Marvel’s Wolverine
ประเภท: Action
ผู้พัฒนา: Insomniac Games
ผู้จัดจำหน่าย: Sony Interactive Entertainment
แพลตฟอร์ม: PlayStation 5
วันวางจำหน่าย: 15 กันยายน 2026
สั่งซื้อเกม ราคาดี มีซับไทย
REVIEW 8/10
-เกมเพลย์ 2 /3
-งานภาพ 3/3
-ความชอบ 1 /1
แต่ละด้านจะมีคะแนนเต็ม 3
1=ไม่ไหว / 2= พอได้ / 3=เยี่ยม
“เป็นเกมที่พาเรากลับไปสู่ยุค PS2″
นี่คือเกมแอคชั่นขนานแท้
หวือหวา รุนแรง บ้าคลั่ง แต่ซ้ำซาก
Marvel’s Wolverine จาก Insomniac Games พาผู้เล่นดำดิ่งสู่โลกอันมืดมนและรุนแรงของ โลแกน อย่างแท้จริง ตัวเกมถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนตัวตนของเขาโดยเฉพาะ นำเสนอการต่อสู้แบบเส้นตรงที่ดุดัน รวดเร็ว และที่ต้องชื่นชมเป็นพิเศษคืองานแปลซับไตเติลภาษาไทยที่ทำออกมาได้สนุก ตรงตามบริบทแบบสุดๆ โดยไม่มีการกั๊กคำสแลงหรือเซ็นเซอร์คำหยาบใดๆ ซึ่งภาษาที่ดูรุนแรงเหล่านี้กลับช่วยดึงเสน่ห์และเข้ากับคาแรคเตอร์สุดเถื่อนของเหล่าตัวละครในเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หากมีตัวละครจากโลกภาพยนตร์และคอมิกที่เหมาะจะถูกนำมาสร้างเป็นเกมแอ็กชันเต็มรูปแบบมากที่สุด Wolverine คือหนึ่งในตัวเลือกที่แทบไม่ต้องคิดนาน เพราะกรงเล็บ Adamantium การฟื้นฟูร่างกาย ประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์ และสัญชาตญาณนักล่า ล้วนสามารถแปลงเป็นระบบเกมได้อย่างเป็นธรรมชาติ และ Marvel’s Wolverine ของ Insomniac Games ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแนวคิดนี้มาถูกทาง
เพียงแต่เมื่อมองทั้งเกมในภาพรวม ปัญหากลับไม่ได้อยู่ที่การทำให้ผู้เล่น “เป็น Wolverine” แต่อยู่ที่การทำให้เกมรอบตัวเขาน่าสนใจมากพอที่จะพาเรื่องราวไปจนจบ
เนื้อเรื่อง
Marvel’s Wolverine เลือกตีความจักรวาลของ Wolverine ใหม่ โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ X-Men ยังไม่ได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ และโลกยังไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของมนุษย์กลายพันธุ์อย่างแพร่หลาย Logan จึงไม่ได้ทำงานร่วมกับทีม X-Men แบบที่แฟนคุ้นเคย แต่เป็นสมาชิกของ Team X ซึ่งประกอบด้วย Wolverine, Sabretooth และ Mystique ภายใต้การนำของ Nathaniel Essex (มิสเตอร์ ซินิสเตอร์ Mister Sinister) กลุ่มนี้ทำหน้าที่ตามหามนุษย์กลายพันธุ์ที่กำลังถูกตามล่าและพาพวกเขาไปยังสถานที่หลบภัยที่เรียกว่า Essex Institute

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มนุษย์กลายพันธุ์ถูกไล่ล่าและจับตัวโดยกองกำลังของ Bolivar Trask ก่อนจะพา Logan ออกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั้งใน แคนาดา ญี่ปุ่น และ เมืองสมมติซฌนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้านเราอย่าง Madripoor ระหว่างทางเรื่องราวจะค่อย ๆ เปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่าง Logan กับตัวละครสำคัญ รวมถึงอดีตของเขาที่เต็มไปด้วยช่องว่างของความทรงจำ
