนสภาพไปตามเหตุการณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน เสียงหายใจที่สั่นเครือและความเงียบที่คอยบีบคั้นผู้เล่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทุกการตัดสินใจมีความหมาย และทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเสี่ยง

หนึ่งในระบบใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ Blood Crafting ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นดูดเลือดจากซากซอมบี้มาวิเคราะห์ผ่านกล้องจุลทรรศน์เพื่อปลดล็อกสูตรผสมไอเทม ซึ่งแต่ละสูตรผสม ก็จะมีผลที่ต่างกันไป แต่เกรซ จะต้องเข้าประชิดตัว และแทงหลอดสารดังกล่าวเข้าเป้าหมายโดยตรง ระบบนี้ถูกมองว่าไม่เพียงเพิ่มมิติด้านกลยุทธ์ แต่ยังตอกย้ำธีมความสิ้นหวังของ Survival Horror อย่างชัดเจน เพราะแม้แต่ซากศัตรูก็ยังต้องถูกรีดประโยชน์มาใช้เพื่อความอยู่รอด

ฝั่งลีออน

ในทางกลับกัน เมื่อเรื่องราวตัดสลับมาที่ ลีออน เกมจะเปลี่ยนโทนเป็นแอ็กชันเต็มรูปแบบทันที

Gameplay ของ Leon ถอดแบบความมันส์จาก RE4 Remake และ RE6 แต่ยกระดับให้ดุดันและลื่นไหลยิ่งขึ้น Leon สามารถใช้ท่าการทุ่มยูโด และท่าเผด็จศึกแบบ Cinematic รวมถึงอาวุธระยะประชิดอย่างขวานพับ ที่ต้องลับคมเพื่อใช้งานในระยะยาว รวมไปถึงการแย่งอาวุธศัตรู เช่น เลื่อยไฟฟ้า มาสวนกลับได้อย่างโหดเหี้ยม สร้างความรู้สึกของการ “ไล่กวาดล้าง” มากกว่าการเอาชีวิตรอด

ระบบศัตรูใน Requiem ก็ถูกพูดถึงในแง่ของความหลอนที่ยกระดับขึ้น ซอมบี้ยังคงมีพฤติกรรมจากตอนเป็นมนุษย์และสามารถเปล่งคำพูดสั้น ๆ ออกมาได้ ทำให้การเผชิญหน้าเต็มไปด้วยความหลอนด้วยเสียง หากผู้เล่นไม่กำจัดศัตรูอย่างเด็ดขาด พวกมันจะฟื้นคืนชีพ และโหดกว่าเดิม และถึกกว่าด้วย!
REVIEW 8/10
เนื้อเรื่อง: 2 /3
เกมเพลย์: 2 /3
งานภาพ: 3 /3
ความชอบส่วนตัว: 1 /1
เมื่อเอาของที่ดีที่สุดจากกทุกภาคมารวมกัน กลายเป็นว่า เนื้อหา และเกมเพลย์ กลับไม่สุดซะงั้น!
Resident Evil Requiem เปรียบเสมือนจดหมายรักฉบับที่ยาวเหยียด และละเอียดที่สุดเท่าที่ Capcom เคยเขียนขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของซีรีส์ระดับตำนานนี้
มันไม่ใช่แค่การกลับมาที่สร้างความตื่นเต้นเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการหลอมรวมอัตลักษณ์อันหลากหลายที่ Resident Evil เคยเป็นมาตลอดสามทศวรรษเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ความสยองขวัญแบบเอาตัวรอดที่เน้นบรรยากาศบีบคั้นในยุคแรกเริ่ม และภาค 7 ไปจนถึงฉากแอ็กชันระห่ำโลกที่แฟนเกมยุคภาค 4-6 โหยหา
การพยายามประสานรอยร้าวของตัวตนที่แตกต่างกันเหล่านี้เป็นสิ่งที่ Capcom ต่อสู้มาโดยตลอด แต่ใน Requiem พวกเขาเลิกที่จะต่อต้านความขัดแย้งนั้น แล้วเลือกที่จะหลอมรวมมันทั้งหมดจนกลายเป็นผลงานที่เปี่ยมไปด้วยพลังและจิตวิญญาณ
เพียงแต่ว่า การนำเสนอนั้น อาจจะไม่ได้รู้สึก สุดทางเท่าที่เราอยากให้เป็น
เรื่องราวในภาคนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองตัวละคร สองเกมเพลย์อย่างชัดเจน
ซีกหนึ่งเราจะได้ติดตาม เกรซ แอชครอฟ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์คดีอาชญกรรมของสำนักงาน FBI ที่ชีวิตพลิก จากเจ้าหน้าที่นั่งโต๊ะทำงาน เข้าสู่โลกแห่งความสยองขวัญ ที่เน้นความเปราะบางของมนุษย์ เธอมีอาการ PTSD จากเหตุกรณ์ในอดีตที่เกี่ยวกับแม่ของเธอ ร่วมกับเหตุการณ์ใหม่ที่อยู่ตรงหน้าที่เป็นใครก็ต้องขนลุก และประสาทเสียได้… ในจุดนี้เธอคือตัวแทนเกมเพลย์ของ Survival Horror ที่ RE ภาค 7 เคยนำเสนอ แต่ขัดเกลาให้มีความสมจริงมากขึ้น มีอากการแพนิคที่เป็นเหมือนคนจริงๆที่เจอเรื่องราวชวนสยดสยอง และชวนตั้งคำถามไม่น้อยว่า ถ้าเป็นเราแค่ก้าวขา อาจจะยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำมั้ง…
ส่วนอีกซีกหนึ่งคือการกลับมาของ ลีออน พระเอกขวัญใจแม่ยกตลอดกาลของซีรีส์ที่พกพาความระห่ำอย่างเต็มพิกัด พร้อมกับอายุที่มากขึ้น (และสาวๆในโลกโซเชียลยังว่า แซ่บหลายด้วย) แม้ว่าการผสมผสานสไตล์ที่ต่างกันสุดขั้วนี้จะเคยเป็นบทเรียนความล้มเหลวใน Resident Evil 6 มาก่อน แต่ใน Requiem ทุกอย่างกลับทำงานร่วมกันได้อย่างเหลือเชื่อในภาคนี้
ซึ่งเนื้อเรื่องของเกม เอาเข้าจริงๆ ก็ถือว่าทำมาเอาใจแฟนๆ RE อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่จะเป็นการนำตัวละครเก่าๆกลับมา ฉากแฟนเซอร์วิส ฉากหวนระลุึกถึง Raccoon City ที่ยังมีฟุตเทจ หรือวัตถุ Object จากภาค 2 มาให้เห็น เป็นการตอกย้ำว่า นี่คือภาคที่ทำมาเพื่อสดุดีภาค 2-3 ภาคที่ได้รับความนิยมมากๆในยุค 90s
แต่เมื่อมีอะไรที่มันมากไป ก็ใช่ว่าจะดี เพราะเรื่องราว ปมต่างๆ ปริศนาทฤษฎีสมคบคิดนั้นที่ออกมาเยอะมาก เมื่อมองไปยัง “แก่น” ที่เรื่องราวอยากจะเล่า ก็พบว่าหลายจุดกลับมี Plot Hole และหลายๆอย่างดูจะ “แถ” อย่างชัดเจน (บางอย่างก็ข้าม ปล่อยเบลอ ไม่พูดถึงด้วย) โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ของตัวละครวายร้ายในเรื่องทั้งหลายแหล่…รวมไปถึงความแทงกั๊กเนื้อเรื่อง ที่สุดท้ายเราต้องไปเก็บตกในเอกสารรายงานของเกรซ ที่เขียนสรุปเนื้อเรื่องหลังจบเกมแทนที่จะเล่าตรงไปตรงมา ใครไม่อ่านเอกสารนี้ ก็น่าจะพลาดอะไรไปไม่น้อยเหมือนกัน…

