เปิดแฟ้ม 10 ตำนานสุดหลอน ต้อนรับ เทอม 4
13 เมษายน 2569 11:44 น.
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+

10-horror-story-in-thai-university (1)

หลังจากปล่อยตัวอย่างเรียกน้ำย่อยให้แฟนๆได้ชมไปแล้วสำหรับภาพยนตร์สยองขวัญในรั้วมหาวิทยาลัยอย่าง ‘เทอม4’ หนังสยองที่สานต่อจาก’มหา’ลัยสยองขวัญ’ โดยรอบนี้ มาในคอนเซปต์ “เปิดเทอมสยอง” พร้อมชูจุดขายด้านแคสต์นักแสดงรุ่นใหม่และรุ่นคุณภาพที่กำลังเป็นกระแสในวงการบันเทิงไทย สร้างความคาดหวังให้กับคอหนังผีและวัยรุ่นที่ชื่นชอบเรื่องราวในรั้วมหาวิทยาลัยซึ่งมักซ่อนปริศนาและเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเอาไว้ ด้วยการนำตำนานสุดหลอนจาก 4 สถาบันทั่วไทย 4 ภูมิภาค (เหนือ-ใต้-กลาง-อีสาน) ที่ยังไม่เคยถูกเล่ามาก่อน หยิบมาเล่าให้ผู้ชมได้เห็น

เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปีการศึกษาสุดสยองจะเปิดฉากขึ้น วันนี้เราจะพาย้อนเรื่องราวสุดหลอนในรั้วสถาบัน ที่คนในอยากหลอก คนนอกอยากเล่า ซึ่งส่วนหนึ่งได้ถูกสร้างเป็นหนังในชุดมหา’ลัยสยองขวัญ มาฝากก่อนไปชมเทอม 4 ที่กำลังจะเข้าโรงนี้ หากข้อมูลตกหล่นหรือผิดพลาดก็สามารถเสริมเพิ่มเติมได้ครับผม

ถ้าพร้อมแล้วขอต้อนรับสู่ปีการศึกษาสุดสยองครับ!

 

ตำนานลิฟต์แดง

10-horror-story-in-thai-university (1)
เริ่มกันที่เรื่องแรก ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ใครหลายคนเคยได้ยิน เกี่ยวกับตำนานลิฟต์สีแดงที่อยู่ในคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแถวท่าพระจันทร์ ซึ่งนอกจากเป็นตำนานของที่นี่แล้ว มันยังเป็นอนุสรณ์แห่งความโหดร้ายจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ประวัติศาสตร์ไทยอยากจะลบเลือนออกไป 

 

แต่เดิมลิฟท์แห่งนี้ไม่ได้เป็นสีแดง แต่มันเกิดจากเหตุการณ์ในวันนั้น ที่เหล่านักศึกษากลุ่มหนึ่งต่างพยายามจะหลบหนีเอาชีวิตให้รอด จึงใช้ลิฟท์แห่งนี้ในการหลบหนี แต่เมื่อขึ้นไปพอลิฟต์เปิดออก พวกเขาก็ถูกสาดกระสุนจนเลือดกระเซ็นในลิฟท์ตายอย่างสยดสยอง เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลง ก็ได้มีการบูรณะซ่อมแซมมหาวิทยาลัย แต่ลิฟท์ตัวนี้แม้จะพยายามเช็ดคราบเลือดออกมากแค่ไหน แต่รอยคราบเลือดก็ยังคงอยู่ จึงแก้ปัญหาด้วยการทาสีลิฟต์เป็นสีแดง

 

หลังจากนั้นตำนานลิฟต์แดงก็เริ่มเป็นที่พูดถึงจากรุ่นสู่รุ่น มีเรื่องเล่าว่าทั้งนักศึกษา นักการ และอาจารย์ ต่างเคยสัมผัสเหตุชวนขนลุกกันมาแล้ว เช่น บางคนเข้าไปในลิฟต์คนเดียว จากนั้นไม่นาน พอมองเงาสะท้อนของประตู ก็เห็นคนอยู่ในลิฟท์ด้วยเต็มไปหมด บางคนกำลังขึ้นลิฟท์ ก็มีนักศึกษาหญิงเดินเข้าม และพอประตูปิด ร่างของเธอก็เปลี่ยนเป็นโชกไปด้วยเลือดภายในพริบตา