ขณะเดียวกัน Insomniac ก็ใช้ Sabretooth, Mystique และ Jean Grey เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสะท้อนตัวตนของ Logan และคำถามว่าเขาจะเลือกเป็น “สัตว์ร้าย” หรือเป็นมนุษย์ที่ควบคุมด้านมืดของตัวเองได้
จุดที่น่าสนใจคือ Wolverine เวอร์ชันนี้แตกต่างจากภาพจำเดิมพอสมควร Logan ไม่ได้ถูกนำเสนอเป็นชายวัยกลางคนผู้แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความแค้นตลอดเวลา แต่เป็นตัวละครที่มีความอ่อนโยน มีความเปราะบาง กล้าขอโทษ แสดงความรัก และเป็นห่วงคนอื่นอย่างชัดเจน การแสดงของ Liam McIntyre ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่สุดของเกม เพราะสามารถถ่ายทอด Logan ที่มีทั้งความดุดัน ความเจ็บปวด อารมณ์ขัน และความอบอุ่นออกมาได้พร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักของเรื่องคือ Logan กลับไม่ได้เป็นคนขับเคลื่อนเรื่องมากเท่าที่ควร ช่วงแรกของเกมเขาค่อนข้างมีสถานะเป็นผู้ทำตามคำสั่งของ Essex มากกว่าจะเป็นตัวละครที่มีเป้าหมายส่วนตัวชัดเจน เรื่องราวเกี่ยวกับอดีตและความทรงจำของเขาก็ถูกนำเสนอผ่านกิจกรรมเสริมอย่าง Nightmare Doors เป็นหลักในช่วงแรก ทำให้สิ่งที่ควรเป็นแก่นสำคัญของตัวละครกลับดูเหมือนเนื้อหาประกอบ
เมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง เรื่องราวพยายามเร่งเครื่องด้วยความลับเกี่ยวกับอดีตของ Logan ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร และเหตุการณ์ขนาดใหญ่ขึ้น แต่การเล่าเรื่องกลับเริ่มซับซ้อนและคาดเดาได้ในเวลาเดียวกัน แฟนคอมิกอาจมองออกถึงทิศทางของเรื่องได้ไม่ยาก ขณะที่คนที่ไม่ได้รู้จักประวัติของ Wolverine อย่างลึกซึ้งอาจรู้สึกว่าบางเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วเกินไปหรืออธิบายไม่เพียงพอ
อีกประเด็นคือเกมพยายามใส่ตัวละครและองค์ประกอบจากจักรวาล X-Men จำนวนมากลงในแคมเปญที่ค่อนข้างกระชับ ทำให้บางตัวละครถูกใช้งานน้อยกว่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะ Mystique และ Jean Grey ที่มีศักยภาพมากกว่านี้ ขณะที่ช่วงเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ The Hand ให้ความรู้สึกคล้ายกับการถูกแทรกเข้ามาในช่วงกลางเกมมากกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องหลักอย่างกลมกลืน
ดังนั้น หากมองเฉพาะตัวละคร Marvel’s Wolverine ทำ Logan ได้ดีมาก แต่ถ้ามองในฐานะเรื่องราวของ Wolverine ทั้งเรื่องกลับยังไม่สามารถใช้ศักยภาพของตัวละครได้เต็มที่ เกมมีตัวละครที่น่าจดจำ การแสดงยอดเยี่ยม และช่วงเวลาที่อบอุ่นอย่างคาดไม่ถึง แต่แรงขับเคลื่อนของเรื่องกลับไม่แข็งแรงเท่าที่ควร