รวมไปถึงจังหวะ Pacing ที่สวิงไปมาระหว่างแอคชั่น และ Horror ที่หลายคนอาจจะไม่โอเคเท่าไหร่นัก กับ การเล่นเป็นเกรซ ที่กินเวลากว่า 40% ของครึ่งแรก ที่เต็มไปด้วยความอึดอัด และ มาระบายอารมณ์ในครึ่งหลัง 60% ที่เล่นเป็นลีออน และมันทำให้การเล่นเกมนี้ ค่อนข้าง “เหนื่อย” ไม่น้อยครับ ซึ่งทำให้แอดมินที่เขียนรีวิวนี้ ขอไม่เล่นรอบ 2 ครับ คุณค่าในการเล่นซ้ำรู้สึกว่ามันไม่ดึงดูด เดี๋ยวจะไปว่ากันต่อในหัวข้อเกมเพลย์ครับ
ในแง่ของระบบเกมเพลย์ เกมบีบให้ผู้เล่นต้องใช้ทักษะการลอบเร้นเป็นหลักในพื้นที่ของ Rhodes Hill เพราะทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดของเกรซ ประกอบกับความฉลาดของศัตรูที่คอยลาดตระเวนอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงเมคานิคการสู้กับ The Girl ด้วย “แสง” ทำให้ทุกก้าวเดินคือความเสี่ยง การตัดสินใจภายใต้ความกดดันกลายเป็นแกนกลางของประสบการณ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบการอัปเกรดที่ต้องแลกมาด้วยการเผชิญหน้ากับซอมบี้ตัวโหด เพื่อเอาเลือดไปทำยา หรือเอาเหรียญไปไขตู้เอาไอเทม แถมเส้นทางที่ซับซ้อนวกวนที่ต้องแก้จากจุด A ไป C เพื่อย้อนมาไขปริศนาจุด B และนำไปสู่เส้นทางใหม่ๆ ชวนให้ปวดหัวเหมือนเดิม…
รวมไปถึงระบบคลังไอเทมที่จำกัด จนต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะทิ้งอะไรไว้ในห้องเซฟ ยิ่งเมื่อเลือกเล่นในโหมด Classic ที่การเซฟเกมถูกจำกัดด้วยแถบริบบิ้นเครื่องพิมพ์ดีด ความตึงเครียดก็จะทวีคูณจนถึงขีดสุด ซึ่งความกดดันเหล่านี้เองที่ทำให้ช่วงเวลาการสลับไปเล่นเป็นลีออนกลายเป็นเหมือนรางวัลและการพักหายใจที่ผู้เล่นรอคอย (ส่วนตัวเชียร์ให้คุณเล่นแบบ Casual ไปก่อนครับ เพื่อศึกษาเส้นทางในการเล่นรอบแรก ถ้าคิดจะทำชาเล้นจ์สปีดรันเอาแต้ม CP)
ซึ่งก็ว่าไม่ได้นะ เพราะถ้าไม่มีตรงนี้ ก็ไม่ใช่ RE ที่หลายๆคนชื่นชอบนั่นละครับ
ส่วน “ลีออน” ในภาคนี้ถูกนำเสนอในคราบของสายบู๊ที่มี่เสน่ห์และความมั่นใจ (ที่เจียนอยู่เจียนตาย ร่อแร่เต็มที) ลีออนมาพร้อมบทพูดจิกกัด แซะ ที่คมคายมากขึ้น เป็นอแารมณ์ขันแบบฝืดๆ ภายใต้สถานการณืสุดเลวร้าย ที่พร้อมจะส่งเขาลงนรกได้ทุกเมื่อ เกมเพลย์ฝั่งลีออนคือการเอาสูตรสำเร็จของเกมแอคชั่นสไตล์ของ Resident Evil 4/6 มาใช้อย่างแท้จริง ตั้งแต่การเตะหมุนเตะทำลายซอมบี้ ไปจนถึงการขับมอเตอร์ไซค์ไต่ตึกหรือการปัดระเบิดกลางอากาศด้วยความแม่นยำ ทุกอย่างดู “วาจาเกินจริง และสมสู่อาชา” ไปหน่อย แต่กลับสนุกอย่างน่าประหลาด
ระบบจัดการไอเทมในส่วนของเขายังเปลี่ยนไปใช้แบบกระเป๋าเดินทางทรงสี่เหลี่ยมที่ต้องจัดวางให้ลงตัว ซึ่งเป็นการดึงเสน่ห์จากภาค 4 มาใช้อย่างแนบเนียน ทำให้ภาพรวมของเกมมีความเป็นวิดีโอเกมในยุคเก่าที่ให้ความสำคัญกับความฆ่าซอมบี้ เพื่อเอาแต้มไปแลกซื้อปืนใหม่ๆ ระบบอัพเกรดอาวุธ นั่นหมายความว่า ในเกมเพลย์ของลีออน ถ้าคุณอยากให้เขามีพลังทำลายมากขึ้น นี่คือไฟท์บังคับให้คุณไล่ฆ่าซอมบี้ทุกตัวที่ขวางหน้าเลยก็ว่าได้
ความงดงามของกราฟิกของ RE Engine ที่ขัดเกลามาจนเป็นระดับ “ขึ้นเงา” ประกอบกับงานออกแบบเสียงที่ละเอียดถึงขั้นได้ยินเสียงหายใจแรงของเกรซ ที่กำลังแพนิค มือของตัวละครสั่นเทาขณะเล็งปืน ทำให้การเปลี่ยนผ่านจากฉากสืบสวนบนถนนที่เปียกชุ่มไปด้วยฝนไปสู่โรงแรมร้างที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด ความสยอง เลือด ซากศพ ทำออกมาได้รุนแรง สมจริงมากกว่าภาคกก่อนๆ จุดนี้ไม่มีอะไรต้องติเลย สวยงามมาก แต่ขอเลย Capcom…นายอย่าเอา RE Engine ไปทำเกม Openworld เหมือนมอนฮันก็พอ เอนจิ้นนี้มันเหมาะกับเกมเล่าเรื่องแบบนี้มากกว่าครับ
ท้ายที่สุดแล้ว Resident Evil Requiem คือผลงานที่เกิดจากการกล้าที่จะยอมรับตัวตนที่สะเปะสะปะมาหลายภาค มันเป็นทั้งเกมสยองขวัญระดับขึ้นหิ้ง และเกมแอ็กชันย้อนยุคที่น่าประทับใจ แม้ว่าโครงสร้างของมันจะดูไม่สมดุลหรือสูญเสียพลังในการเล่าเรื่องไปบ้างในช่วงท้าย แต่ความรู้สึกถวิลหาอดีตที่ถูกเติมเต็มตลอดการเล่นก็เพียงพอที่จะทำให้ข้อบกพร่องเหล่านั้นกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย
ส่วนตัว ฟันธงว่า
“คุ้มค่าแก่การรอคอย เป็นเกมที่รวบรวมทั้งความสยองขวัญ ความไร้เหตุผล และความสนุกสุดเหวี่ยงมาไว้ในที่เดียวได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีปัจจุบันจะเอื้ออำนวย”
เพียงแต่ ขอไม่เล่นรอบสองนะ ส่วนตัวรู้สึกว่าเหนื่อยเกินที่จะกลับไปเล่นน้องเกรซอีกรอบ ถึงจะมีค่า CP ซื้อปืนใหม่ให้น้องแล้วก็ตาม…
ใครสะดวกทำ Speed Run ก็ว่ากันไม่ได้ครับ 555
แอดมิน AK47
ด้านล่างนี้
มีสปอยล์เนื้อเรื่อง
ใครยังเล่นไม่จบ
ข้ามไปเลย
เราเตือนแล้ว
อ่านรายละเอียดเรื่องราวเชิงลึก ต่อใน Resident Evil Requiem : Grace Report
Resident Evil Requiem คือเกมที่ถูกวางตัวให้เป็นการ “เปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของแฟรนไชส์ทั้งในแง่โทนและรูปแบบการเล่น”
Capcom ให้คำมั่นว่านี่จะเป็นยุคใหม่ของ Resident Evil ที่ผสมผสานระหว่าง “ความระทึกแบบซินีมาติก” กับความกลัวแบบเอาตัวรอดที่เป็นหัวใจหลักของซีรีส์
และ Capcom ยืนยันว่าเรื่องราวของ “อีธาน” ได้จบลงแล้ว และ Requiem คือการเปิดปฐมบทใหม่ของจักรวาล Resident Evil แม้จะเป็นภาคที่ปิดปมเส้นเรื่อง “Umbrella” แต่ไม่ใช่จุดจบของซีรีส์
เรื่องราวของเกมจะเกิดขึ้น 30 ปีหลังเหตุการณ์มิสไซล์ถล่ม Raccoon City ซึ่งเป็นจุดกำเนิดความเชื่อมโยงระหว่าง Umbrella Corporation และเมืองร้างแห่งนี้ ทีมงานจึงต้องการย้อนกลับไปสำรวจจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ระบาดอีกครั้ง