 

หรือบางครั้ง ลิฟท์ก็แจ้งน้ำหนักเกิน แบบไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆ ที่ขึ้นลิฟท์กันมาแค่ 2 คน บ้างก็เล่าว่า ตอนเย็นๆ จะไม่มีใครกล้าขึ้นลิฟท์แดงคนเดียว เพราะขึ้นชื่อว่าหลอนมาก และในช่วงตอนเย็นๆ ก็จะไม่มีใครกล้าเดินผ่านลิฟท์แดงเลยด้วยซ้ำ ยิ่งตอนที่ประตูลิฟท์เปิดค้างไว้ จะไม่มีใครกล้ามองเข้าไป เพราะเคยมีคนเล่าว่า เคยมองเข้าไปเห็นภาพศพจมกองเลือด นอนทับๆ กันอยู่ในลิฟท์เป็นตั้งๆ เลย ได้ยินแล้วก็เสียวสันหลัง

 

ปัจจุบันนี้ ลิฟต์แดงได้ถูกถอดออกเนื่องจากสภาพการใช้งานมานานแล้วนำตัวใหม่แทนที่ ส่วนประตูลิฟต์ก็ถูกตั้งที่ชั้น 5 ของคณะศิลปศาสตร์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แสดงถึงความสูญเสียของเหล่านักศึกษาผู้บริสุทธิ์ ให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงสืบต่อไป 
 
 
 
 
 
 
ศาลในห้องน้ำหญิง

10-horror-story-in-thai-university (2)
เรื่องต่อมาเป็นตำนานสุดฮิตของมหาวิทยาลัยชื่อดังแถวลาดกระบัง กับตำนานศาลในห้องน้ำหญิงของตึกคณะวิศวะ โดยเรื่องราวที่เล่าสืบต่อมาว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากหญิงสาวที่ผิดหวังจากความรักไม่สมหวัง เมื่อเธอไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจที่จะจบชีวิตในห้องน้ำแห่งนี้  ตั้งแต่นั้นมาเมื่อทราบเหตุการณ์จึงมีการตั้งศาลเพียงตาเพื่อให้ดวงวิญญาณสงบลง

 

ซึ่งหลายคนที่เคยเข้าไปต่างจะเล่าว่า คนที่ไปใช้ห้องน้ำคนเดียวจะเจอเหตุการณ์แปลกๆ เช่นถ้ามองจากกระจกจะเห็นนางรำหรือดวงวิญญาณของหญิงสาวที่ผูกคอตาย  แต่ที่นี่ก็มีอีกตำนานที่เกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้

 

โดยเรื่องราวเล่าว่าที่ต้องตั้งศาล เพราะตอนที่สร้างตึกวิศวะในห้องน้ำมีเสาตกน้ำมัน ข้อมูลตรงนี้ได้บอกเล่าโดยศิษย์เก่าท่านหนึ่งครับ เป็นรุ่นพี่รุ่นแรกที่ได้เรียนที่ ตึกวิศวะฯ หลังสร้างเสร็จ เค้าเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกก็เป็นเสาตกน้ำมันธรรมดา ๆ นี่ล่ะ ซึ่งเมื่อมีเสาตกน้ำมันก็เป็นธรรมดาที่พวกแม่บ้านเค้าจะไปขูดหวยขอเลข พอถูกหวยหนัก ๆ เข้า ก็เลยสร้างศาลเป็นการตอบแทนนั่นเอง ปัจจุบันศาลดังกล่าวย้ายลงมาที่ชั้น 5 เป็นศาลปูนใหญ่โต ชื่อศาลว่า “ศาลเจ้าแม่ศรีแพรทอง” อยู่ด้านหลังตึกวิศวะตึกเอนี่เอง ซึ่งใครผ่านไปมาต่างก็แวะมาสักกะระเป็นสิริมงคล  
 
 
 
 
 