เกมเพลย์

หัวใจของ Marvel’s Wolverine คือการต่อสู้ และต้องยอมรับตรง ๆ ว่า Insomniac ทำให้การควบคุม Wolverine รู้สึกสะใจมาก การโจมตีด้วยกรงเล็บรวดเร็ว หนัก และรุนแรง การฟันศัตรูจนแขนขาขาด การกระโดดเข้าหาศัตรู และการปิดฉากด้วยท่าสังหารโหด ทำให้ผู้เล่นสัมผัสได้ทันทีว่า Logan ไม่ใช่ฮีโร่ที่ต่อสู้แบบโลกสวยจ๋าๆ แต่เขาเหมือน “นักฆ่าสุดโหด ที่ดันเป็นพระเอกมากกว่า”
ระบบพื้นฐานเข้าใจง่ายมากๆ การโจมตีหลักใช้
สามารถต่อคอมโบและปิดท้ายด้วย
กดปุ่มเหมือนเล่นเกมพวก Dynasty Warrior เป๊ะๆ
รวมถึงกระโดดเข้าหาศัตรูจากระยะกลาง (กด
ค้าง) หลบการโจมตี (กด
) Parry (กด L1) และใช้ท่าพิเศษที่ปลดล็อกตามความคืบหน้าของเกม (L2 +
หรือ
/
/
)
นอกจากนี้ยังมีระบบ Rage ที่เพิ่มความดุดันขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อโจมตีต่อเนื่อง และสามารถใช้พลังดังกล่าวเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตหรือเข้าสู่สถานะที่รุนแรงกว่าเดิม
ระบบ Rage ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ทำให้การต่อสู้สนุกที่สุด เพราะมันผลักให้ผู้เล่นเล่นแบบต่อเนื่องและบ้าพลังจัดๆ
ยิ่งฆ่าศัตรูได้เร็วก็ยิ่งรักษาจังหวะของการต่อสู้และสะสม Rage ได้เร็วขึ้น
ทำให้บางช่วงผู้เล่นสามารถเปลี่ยน Logan ให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่แทบไม่มีใครหยุดได้
ระบบ Parry ก็มีบทบาทสำคัญ โดยใช้สีเรืองแสงรอบตัวศัตรูเพื่อบอกประเภทของการโจมตี
ทั้งการโจมตีปกติที่สามารถ Parry ได้ การโจมตีที่ต้องหลบเท่านั้น (ท่าสีแดง) และการโจมตีแบบเสี่ยงสูง (สีทอง) ที่หากจับจังหวะได้จะสร้างความเสียหายมหาศาล ระบบนี้ช่วยเพิ่มจังหวะให้การต่อสู้มากกว่าการกดโจมตีอย่างเดียว
นอกจากนี้ยังมี Special Abilities, Adaptations และ Skill Tree ให้ผู้เล่นปรับแต่ง Logan ได้เล็กน้อย สามารถเลือกแนวทางที่เน้นพลังโจมตี การลด Cooldown การตรวจจับสิ่งของ หรือการจัดการ Rage ได้ แต่ระบบเหล่านี้ไม่ได้ลึกถึงระดับเกม Action RPG เต็มตัว การอัปเกรดส่วนใหญ่จึงเป็นการเพิ่มความสามารถมากกว่าการเปลี่ยนวิธีเล่นอย่างมีนัยสำคัญ
และนี่คือข้อสังเกตที่ใหญ่ที่สุดของเกม Combat สนุก แต่ไม่ได้ลึก
ในช่วงแรก การฟันศัตรูด้วยกรงเล็บให้ความรู้สึกยอดเยี่ยมมาก แต่เมื่อเล่นไปนาน ๆ ปัญหาเรื่องศัตรูซ้ำและรูปแบบการต่อสู้ซ้ำจะเริ่มชัดขึ้น ศัตรูจำนวนมากมีวิธีรับมือคล้ายกัน ห้องต่อสู้หลายพื้นที่ใช้โครงสร้างเดิม และจังหวะการต่อสู้มักวนอยู่กับโจมตี หลบ Parry และใช้ Finisher เมื่อมีโอกาส
พูดง่าย ๆ คือเกมทำให้การฆ่าศัตรู “สะใจ” แต่ไม่ได้ทำให้การฆ่าศัตรู “น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ”