ใน Resident Evil Requiem จะเล่าเรื่องผ่านตัวเอกคนใหม่คือ เกรซ แอชครอฟ เจ้าหน้าที่ FBI และเป็นลูกสาวของ อลิซ่า แอชครอฟท์ นักข่าวผู้มีบทบาทใน Resident Evil Outbreak ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงการล่มสลายของ Raccoon City ปี 1998
Alyssa Ashcroft เธอเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัส T และมีความกล้าหาญ ฉลาดหลักแหลม พร้อมเปิดโปงเบื้องหลังของ Umbrella Corporation ผ่านบทความแนวสืบสวน แม้จะไม่เคยปรากฏในภาคหลักของซีรีส์ แต่ Alyssa ก็เป็นตัวแทนของพลเรือนที่ลุกขึ้นสู้ท่ามกลางวิกฤต และมีบทบาทโดดเด่นในเหตุการณ์ที่ถูกลืมของแฟรนไชส์
ชื่อของ Alyssa ปรากฏอยู่ในไฟล์ของเกม Resident Evil 7 ซึ่งทำให้ผู้เล่นหลายคนต้องประหลาดใจ เธอรายงานถึงจุดเริ่มต้นของการสืบสวนการหายตัวไปของผู้เยี่ยมชมในพื้นที่ชนบทของ Dulvey รัฐลุยเซียนา เหตุการณ์นี้ถือเป็นคำอธิบายที่ขาดหายไปสำหรับ Resident Evil Outbreak แต่ยังไม่มีอะไรได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
หายนะเมืองแรคคูนและบาดแผลที่ไม่เคยจางหาย