พยาบาลชุดแดง

10-horror-story-in-thai-university (3)
ในหนัง ‘มหาลัย’สยองขวัญ’ จะมีเรื่องราวหนึ่งที่เล่าถึงนักศึกษาแพทย์ดวงซวยต้องมาทำงานที่ห้องดับจิต  ซึ่งต้นเรื่องจะคล้ายๆกับตำนานสยองจากรั้วมหาลัยในเชียงใหม่เกี่ยวกับ ‘พยาบาลชุดแดง’ ที่เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าสุดหลอนสุดฮิตของที่นี่ก็ว่าได้

 

เรื่องพยาบาลในชุดแดง เล่ากันว่าเคยมีนักศึกษาชายคนหนึ่งของคณะแพทย์ฯ ทำงานในตึกของฝั่งสวนดอกจนดึก เมื่อเสร็จจากงานจึงลงลิฟต์มา ระหว่างที่รอเขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้างๆ หันไปมองเห็นก็พยาบาลคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะพยาบาลกับแพทย์ต้องเจอกันบ่อยอยู่แล้ว ระหว่างรอลิฟต์นักศึกษาคนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ เลยหันไปมองพยาบาลคนนี้ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำพยาบาลคนนี้ยังยิ้มให้ด้วย

 

สักพักต่อมาเมื่อเข้าไปในลิฟต์ พยาบาลคนนี้ก็ถามว่ามาทำอะไรดึกๆ เขาเลยตอบว่ามาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายใน เพราะว่าจะสอบ พยาบาลคนนั้นเลยบอกว่า ” ให้ฉันช่วยนะ ” นักศึกษาคนนี้ก็เลยงงและเริ่มสังเกตว่าที่คอของพยาบาลสาวเริ่มมีเลือดไหลออกมาจากคอเรื่อยๆ เขาตกใจมากและพยายามที่จะหนีออกมาจากลิฟต์ แต่ลิฟต์เหมือนค้าง หรืออะไรไม่ทราบได้ เลือดยังไหลนองไปทั่วชุดของนางพยาบาลคนนี้ แล้วเธอก็เริ่มสอนนักศึกษาแพทย์คนนี้ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมอง หัวใจ พร้อมทั้งควักส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ออกมา

 

รุ่งขึ้นมีคนพบนักศึกษาชายคนนี้นอนอยู่ที่ประตูลิฟต์ซึ่งเปิดคาอยู่ เอาแต่พร่ำเพ้ออย่างกับคนบ้าว่า

 ” พยาบาลชุดแดง พยาบาลชุดแดง “
 

 

 

 
 ป๊อก…ป๊อก…ครืด

10-horror-story-in-thai-university (4)
เมื่อพูดถึงตำนานสุดหลอนในรั้วสถาบันที่เป็นอันดับต้นๆ นั่นคือตำนาน ป๊อก…ป๊อก…ครืด ตำนานมิตรภาพสุดหลอนที่เล่าขานไม่รู้จบ โดยเรื่องราวเล่าว่า สถานที่เกิดคือ หอหญิง ในสมัยที่ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนยังเป็นลูกรัง นักศึกษาสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3 ของหอหญิงเจ็ด ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ นักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกัน มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำ รูมเมทชวนไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่ จึงไปไม่ไหว พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองแล้วจะห่อมาฝาก เพื่อนคนที่ไม่สบายก็ฝากซื้อราดหน้า(หรืออะไรซักอย่าง)

 

หลังจากที่เพื่อนออกไป เมทคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่อ อ่านได้ซักพักก็ไม่ไหวเพราะไข้ขึ้นจึงนอน ตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลือ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว ทำไมเพื่อนยังไม่กลับมาซะที ซักพักได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่างจากทางบันได ป๊อก  ป๊อก  ป๊อก  เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามา จากทางบันไดเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนเป็น ครืด  ครืด  เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง

 

นักศึกษาหญิงเริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบ อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง ” ก๊อก ก๊อก ก๊อก ” แล้วเงียบไป นักศึกษาสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อราดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อราดหน้า ก็งง ว่าเพื่อนอยู่ไหน ทำไมต้องเอามาแขวน ทำไมมีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได

รุ่งเช้ามีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิงคนนั้นถูกฆ่าข่มขืน ตรงพงหญ้าข้างทาง คาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิงที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาดหลังจากทานข้าวเสร็จ

 