เมื่อเทียบกับเกมอย่าง God of War หรือแม้แต่ Marvel’s Spider-Man ปัญหานี้จะเห็นชัด เพราะเกมเหล่านั้นเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นทดลองวิธีรับมือศัตรูได้หลากหลายกว่า Wolverine กลับมีทางเลือกค่อนข้างจำกัด กรงเล็บของ Logan จึงกลายเป็นเหมือนดาบสองเล่มที่ใช้ฟันศัตรูซ้ำ ๆ มากกว่าจะถูกนำไปสร้างระบบเกมที่แปลกใหม่จริง ๆ
ระบบ Stealth, Tracking และการปีนป่ายช่วยแบ่งจังหวะจากการต่อสู้ได้บ้าง Wolverine สามารถใช้ประสาทสัมผัสในการตามกลิ่นและค้นหาเส้นทาง รวมถึงกระโดดข้ามพื้นที่หรือปีนขึ้นไปตามจุดที่กำหนด แต่ทั้งหมดถูกออกแบบมาอย่างเป็นเส้นตรงค่อนข้างมาก ผู้เล่นจึงไม่ได้มีอิสระในการทดลองมากนัก
ข้อดีคือเกมไม่เสียเวลาไปกับกิจกรรม Open World จำนวนมากแบบเกมซูเปอร์ฮีโร่หลายเกม แต่ข้อเสียคือเมื่อระบบต่อสู้เริ่มซ้ำ ผู้เล่นจะไม่มีระบบอื่นที่ลึกพอเข้ามาช่วยพยุงประสบการณ์
ฉากยานพาหนะและ Set Piece หลายช่วงทำหน้าที่สร้างความหลากหลายได้ดี โดยเฉพาะฉากมอเตอร์ไซค์และเหตุการณ์ขนาดใหญ่ที่ช่วยให้แคมเปญมีช่วงพักจากการต่อสู้ แต่บางส่วนก็เป็นประสบการณ์แบบ On-Rails อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับระบบเดินสำรวจที่มี Invisible Wall จำนวนมากจนบางครั้งขัดกับความสามารถของ Logan เอง เพราะตัวละครสามารถกระโดดได้ไกลมากในบางฉาก แต่กลับไม่สามารถข้ามสิ่งกีดขวางธรรมดา ๆ ในอีกฉากหนึ่งได้
อย่างไรก็ตาม การเลือกทำเกมเป็น Linear Action Game ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจ เพราะช่วยให้ Insomniac ควบคุมจังหวะของเรื่องและ Set Piece ได้มากขึ้น เกมไม่ต้องยัดภารกิจยิบย่อยหรือกิจกรรม Open World จำนวนมากเข้ามาเพื่อเพิ่มเวลาการเล่น ทำให้ประสบการณ์โดยรวมกระชับกว่า Spider-Man
แต่ปัญหาคือเมื่อเกมเลือกโครงสร้าง Linear แล้ว ทุกฉากต่อสู้จึงต้องมีคุณภาพสูงมาก เพราะมันคือสิ่งที่ผู้เล่นจะต้องเจอซ้ำแล้วซ้ำอีก และตรงนี้เองที่ Wolverine ยังทำได้ไม่ถึงระดับที่ควรจะเป็น
งานภาพ
ด้านกราฟิกคือส่วนที่ Marvel’s Wolverine ทำได้โดดเด่นอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะบน PS5 Pro เกมสามารถนำเสนอรายละเอียดของตัวละครได้ในระดับที่น่าประทับใจ ทั้งใบหน้า เส้นผม ผิวหนัง แสงเงา และรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างขนบริเวณแขนของ Logan ล้วนแสดงให้เห็นถึงความสามารถของ Insomniac ในการสร้างตัวละครระดับ AAA
เกมยังใช้โทนสีที่ได้รับอิทธิพลจาก Comic Book อย่างชัดเจน ไม่ได้พยายามทำให้ทุกอย่างมืดหม่นและสมจริงจนสูญเสียเอกลักษณ์ของ Marvel ทำให้ชุดสีเหลืองของ Wolverine โดดเด่นอย่างมาก รวมถึงดีไซน์ของ Sentinels ที่ยังคงความเป็นหุ่นยนต์สีฟ้า-ม่วงแบบต้นฉบับเอาไว้
![Marvel’s Wolverine [PS5] (7)](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2025/09/Marvel’s-Wolverine-PS5-7-1024x576.jpg)