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ไวรัสรั่วไหลในเมืองแรคคูน เมื่อปี 1998 อันเป็นผลจากการทดลองอาวุธชีวภาพของ Umbrella Corporation การระบาดรุนแรงจนเกินควบคุม แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามต้านทานอย่างสุดกำลัง แต่สุดท้ายรัฐบาลกลางสหรัฐต้องตัดสินใจใช้มาตรการขั้นสุด ยิงขีปนาวุธถล่มเมืองทั้งเมืองเพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อ การตัดสินใจครั้งนั้นช่วยป้องกันหายนะระดับโลก แต่แลกมาด้วยชีวิตผู้บริสุทธิ์จำนวนมหาศาล
หลังเหตุการณ์ Umbrella ถูกสั่งปิด และผู้บริหารถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะ ออสเวลล์ อี. สเปนเซอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทที่พยายามต่อสู้คดีทางกฎหมายกับรัฐบาลยาวนานหลายปี แม้สุดท้าย Umbrella จะล่มสลาย แต่ “ความจริง” เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในแรคคูนซิตี้กลับถูกปิดผนึกไว้ภายใต้การควบคุมของรัฐ
แม้เวลาจะผ่านมากว่าสองทศวรรษ เมืองแรคคูนยังคงถูกล็อกดาวน์อย่างสมบูรณ์ เดิมทีรัฐบาลมีแผนยกเลิกมาตรการในปี 2026 แต่กลับประกาศขยายระยะเวลาการปิดเมืองออกไปจนถึงปี 2040 ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและความเสี่ยงที่ “ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ”


ใน Resident Evil: Requiem จะดำเนินเรื่องในปี 2026 เมื่อพบศพผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อที่ไม่สามารถระบุชนิดได้ภายในโรงแรมร้างแห่งหนึ่ง คดีนี้ถูกมอบหมายให้ “เกรซ แอชครอฟ” นักวิเคราะห์ข้อมูลของ FBI ไปรับผิดชอบ

แต่สถานที่เกิดเหตุกลับเป็นโรงแรมเดียวกับที่แม่ของเธอ “อลิซซ่า แอชครอฟ” ถูกฆาตกรรมเมื่อปี 2018 และมีความเกี่ยวข้องกับปริศนาของผู้ที่ “เคยรอดชีวิตจากRaccoon City” ที่จู่ๆ ก็เกิดอาการประหลาด ตายจาดกเชื่้อไวรัสปริศนา ซึ่งภายหลังได้ระบุว่าเป็นการติดเชื้อ T-ไวรัส แบบ “กำเริบย้อนหลัง” ซึ่งเธอพบหลักฐานสะเทือนขวัญว่ามีใครบางคนเฝ้าติดตามชีวิตเธอมานานหลายปี
และก่อนที่เธอจะได้ศึกษาข้อมูลในดิสก์ที่แม่ทิ้งไว้ เธอก็ถูกลักพาตัวโดย วิคเตอร์ กิเดียน อดีตนักวิทยาศาสตร์ของอัมเบรลลาผู้บ้าคลั่ง และถือเป็นผู้ภักดต่อสเปนเซอร์ ผู้กก่อตั้งอัมเบรลล่าด้วย
ในขณะเดียวกัน ลีออน เอส. เคนเนดี และ เชอร์รี เบอร์กิน เจ้าหน้าที่จาก DSO ก็กำลังสืบสวนคดีนี้เช่นกันเนื่องจากทั้งคู่มีอาการติดเชื้อเช่นกัน โดยลีออนอยู่ในสภาวะแทบไม่ต่างจากศพเดินได้ ยิ่งผ่านไปนานวัน เชื้อยิ่งลุกลาม เขาได้ตามรอยไปจนถึงโรงแรมและเห็นเหตุการณ์ลักพาตัวของ วิคเตอร์ พอดี แต่วิคเตอร์ก็อาศัยจังหวะชุลมุนจากการปล่อยไวรัสหลบหนีไปได้ จนกระทั่งเชอร์รีสามารถแกะรอยตามไปถึงศูนย์ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง โรดส์ฮิลล์
เมื่อเกรซฟื้นคืนสติขึ้นในโรงพยาบาลโรดส์ฮิลล์ เธอพบว่าสถานที่แห่งนี้กลายเป็นนรกบนดินที่เต็มไปด้วยซอมบี้จากฝีมือของกิเดียน ลีออนบุกเข้ามาช่วยเหลือแต่ทั้งคู่ถูกระบบล็อกดาวน์แยกออกจากกัน ทำให้ลีออนต้องบุกตะลุยผ่านฝูงซอมบี้
ขณะที่เกรซซึ่งไม่มีทักษะการต่อสู้ต้องใช้การลอบเร้นเพื่อเอาชีวิตรอด จนกระทั่งเธอได้พบกับ เอมิลี เด็กหญิงตาบอดที่ถูกคุมขังอยู่และตัดสินใจพาเธอหนีไปด้วยกัน ระหว่างทางพวกเธอได้ล่วงรู้ถึง “โครงการเอลพิส” ที่กิเดียนเชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีการถ่ายโอนจิตสำนึกมนุษย์ไปยังร่างใหม่เพื่อความเป็นอมตะ โดยเกรซคือตัวแปรสำคัญที่สุด
อย่างไรก็ตาม การหลบหนีสิ้นสุดลงด้วยโศกนาฏกรรมเมื่อเอมิลีได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเชื้อไวรัสในตัวกลายพันธุ์เป็นสัตว์ร้าย ทำให้ลีออนไม่มีทางเลือกนอกจากการกำจัดเธอ ส่วนเกรซที่อยู่ในอาการขวัญเสียถูกกิเดียนและ “ซีโน่” (เวสเกอร์เก๊โคตรวอนนาบี) ตัวแทนจากองค์กรอาชญากรรม “The Connection” ที่ว่ากันว่า มีส่วนได้เสียกับรัฐบาล และองค์กรสารพัดใต้ดินระดับโลก (แถมอยู่เบื้องหลังการทำลายอัมเบรลล่าด้วยเกมการเมืองด้วย)
ซีโน่ก็พาตัวเกรซที่กำลังจิตตกจากเหตุการณ์สูญเสียเอมิลี่ เดินทางสู่ซากปรักหักพังของเมืองแรคคูนซิตี้ เพื่อเผยความจริง และเค้นเอาบางอย่างจขากเธอด้วย
แม้ซีโน่จะใช้อิทธิพลทางการเมืองสั่งยุติการสืบสวนของ DSO แต่ ลีออนและเชอร์รีตัดสินใจละทิ้งคำสั่งและกลายเป็นเจ้าหน้าที่นอกรีต เพื่อตามไปช่วยเกรซที่ฐานทัพลับ “ARK” ซึ่งตั้งอยู่ใต้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในแรคคูนซิตี้ ที่ยังคงดำเนินการอยู่อย่างลับๆ ลีออนเอาชนะวิคเตอร์ได้ระหว่างการเดินทาง
ลีออนบุกเข้ามาช่วยเกรซไว้ได้ท่ามกลางอาการติดเชื้อที่ทรุดหนักลงเรื่อยๆ ทั้งสองแยกกันเพื่อหาทางไปเจอกับซีโนเพื่อหยุดแผนการนี้
เกรซ ตัดสินใจเปิดดูข้อมูลในดิสก์ของแม่ และพบวิดีโอสัมภาษณ์สเปนเซอร์ที่แก่ใกล้จะตายแล้ว เผยให้เห็นความสำนึกผิดต่อไวรัสที่เขาสร้างขึ้น