ลักษณะเสียงที่ได้ยิน สันนิษฐานได้ว่าเพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพักแล้วใช้คางเกยบันได ลากตัวเองขึ้นมาเป็นเสียง   ป๊อก ป๊อก เสียง ครืด คือเสียงลากตัวเองจากบันไดมาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกันหลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง

 

ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่า แต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆ ห้องยืนยันว่า ในคืนนั้นก็ได้ยินเสียงดังกล่าวเช่นกัน 
 
 

 
 
เชียร์ปีสุดท้าย

10-horror-story-in-thai-university (5)
ในหนังสั้นเรื่องแรกของเทอมสองสยองขวัญ ในชื่อตอน ‘เชียร์ปีสุดท้าย’  ว่าด้วยเรื่องราวของเพื่อนซี้สองคนที่ต้องเข้าร่วมห้องเชียร์ แต่ทว่าหนึ่งในสองกลับพบอะไรบางอย่างรอบตัว จนนำไปสู่การประชุมเชียร์ครั้งสุดท้าย ซึ่งจากที่หาข้อมูลมาพบว่าหนังได้แรงบันดาลใจจากตำนานสยองยองเกี่ยวกับประชุมเชียร์ที่มีกฎระเบียบเข้มงวดและกิจกรรมที่ลากยาวจนถึงเที่ยงคืน จนเกิดเรื่องราวแปลกๆมากมาย อาทิ  

 

เสียงเชียร์ปริศนา มีเรื่องเล่าว่าในระหว่างที่นิสิตชั้นปีที่ 1 กำลังซ้อมร้องเพลงเชียร์อยู่นั้น มักจะมีคนได้ยินเสียงประสานที่ดังและกังวานผิดปกติมาจากมุมอับของห้อง หรือบางครั้งได้ยินเสียงตะโกนสั่งจากรุ่นพี่ที่ “ไม่มีใครเห็นตัว”

จำนวนคนที่ไม่เท่าเดิม ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ที่รุ่นพี่เช็กจำนวนน้องในแถวแล้วพบว่ามีคนเกินมาเสมอ แต่พอนับใหม่ทีละคนกลับพบว่าครบตามจำนวนจริง เชื่อกันว่าเป็น “นิสิตเก่า” ที่ยังคงวนเวียนมาร่วมกิจกรรม

 

อาถรรพ์การซ้อมดึก: ตำนานระบุว่าหากซ้อมเกินเที่ยงคืน บรรยากาศในห้องจะเปลี่ยนไป และอาจมี “แขกที่ไม่ได้รับเชิญ” นั่งปะปนอยู่บนแสตนด์เชียร์  ซึ่งเป็นที่มาของฉากสำคัญในภาพยนตร์ตอนนี้นี่เอง

 

นอกจากนี้เรื่องราวในตอนนี้อาจมีการอ้างอิงจากตำนาน วันสถาปนามหาวิทยาลัย (8 กรกฎาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่เชื่อว่าอาถรรพ์แรงที่สุด นิสิตจะระมัดระวังเรื่องการทำกิจกรรมเสียงดังในห้องเชียร์หรืออาคารเรียน
 
 

 
ตำนานเตียง C

10-horror-story-in-thai-university (6)
อีกหนึ่งตำนานสุดหลอนจากมหาลัยในย่านศาลายา ว่าด้วยเรื่องราวของเตียงที่มีเจ้าของ โดยตำนานสุดหลอนนี้เกิดขึ้นในวันสถาปนาของมหาวิทยาลัย ซึ่งทุกคนต่างจะออกมานนอนข้างนอกหอพัก หรือกลับบ้าน เพราะว่าที่นี่มีตำนานหอพักที่มีเตียง C ซึ่งเจ้าของในอดีตเป็นนักศึกษาแพทย์ แต่เขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตและทุกวันสถาปนาเขาจะแวะเวียนมายังเตียงของเขาอยู่เสมอ 

 

มีเรื่องเล่าอีกว่าวิธีแก้เคล็ดคือ จะติดป้ายหน้าประตูเพื่อว่าไม่มีเตียง C แต่ที่หลายคนจะทำคือเมื่อถึงวันสถาปนามหาวิทยาลัย พวกเขาเลือกที่จะกลับบ้านหรือไปค้างคืนที่อื่นแทน
 