สถานที่ก็มีความหลากหลาย ทั้งแคนาดา ญี่ปุ่น และ Madripoor ทำให้ภาพรวมของแคมเปญไม่จำเจ ฉาก Tokyo ที่เต็มไปด้วยแสง Neon ให้บรรยากาศแตกต่างจากพื้นที่ธรรมชาติหรือซากโบราณอย่างชัดเจน และ Set Piece ขนาดใหญ่ก็สามารถแสดงศักยภาพของ PS5 ได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญคือ เลือดและความรุนแรงถูกนำเสนอแบบเต็มพิกัด เกมไม่พยายามลดทอนความโหดของกรงเล็บ Wolverine การตัดแขน การแทงทะลุร่างกาย และการฉีกศัตรูออกเป็นชิ้น ๆ ถูกนำเสนอแบบตรงไปตรงมา แม้ความรุนแรงจะกลายเป็นสิ่งที่เริ่มชินตาเมื่อเล่นไปนาน ๆ แต่ในแง่การถ่ายทอดตัวละคร มันทำให้ Wolverine เวอร์ชันนี้เป็นหนึ่งในเกมที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงความเป็น “สัตว์ร้าย” ของ Logan ได้ดีที่สุด
บน PS5 Pro ยังมีตัวเลือก Performance Pro ที่พยายามรักษาความละเอียดและรายละเอียดระดับ Fidelity พร้อมเป้าหมาย 60FPS และใช้ PSSR ช่วยเพิ่มคุณภาพภาพ ขณะที่ Fidelity Pro เน้นคุณภาพกราฟิกและ Ray Tracing ที่มากขึ้นในระดับ 30FPS โดยรวมเกมสามารถรักษาความลื่นไหลได้ดี แม้จะพบปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น NPC ที่ยังดูหยาบในบางจุด หรือรายละเอียดฉากระยะไกลที่ลดคุณภาพลงจนเห็นได้บ้าง
งานเสียงและ Motion Capture ก็เป็นอีกส่วนที่ทำได้ดี
โดยเฉพาะ Liam McIntyre ในบท Logan รวมถึง Troy Baker ในบท Nathaniel Essex
และนักแสดงที่รับบท Jean Grey กับ Sabretooth ซึ่งช่วยยกระดับฉากสนทนาและช่วงอารมณ์ของตัวละครให้มีน้ำหนักมากกว่าที่บทเขียนบางส่วนทำได้
สุดท้ายคือชุด Wolverine ที่ปลดล็อกได้ ซึ่งเป็นของที่แฟนตัวละครน่าจะชื่นชอบ เพราะ Insomniac ใส่ชุดจากประวัติศาสตร์ของ Wolverine มาให้เลือกหลายรูปแบบ เป็นอีกหนึ่งจุดที่สะท้อนว่าเกมนี้ถูกสร้างโดยทีมที่เข้าใจและชื่นชอบตัวละครจริง ๆ
Marvel’s Wolverine เป็นเกมที่มีความขัดแย้งในตัวเองอย่างน่าสนใจ เพราะ
สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่า “ฉันกำลังเล่นเป็น Wolverine”
แต่สิ่งที่ยังไม่แข็งแรงกลับเป็นตัวเกมที่ล้อมรอบตัวละครนี้
การต่อสู้รวดเร็ว รุนแรง และสะใจมาก ระบบ Rage ช่วยสร้าง Momentum ที่ดี การทำท่าสังหารโหดปิดจบ และการฟันศัตรูจนเลือดสาดคือภาพของ Wolverine ที่แฟน ๆ อยากเห็น
ขณะที่งานภาพ การแสดง และการออกแบบตัวละครก็อยู่ในระดับสูงตามมาตรฐานของ Insomniac
![Marvel’s Wolverine [PS5] (1)](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2025/09/Marvel’s-Wolverine-PS5-1-1024x576.jpg)
ในทางกลับกัน Combat ที่ตื้น ศัตรูที่ซ้ำ โครงสร้างฉากที่จำกัด และระบบอัปเกรดที่ไม่ได้เปลี่ยนรูปแบบการเล่นมากนัก ทำให้ความสดใหม่ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนเนื้อเรื่องมีปัญหาจากการที่พยายามเล่าเรื่องอดีตของ Logan และขยายจักรวาลไปพร้อมกัน แต่กลับไม่ได้ให้แรงจูงใจส่วนตัวแก่ Logan มากพอ