และยังระบุว่า ออสเวลล์ สเปนเซอร์ ผู้ก่อตั้งอัมเบรลลา เป็นคนรับเลี้ยงเกรซ ที่เป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่ทารก และใช้เธอเป็นที่เก็บรหัสผ่านของ ระบบเอลพิส ซึ่งเป็นผลงานโคตรไวรัสชิ้นสุดท้ายของเขา โดยที่ทาง ARK พยายามที่จะเอาDNA หรือสิ่งต่างๆที่ได้มาจากตัวอย่างของเกรซวัยทารกมาสร้างร่างโคลนนิ่งนับร้อยนับพันคนมาตลอดหลายสิบปีนี้ ก็ไม่มีร่างโคลนตัวไหน ให้ผลลัพท์ที่น่าพอใจเลยแม้แต่น้อย … เอมิลี่ก็เช่นกัน
และค้นพบว่ารหัสผ่านที่แท้จริงคือคำว่า “Hope” (ความหวัง)

และจริงๆแล้ว Elpis คือสุดยอดแอนตี้ไวรัส ที่จะพลิกโฉมสงครามอาวุธชีวะภาพทั้งหมดบนโลก เพราะ Elpis เป็นแอนตี้ไวรัสครอบจักรวาล รักษาได้ทุกอาการ ทุกไวรัส ทุกปรสิต แน่นอนว่าหากมีใครได้ไป ส่วนแบ่งการตลาดในสงคราามอาวุธชีวะ จะต้องตกเป็นของคนๆนั้นแน่นอน เพราะในมือมีทั้งไวรัส และยาแก้…ซึ่งนี่คือความพยายามของ ARK ในการหาครอบครองนั่นเอง…
จากจุดนี้ฉากจบจะถูกแบ่งออกเป็นสองทาง…
หากเกรซเลือกใส่รหัสผิด (Destroy Elpis) จะเป็นการรักษาสัญญากับลีออนไว้ว่าต้องทำลายมันเท่านั้น…
ฐานทัพจะระเบิด และลีออนจะถูกซีโน่ยิงเข้าที่หัว ตายอนาถ เกรซหนีรอดไปได้เพียงลำพัง เกมตัดจบ ถ้วยไม่เด้ง พร้อมให้โหลดเซฟใหม่
แต่ในฉากจบที่แท้จริง เมื่อเกรซใส่รหัสที่ถูกต้อง (Release Elpis)
เธอพบว่า Elpis ไม่ใช่โครงการถ่ายโอนวิญญาณหรืออาวุธทำลายล้าง แต่คือ “ยาต้านไวรัสสากล” ที่สเปนเซอร์สร้างขึ้นเพื่อไถ่บาป
ซีโน่ที่ฉีดสาร Elpis เข้าตัวเพราะเข้าใจว่าเป็นพลังอำนาจกลับถูกล้างสถานะไวรัสในตัวจนกลายเป็นมนุษย์ธรรมดา เขาตัดสินใจที่จะหยุดความช่วยเหลือให้กิเดียน แต่ถูกกิเดียนที่เป็นอสุรกายตัดจบอย่างว่องไว
ในขณะที่เกรซใช้มันรักษาลีออนจนหายดี รอดชีวิต และฟิตปั๋งเหมือนเดิม
กิเดียนโผล่มาสังหารซีโน่ แล้วก็กลายพันธุ์เป็นอสูรกายยักษ์คล้ายเนเมซิสจนลีออนต้องเข้ากำจัดเป็นครั้งสุดท้าย
ในที่สุดหน่วยฮาวนด์วูล์ฟของ คริส เรดฟิลด์ ก็เข้าช่วยเหลือทุกคน
การเปิดโปงความลับของฐาน ARK กลายเป็นข่าวอื้อฉาวระดับโลกที่สั่นคลอนทั้งอัมเบรลลาและรัฐบาลสหรัฐฯ
ในช่วงท้ายเกรซตัดสินใจรับเลี้ยงเอมิลีที่ได้รับการรักษาจนมองเห็นได้อีกครั้ง ส่วนเชอร์รีก็พ้นขีดอันตราย
อย่างไรก็ตามในเงามืดของซากARK ทหารลึกลับสองนายได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมยืนยันว่าพวกเขาได้จัดการหน่วย BSAA ที่เหลือรอด และกำลังเก็บกู้คืน “เป้าหมาย” บางอย่าง
ซึ่งทิ้งปมปริศนาไว้ว่า
“สงครามชีวภาพครั้งนี้อาจยังไม่จบสิ้นลงอย่างแท้จริง”
สัมภาษณ์นักพัฒนาเกม Resident Evil Requiem
ตัวเอกคนที่สองคือ “ลีออน S. เคนเนดี”! สื่อถึงความแตกต่างระหว่าง “เจ้าหน้าที่มากประสบการณ์” กับ “มือใหม่ที่กลัวสุดขีด”
ในงาน “The Game Awards 2025″ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2025 ได้มีการเปิดตัวตัวอย่างล่าสุดของเกม Resident Evil Requiem ที่เผยภาพของตัวเอกคนที่สองคือ “ลีออน เอส. เคนเนดี” พระเอกสุดฮอตแห่งซีรีส์ Resident Evil ที่จะปรากฏตัวในฐานะตัวละครที่เล่นได้ และมาในวัยเก๋าเกมจัดๆ