 

ชุดครุยในตึกวิทย์เก่า 

10-horror-story-in-thai-university (7)
อีกหนึ่งตำนานสุดหลอนในช่วงที่ยังมีการฟอเวิร์ดเมลจนเป็นตำนานเล่าขาน กับเรื่องราวของตำนานผีชุดครุยในตึกวิทย์ของมหาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ เขาเล่าว่าตึกวิทย์เก่า จะมีตู้ที่ตั้งชุดครุยโชว์ไว้เด่นเป็นสง่า นั่นเพราะมีตำนานเล่าว่าเป็นชุดครุยของนิสิตหญิงคนหนึ่งที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันก่อนที่จะถึงวันรับปริญญาเพียงไม่กี่วัน

 

ในช่วงดึกที่ตึกปิดทำการแล้ว มักมีคนเห็นผู้หญิงสวมชุดครุยเดินวนเวียนอยู่ภายในอาคาร หรือบางคนเล่าว่าเห็นเธอนั่งอยู่บนแสตนด์เชียร์ในห้องประชุม ทั้งที่ในช่วงเวลานั้นไม่ใช่ช่วงฤดูกาลรับปริญญา
 

 
ตำนานขบวนแห่ไร้หัว

10-horror-story-in-thai-university (2)
ในหนัง ‘เทอมสาม’ ที่หัวใจของเรื่องราวหลอนครั้งนี้ เลือกที่จะเล่าเรื่องราวสุดหลอนในมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับความเชื่อและพิธีกรรม โดยเริ่มจากตอน บวนแห่ไร้หัวอีกหนึ่งตำนานสยองจากรั้วสถาบันในเชียงใหม่ ว่าด้วยตำนานรักไม่สมหวัง
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน สมัยที่เชียงใหม่ยังเป็นอาณาจักรที่ปกครองโดยเจ้าเมือง ซึ่งมีลูกสาวที่มีศิริโฉมงดงามยิ่งนัก เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทุกแว่นแคว้น มีพระยศเป็นเจ้านาง

แต่เจ้านางผู้งดงามได้ตกหลุมรักกับทาสแบกเสลี่ยงหนุ่ม และด้วยอุปสรรคที่ต่างชั้นวรรณะกันทำให้เจ้าเมืองสั่งให้เจ้านางยุติความสัมพันธ์ชู้สาวระหว่างเจ้านางกับทาสหนุ่มผู้นั้น โดยให้สั่งลากันเป็นครั้งสุดท้ายในตอนที่ทาสหนุ่มแบกเสลี่ยงให้เจ้านาง แต่เจ้านางและทาสหนุ่มไม่อาจตัดใจจากความรักครั้งนี้ได้ เจ้าเมืองจึงออกอุบายให้ทาสแบกเสลี่ยงพาเจ้านางไปประภาสป่าเมื่อถึงที่หมายแล้ว เจ้าเมืองจึงสั่งประหารทาสหนุ่มอันเป็นที่รักของเจ้านางโดยการกุดหัวต่อหน้าเจ้านาง

 

เจ้านางเสียใจจนสิ้นสติแล้วขาดใจตายตามไป เจ้าเมืองจึงได้ฝังศพของทั้งคู่ไว้ด้วยกันแล้วสั่งประหารทาสที่ติดตามขบวนประภาสป่านั้นทั้งหมดเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเกียรติยศของเจ้านางในภายหลัง

ตามตำนานเขาเล่าว่าเรื่องราวสุดหลอนนี้จะเกิดขึ้นในช่วงคืนพรรษาของทุกๆปี ขบวนของเจ้านางและทาสไร้หัว จะเริ่มเดินจากอ่างแก้ว ผ่านวงเวียนคณะมนุษย์ ลงเนินหอสมุด ข้ามสะพานแดงหอห้าชาย ผ่านหอนาฬิกา หอสี่และหอสามชาย ตัดเข้าหอสามหญิง มุ่งหน้าไปศาลาธรรม โดยขบวนของเจ้านางนั้นไม่ได้เดินตามถนนแต่จะเดินตัดผ่านไปเลย ซึ่งในอดีตที่บริเวณเหล่านั้นอาจเคยเป็นทางที่ขบวนประภาสป่าเดินเข้ามาก่อนที่จะมีการสร้างอาคารสถานที่ในภายหลัง
 