ดังนั้น Marvel’s Wolverine จึงไม่ใช่เกมที่สมบูรณ์แบบ และอาจไม่ใช่เกมที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ Action Game แต่ถ้าคุณต้องการเกมที่ทำให้คุณได้สวมบทเป็น Wolverine แบบตรงไปตรงมา ได้กางกรงเล็บ กระโจนใส่ศัตรู Parry การโจมตี และระเบิด Rage ก่อนฉีกทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า เกมนี้ยังคงตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน
ถ้าให้บอกข้อดีแบบสั้นๆคือ การต่อสู้สะใจ, Wolverine มีคาแรกเตอร์โดดเด่น, งานภาพยอดเยี่ยม, การแสดงยอดเยี่ยม, ฉากและสถานที่หลากหลาย, Linear Structure ที่กระชับกว่าการทำ Open World
ส่วนข้อที่ต้องพิจารณาก็คือ ตัว Combat ขาดความลึก, ศัตรูและรูปแบบการต่อสู้ซ้ำ, เนื้อเรื่องคาดเดาได้ แต่ช่วงท้ายเล่า งงๆ สับสนในตัวไปหน่อย , ตัวละครบางตัวถูกใช้งานน้อย, และโครงสร้างเกมที่เป็นเส้นตรงมากเกินไป
Marvel’s Wolverine ไม่ใช่ “เกม Wolverine ที่ดีที่สุด ไร้เทียมทาน ในแง่ของเกมแอคชั่น AAA ทุกด้าน”
แต่ในแง่การจำลองความรู้สึกของการเป็น Logan บอกเลยว่า นี่คือ ดีที่สุดเท่าที่ตัวละครนี้เคยมีเกมออกมาแล้ว!
—
ส่วนตัวเลย เรื่อง Woke ไม่ Woke ไม่มีสาระสำคัญให้ใส่ใจเลยครับ
คือแค่เห็นแล้วชอบ ก็เล่นไป ไม่ติด
และให้ความสำคัญกับองค์ประกอบรวมๆที่เกมๆนึงควรจะเป็น…คือ ออกมาแล้ว “สนุกมั้ย?”
ส่วนตัว “สนุก” ครับ แต่ “เป็นเกมที่เล่นรอบเดียวพอ”
เพราะรู้สึกว่าเกมไม่ได้มีอะไรน่าค้นหา หรือเล่นซ้ำเพื่อค้นหาสิ่งที่แตกต่างจากรอบแรกขนาดนั้นครับ
แอดมิน AK47
#MarvelsWolverine #Wolverine #Marvel #InsomniacGames #PlayStation5 #PS5 #GameReview #รีวิวเกม #เกมใหม่ #SonyInteractiveEntertainment










![Marvel’s Wolverine [PS5] (2)](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2025/09/Marvel’s-Wolverine-PS5-2-1024x576.jpg)




















![Marvel’s Wolverine [PS5] (6)](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2025/09/Marvel’s-Wolverine-PS5-6.jpg)
![Marvel’s Wolverine [PS5] (4)](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2025/09/Marvel’s-Wolverine-PS5-4-1024x576.jpg)


![Marvel’s Wolverine [PS5] (5)](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2025/09/Marvel’s-Wolverine-PS5-5-1024x576.jpg)






![EDDAS Technology 1100 Nomes [Police Ver.] (3) - Copy copy copy](https://www.metalbridges.com/wp-content/uploads/2026/09/EDDAS-Technology-1100-Nomes-Police-Ver.-3-Copy-copy-copy-133x100.jpg)

