ลีออน คือเจ้าหน้าที่มากประสบการณ์ที่รอดชีวิตมาจากสมรภูมิมากมาย ความเหนื่อยล้าของเขาสะท้อนออกมาผ่านรูปลักษณ์ในภาคนี้ ในทางตรงกันข้าม เกรซ แอชครอฟต์ นักวิเคราะห์ของ FBI ที่มีนิสัยขี้กลัวสุดขีด กลับแตกต่างจากลีออนในทุกด้าน การใช้ตัวเอกคู่ขนานแบบนี้ถือเป็นโครงสร้างที่กล้าหาญมากสำหรับซีรีส์นี้
การพบกันโดยบังเอิญของทั้งคู่จะนำไปสู่ความจริงที่ซ่อนเร้นเบื้องหลังเหตุการณ์ร้ายแรงที่ทำให้โลกสั่นสะเทือนอย่างเหตุการณ์แรคคูนซิตี และตั้งคำถามถึง ” Requiem” (พิธีรำลึก) โครงเรื่องที่ทำใหลีออนต้องเผชิญหน้ากับจุดเริ่มต้นอาชีพของตัวเองนี้ จะเป็นจุดที่น่าจับตามองสำหรับแฟนๆในแง่มุมใดบ้าง เราได้หยิบเอาบทสัมภาษณ์จากทาง denfaminicogamer.jp มาให้ได้อ่านกันครับ
(จากซ้ายไปขวา: มาซาโตะ คุมาซาวะ โปรดิวเซอร์ของ Resident Evil Requiem และ โคจิ นาคานิชิ ไดเรกเตอร์)
บทสัมภาษณ์นี้จัดขึ้นหลังงาน The Game Awards 2025 กับทีมพัฒนาเกม Resident Evil Requiem โดยเจาะลึกถึงเจตนาของการออกแบบเกมแบบคู่ขนาน ดราม่าที่เกิดจากคู่หูที่แตกต่างกันอย่างเกรซและลีออน
ผู้สัมภาษณ์: ในตัวอย่างล่าสุดที่ลีออนปรากฏตัว ทำให้ผมสงสัยถึงตัวละครอื่นๆ ในซีรีส์ด้วยครับ
นาคานิชิ: ในแง่ตัวละครที่เล่นได้ จะมีแค่ลีออนและเกรซสองคนเท่านั้นครับ สำหรับส่วนอื่นๆ โปรดรอติดตามในอนาคตนะครับ
ผู้สัมภาษณ์: ในตัวอย่างมีฉากที่ลีออนใช้เลื่อยโซ่ตัดศัตรู มีฉากแอคชั่นแปลกๆ แบบนั้นอีกไหมครับ?
นาคานิชิ: เกรซจะมีสไตล์ที่อิงจาก Resident Evil 2 ในขณะที่ลีออนอิงจาก Resident Evil 4 ดังนั้นจึงมีทั้งการต่อสู้ด้วยร่างกายและการโจมตีระยะประชิดแน่นอนครับ ลีออนอายุมากขึ้นและผ่านศึกหนักมานับไม่ถ้วน
ลีออนในตอนนี้จะมีท่าทางอย่างไร นั่นคือธีมหลักของภาคนี้ครับ ทุกคนรู้จักนิสัยของเขาแล้ว แต่เขายังคงขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ทว่าก็ได้เห็นโศกนาฏกรรมมากมายเช่นกัน
การก่อการร้ายทางชีวภาพไม่เคยสิ้นสุด ถ้าต้องสู้ต่อไปเรื่อยๆ จิตใจของคนๆ นั้นจะเป็นอย่างไร และเทคนิคการต่อสู้ของเขาจะพัฒนาไปถึงไหนแล้ว เราจึงนำเสนอผ่านฐานจาก RE4 โดยเพิ่มองค์ประกอบใหม่ๆ
ผู้สัมภาษณ์: ดูเหมือนจะเล่นกับความสยองขวัญผ่านเกรซ และแอคชั่นมันส์ๆ ผ่านลีออน แต่ไม่ใช่การเล่นสองคนพร้อมกันแบบ RE4 ใช่ไหมครับ? จะเป็นการเล่นเดี่ยวแยกกันหรือเปล่า?
นาคานิชิ: ในซีรีส์ Resident Evil เราลองรูปแบบเล่นสองคนมาหลายแบบแล้ว แต่เรื่องราวของ Requiem เป็นเส้นตรงหนึ่งเส้นครับ ระหว่างนั้น พาร์ทของลีออนและเกรซจะสลับกันไปตามความคืบหน้า
เกรซคือคนขี้กลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ Resident Evil ในขณะที่ลีออนคือตำนานเอเย่นต์รุ่นเก๋า ทั้งสองที่ต่างกันสุดขั้วจะเชื่อมโยงกันอย่างไร นั่นคือจุดเด่นของภาคนี้ครับ