 

พี่เทค-น้องเทค

10-horror-story-in-thai-university (8)
เรื่องราวสุดหลอนจากรั้วมหาลัยดินแดง ว่าด้วยเรื่องราวของ นักศึกษาใหม่ที่เดินทางจากต่างจังหวัดสอบติดได้เป็นเด็กใหม่ ซึ่งเขาเดินทางมากับพ่อแม่ เพื่อจะมาสอบสัมภาษณ์ แต่เดินทางมาถึงช่วงกลางดึกพอดี จึงไม่มีที่พัก โชคดีที่มีรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งมาเห็น และขออาสาพาน้องเฟรชชี่มาพักที่หอพักใกล้โรงชาย พ่อกับแม่พอเห็นว่ามีพี่ที่ดูแลแล้ว ก็วางใจ พอเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บบนหอแล้ว พ่อกับแม่น้องก็เลยกลับ

 

 ด้านรุ่นพี่พอจัดที่นอนให้น้องแล้ว ก็ขอตัวลงไปทำธุระปล่อยให้น้องเฟรชชี่รายนั้นนอนพักอยู่คนเดียว จนกระทั่งน้องเฟรชชี่ได้ตื่นขึ้นมาวันรุ่นขึ้น กลับพบว่าห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยฝุ่น และใยแมงมุม เมื่อลงมาจากหอเห็นสภาพของหอน้องแทบจะเป็นลมเลยทีเดียว เพราะสภาพหอพักชายแห่งนี้ดูเหมือนจะร้างมาไม่ต่ำกว่า 2 ปีแล้ว
 

 
ศาลล่องหน

10-horror-story-in-thai-university (9)
ปิดท้ายกับเรื่องราวสุดหลอนจากมหาลัยย่านรังสิตกับตำนานของศาลลองหน ที่มีเรื่องราวว่ามันเป็นศาลที่ตั้งอยู่จุดอับบริเวณฝั่งตรงข้ามของมหาลัยชื่อดังย่านรังสิต ผู้พบเห็นเล่าว่าเห็นเป็นศาลปูนสีขาวขนาดใหญ่ หรือบางครั้งเป็นศาลไม้เก่าๆ บางคนเห็นว่ามีดอกดาวเรืองหรือพวงมาลัยแห้งวางอยู่

 

นักศึกษาหลายคนเล่าตรงกันว่า “เคยเห็น” บางคนยกมือไหว้ตอนปี 1 แต่พอผ่านไปสักพักหรือมาหาดูใหม่กลับไม่เจอศาลนั้นแล้ว ซึ่งเรื่องราวนี้ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาจนปัจจุบัน
 
 
 
 
 
  term-4-thai-horror-movie (5) term-4-thai-horror-movie (2)
 
ทั้งหมดนี้คือสิบเรื่องราวสุดหลอนจากรั้วมหาลัย ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังชุดมหา’ลัยสยองขวัญ ที่สร้างกันติดต่อมาอีกสองภาค และในภาคที่สี่อย่าง ‘เทอม4’ ที่คราวนี้หยิบตำนานสี่ภาคจากสถาบันชื่อดังของไทยที่ถูกเล่าต่อๆมา คงต้องดูว่าสี่เรื่องราวในเทอม 4 จะสยองขนาดไหน ต้องรอดูในโรงภาพยนตร์ครับผม

term-4-thai-horror-movie (9)
สุดท้ายนี้หากข้อมูลขาดตกหล่น ผิดพลาด ขอ อภัยมาด้วยครับ หรือหากครอยากจะเสริมข้อมูลก็แชร์คอมเมนต์บอกเล่ากันมาได้เลยครับ…

 
@P,PETTY

 


#เทอม4
#มหาลัยสยองขวัญ
#ตำนานสุดหลอนในรั้วมหาลัย
 
ข้อมูลอ้างอิง
https://www.dek-d.com/board/entertainment/1472497/
https://www.majorcineplex.com/news/term3-3lore/
https://pantip.com/topic/35401559
https://thehouse.online/story096/