ผู้สัมภาษณ์: ในตัวอย่างมีคำว่า “เอลพิส” (Elpis) ปรากฏขึ้น สามารถเล่าให้ฟังได้ไหมครับ?
นาคานิชิ: เอลพิสคือสัญลักษณ์ที่เหลืออยู่ใน “กล่องแพนโดรา” จากตำนานกรีกโบราณ ซึ่งเป็นที่ที่ภัยพิบัติต่างๆ หลุดออกมา โดยทั่วไปมักตีความว่า “ความหวัง” แต่จริงๆ แล้วก็ตีความได้ว่า “ภัยร้าย” ด้วย และนี่คือองค์ประกอบสำคัญในเรื่องราวของ Requiem
เกรซจะไล่ตามความจริงเบื้องหลังการตายของแม่ตัวเอง ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องนี้ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดที่ยังบอกไม่ได้ แต่ลีออนมีปริศนาใหญ่ซ่อนอยู่ และเอลพิสเกี่ยวข้องกับมันในความหมายสำคัญ โปรดค้นหาความลับของเอลพิสผ่านการเล่นครับ
ผู้สัมภาษณ์: ในตัวอย่างมีฉากที่ลีออนปรากฏตัวพร้อม ความแตกต่างสุดขั้วระหว่างตัวเอกคู่นี้ติดตาผมเลยครับ
นาคานิชิ: พาร์ทการเล่นของทั้งสองจะแบ่งกันเกือบครึ่งๆ ครับ การที่ทั้งคู่ต่างกันขนาดนี้เหมือนมีเกมสองเกมที่โทนต่างกันสุดขั้วรวมอยู่ในหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับเรา เกรซจะถูกปีศาจยักษ์ไล่ล่า แต่ฉากแบบนั้นไม่เหมาะกับลีออน เราจึงเตรียมสถานการณ์แอคชั่นดุเดือดที่เหมาะกับลีออนไว้
ตอนแรกเรากังวลว่าผู้เล่นจะตามทันความแตกต่างนี้ไหม แต่พอเล่นจริง ความสูงต่ำของโทนนี้กลับสร้างประสบการณ์ที่แปลกและสนุกแบบรวมๆ ครับ … พูดแบบนี้ไม่รู้จะเข้าใจไหม แต่เหมือนแช่ซาวน่าอุ่นๆ แล้วลงน้ำเย็นฉ่ำๆ นะครับ ในแง่หนึ่งคือ “การผ่อนคลาย” จริงๆ (หัวเราะ) มันคือความสนุกที่ซีรีส์ Resident Evil ยังไม่เคยทำได้มาก่อน โปรดลองเล่นดูครับ
ผู้สัมภาษณ์: ภาคนี้มีทั้งมุมมองบุคคลที่สามและบุคคลที่หนึ่ง มุมมองบุคคลที่หนึ่งจะรู้สึกอย่างไรครับ?
นาคานิชิ: เราปรับแต่งให้เล่นได้ลื่นไหลในมุมมองบุคคลที่หนึ่งทุกจุดครับ ในอนาคต เราจะโชว์วิดีโอการเล่นของลีออนในงานโชว์เคสต่างๆ โปรดรอติดตามนะครับ
ผู้สัมภาษณ์: ลีออนที่อายุมากขึ้นแล้ว จะถูกวางแบบในทิศทางไหนครับ?
นาคานิชิ: การแสดงออกถึงสิ่งที่เขาภาระมานับไม่ถ้วนผ่านเกมคือธีมหลักของภาคนี้ครับ และอีกเรื่องที่สำคัญคือ เขาต้องเป็น “ชายสูงวัยที่ดูเท่” (Ike-oji) ให้ได้ … สำหรับการเปิดตัวตัวอย่างใน PV ครั้งนี้ เราใช้เวลาพัฒนานานมาก และได้ปฏิกิริยาตามที่คาดหวังเลยครับ ในบริษัทก็มีแฟนๆลีออนเยอะ เลยดีใจมาก วันนี้ดื่มเหล้าได้เต็มที่เลย (หัวเราะ)
อีกอย่าง การกลับมาเยือนแรคคูนซิตีครั้งนี้มีความหมายมากสำหรับเขา มันคือจุดเริ่มต้นของเขาจริงๆ ลีออนที่ผ่านกาลเวลามากมายจะรู้สึกอย่างไรเมื่อย้อนกลับมาที่นี่ และจะกระทำการใด นั่นคือจุดเด่นสำคัญอีกประการครับ

ผู้สัมภาษณ์: ครั้งนี้มีการประกาศคอแลปกับ Porsche แล้วครับ เกิดขึ้นได้อย่างไร?
คุมาซาวะ: ในภาคนี้มีฉากที่ลีออนขับรถปรากฏตัวพอดี เราจึงหาพาร์ทเนอร์คอแลปที่เหมาะสม และ Porsche ยินดีรับคำเชิญทันทีครับ เรากำลังสร้างรถคันพิเศษที่เข้ากับโลกของเกม ถ้ามีโอกาสจะโชว์ให้ดูครับ
ผู้สัมภาษณ์: มันจะไม่พังใช้มั้ยครับ?
นาคานิชิ: จะเป็นยังไงนะ…คาดหวังไว้เลย (หัวเราะ)
ผู้สัมภาษณ์: สามารถเล่าใหม่ถึงจุดประสงค์ในการใช้เกรซเพื่อเพิ่มความสยองขวัญในเกมได้ไหมครับ?
คุมาซาวะ: เราไม่ได้แยกเป็นเกรซ และลีออน แต่รวมเป็นเรื่องราวเดียวกัน เหตุผลหลักคือ การผสมผสานความขี้กลัวของเกรซกับแอคชั่นของลีออนที่ต่างกันสุดขั้ว จะให้ความพึงพอใจที่ซีรีส์ Resident Evil ไม่เคยมีมาก่อนครับ

ผู้สัมภาษณ์: นอกจากแฟนตัวยงแล้ว ภาคนี้ก็น่าจะดึงดูดคนใหม่ๆ ที่เพิ่งสนใจซีรีส์ สามารถโปรโมทเสน่ห์ของลีออนให้คนเหล่านั้นได้ไหมครับ?
คุมาซาวะ: ก่อนอื่น ต้องบอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องรู้ประวัติลีออนทั้งหมดเพื่อสนุกกับเกมนี้ สิ่งเดียวที่อยากให้รู้คือ เขาเกี่ยวข้องลึกซึ้งกับเหตุการณ์แรคคูน และการที่เขาอายุมากขึ้นแล้วจะเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นั้นอย่างไร คือธีมหลัก ถ้ารู้แค่นี้ก็พอครับ
นาคานิชิ: สิ่งที่พูดได้แน่ๆ คือ ลีออนหล่อมากครับ ไม่ใช่แค่หน้าตา แต่บุคลิก และนิสัยที่หล่อขึ้นตามอายุด้วยครับ เขายอมสละเพื่อช่วยคนอื่นโดยไม่โอ้อวด มีความที่ว่า “หน้าตาแบบนี้พูดอะไรแบบนั้นเหรอ?!” เขาชอบพูดจาแสบๆ แต่ลึกๆ แล้วมีไฟร้อนแรง แถมยังแข็งแกร่งไร้จุดอ่อน แถมครั้งนี้ที่อายุมากขึ้น ความประชดประชันและไหวพริบยิ่งคมกริบ เขาเป็นตัวละครที่เท่สุดๆ จริงๆ ครับ
ผู้สัมภาษณ์: มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ?
นาคานิชิ: ครั้งนี้ ลีออนจะถูกบีบให้ถึงขีดสุดมากกว่าที่เคย มีแง่หนึ่งคือการท้าทายขีดจำกัดของเขา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของภาคนี้ครับ ในโชว์เคสเดือนมกราคมปีหน้า เราจะโชว์การเล่นเกมละเอียดยิ่งขึ้น โปรดคาดหวังไว้เลยครับ!
สั่งซื้อชุด Limited คลิก
สั่งซื้อชุดธรรมดาในระบบ PS5 คลิก คลิก คลิก

Requiem ใช้ RE Engine เวอร์ชันล่าสุด รองรับ DLSS 4 และ Path Tracing เพื่อสร้างแสง เงา และบรรยากาศที่สมจริงขั้นสุด รายละเอียดตัวละครถูกขัดเกลาอย่างถึงขีด ตั้งแต่เหงื่อ ดวงตา ไปจนถึงการสั่นของริมฝีปาก ดนตรีประกอบแยกตามตัวละคร สร้างอารมณ์กดดันและเร้าใจในแบบที่ต่างกันอย่างชัดเจน
นอกจากPlayStation 5 , Nintendo Switch 2 , Xbox Series X|S , Steam และEpic Games Store แล้วResident Evil Requiemจะวางจำหน่ายบนบริการเกมคลาวด์ GeForce NOW พร้อมกันทั้งหมดในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026
ผู้ที่ซื้อ Resident Evil Requiemบน Steam หรือ Epic Games Store จะสามารถเล่นได้แม้บนพีซี ที่มีสเปคไม่สูงมากนักผ่าน GeForce NOW
นอกจากนี้ คุณยังสามารถสนุกกับ Resident Evil Requiem ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านอุปกรณ์มือถือและโทรทัศน์ที่รองรับ GeForce NOW ( จำเป็นต้องสมัครสมาชิก GeForce NOW แยกต่างหาก)

รักษาตัว รักษาสุขภาพกายใจให้ดี
แล้วเจอกันครับ ที่ RACCOON CITY ใน 30 ปีต่อมา …
27 กุมภาพันธ์ 2026
สั่งซื้อชุด Limited คลิก
สั่งซื้อชุดธรรมดาในระบบ PS5 คลิก คลิก คลิก
#ResidentEvilRequiem #ResidentEvil9
#ResidentEvil #Biohazard #Games #Survival #Action #Horror #ผีชีวะ #เกมส์
-
Samurai Troopers: Armored Troopers [อนิเมะใหม่ /ซับไทย / ดูอนิเมะ / ซามูไรทรูเปอร์ / 2026]#News #Anime #SamuraiTroopers #Yoroiden #サムライトルーパー #Sunrise #อนิเมะใหม่2026 #BANDAI #Plamo
-
สรุปผลการแข่งขันการ์ดเกม NivelArena Saturday Fight Night ครั้งแรกในไทย#NivelArena #NIKKE #NivelArenaSaturdayFightNight #การ์ดเกม #Tournament #KKPlayMore
-
Figure-rise Standard Amplified : Slifer the Sky Dragonมีนาคม 2026

































































