Resident Evil Timeline / รวมลำดับเหตุการณ์ผีชีวะทุกภาค
14 กุมภาพันธ์ 2560 16:10 น.
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+

RE Timeline

รีวิวเกม RE7

10 ตัวละครยอดนิยม Resident Evil

รวมไวรัสสายพันธุ์ต่างๆใน Resident Evil

ขุดกรุเกมเก่า Re4

 

 

 

หากจะพูดถึงหนึ่งในแฟรนไชส์เกมที่โด่งดังข้ามกาลเวลาและหากินได้ซ้ำซากไม่มีเบื่อ โดยบ.Capcom นอกจาก Street Fighter ก็มีเกมยิงซอมบี้ที่ชื่อว่า “Biohazrd” หรือ ” Resident Evil” เกมเอาตัวรอดสุดสยองขวัญที่กลายพันธุ์เป็นแนวยิงแหลกแจกกระสุนในภาคหลังๆ…

 

แต่เอาจริงๆแล้ว หลายๆท่านที่เป็นแฟนเกมนี้อาจจะพอทราบถึงเรื่องราวของเกมนี้ว่าเรียงลำดับเรื่องยังไง เกิดอะไรขึ้นในแต่ละภาค แต่ก็มีบางท่านที่ยังคงงุนงง สับสน เพราะเกิดเหตุการณ์หลายอย่าง หลายภาคเหลือเกิน นับกันไม่หวาดไม่ไหว และนี่คือ “Resident Evil Timeline – รวมลำดับเหตุการณ์ผีชีวะ” ที่แอดมินพยายามเรียบเรียงเอาไว้ให้อ่านกันเพลินๆ ขำๆนะครับ 

 

 

 

 “Resident Evil Timeline – รวมลำดับเหตุการณ์ผีชีวะ”

เรียบเรียงจากเวปไซท์ www.residentevil.net / เนื้อหาเสริมจากเกม Resident Evil 6 HD Remaster/ บางส่วนจาก ฉบับนิยายของ เอส. ดี. เพอร์รี ตอน คฤหาสน์มรณะ / เมืองสวรรค์ต้องสาป และ นรกใต้ภิภพ 

 

Re (5)

(1900-1989) จุดเริ่มต้น องค์กรวิปลาส “Umbrella” ก่อนเกิดเหตุการณ์ในเกม 

Re (4)

ปี 1900

เรื่องราวของ Resident Evil จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลย ถ้าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “Stairway to the Sun” ดอกไม้ที่สามารถผลิตไวรัสได้ตามธรรมชาติ ถูกค้นพบโดย “Henry Travis” (เฮนรี่ ทราวิส) นักสำรวจ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทพานิชย์นาวี The Travis Company  ที่ได้ไปเดินในถ้ำแห่งหนึ่งของชนเผ่าพื้นเมือง Ndipaya ในแอฟริกาใต้ 

 

ปี1960 

-วิศวกร “ไมเคิล วอร์เรน” เริ่มต้นการใช้พลังงานไฟฟ้าของ “แรคคูนซิตี้” และหลังจากนั้นเขาก็ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีประจำเมือง 

 

“Albert Wesker ” (อัลเบิร์ต เวสเกอร์)  ถือกำเนิด โดยเกิดจากโครงการวิจัย “โปรเจคท์เวสเกอร์” (Wesker Children) ของ Lord Ozwell E. Spencer (ลอร์ด ออซเวล อี สเปนเซอร์) โดยเป็นการทดลองหามนุษย์ที่มีความเข้ากันได้กับตัวไวรัสโปรเจนิเตอร์ที่กำลังจะทำในอีก 4 ปีข้างหน้า โดยมีจุดหมายในการสร้าง “ยอดมนุษย์” ขึ้นมา และเขาเป็นเพียงหนึ่งใน 2 ผู้รอดชีวิตจากโครงการดังกล่าว (อีกคนก็คือ “อเล็กซ์ เวสเกอร์” บอสใหญ่ของภาค Revelation 2)

 

 

 

ปี 1962 

 -Lord Ozwell E. Spencer (ลอร์ด ออซเวล อี สเปนเซอร์) ได้ว่าจ้างให้สถาปนิก“George Trevor” (จอร์ช เทรเวอร์)  ออกแบบและการก่อสร้างคฤหาสน์สเปนเซอร์อันแสนพิศวง ตามแบบฉบับหนังสายลับยุค 60 ที่เขาชื่นชอบ

 

 

Re (7)

ปี 1966

-กลุ่มนักวิจัย นำโดย Sir Edward Ashford (เซอร์ เอ็ดเวิร์ด แอชฟอร์ด) / Lord Ozwell E. Spencer (ลอร์ด ออซเวล อี สเปนเซอร์)และ Dr James Marcus (ดร.เจมส์ มาร์คัส) ได้นำเอาดอกไม้ชนิดนี้ไปค้นคว้าเพิ่มเติมในเดือนมีนาคม

 

โดยมาร์คัสหลงไหลในการรวมยีนส์ของสิ่งมีชีวิตเข้ากับProgenitor แต่ลอร์ดสเปนเซอร์กลับคิดไปไกลกว่านั้น เขาหวังจะสร้าง“อาวุธชีวภาพที่สามารถควบคุมได้” เพราะตัวไวรัสจะแสดงผลลัพท์ในการเพิ่มความก้าวร้าวและการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในสัตว์ที่ไม่ได้ เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ในขณะที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะแสดงคุณสมบัติใหม่ๆรวมถึงอาการที่ปรากฎในสัตว์ชนิดอื่น และก็หาสิ่งที่ทำให้เกิดการสั่งการในระบบ ประสาท เพื่อป้อนข้อมูลลงไป

 

แต่ทว่าผลก็ออกมาไม่ได้เป็นที่น่าพอใจนัก เพราะมีขีดจำกัดของตัวเทคโนโลยีในยุค 60 บวกกับการที่ Progenitor Virus “ยังไม่ได้มีการทดลองกับมนุษย์”เลยแม้แต่ครั้งเดียว…

 

Re8

ปี 1967

-พวกเขาก็ก้าวข้ามจริยธรรมมนุษย์ ด้วยการทดลองกับมนุษย์ครั้งแรก และเหยื่อสองรายที่โดนจับมาสังเวยความวิปลาสนี้ก็ คือ “Jessica Trevor” (เจซซิก้า เทรเวอร์) และ“Lisa Trevor” (ลิซ่า เทรเวอร์) ทั้งสองคนนี้เป็นเมีย และลูกสาวของ “George Trevor” (จอร์ช เทรเวอร์) ผู้ที่ ออกแบบคฤหาสน์เทรเวอร์ ในเกม Resident Evil ภาคแรกนั่นเอง…(ถึงเขาจะหนีออกมาได้ แต่ก็อดตายอยู่ในคฤหาสน์นั้นในเวลาต่อมา)

 

-เจซซิก้าได้รับเชื้อมาแล้ว แต่ทว่าไม่มีผลที่น่าพอใจนัก เธอจึงถูกพวกนักวิทย์สติเฟื่องสั่งเก็บ แต่กับลิซ่าเธอกลับมีอาการกลายพันธ์อย่างรุนแรง รูปร่างบิดเบี้ยว และมีอาการเสียโฉม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของ Progenitor ที่ให้ผลลัพท์ในแบบที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน จึงนำตัวลิซ่าไปทดลองยาวนานนับทศวรรษ…

 

 

 

Re10

ปี 1968

-บริษัทเวชภัณฑ์ที่ชื่อ “Umbrella Pharmaceutical, Inc.” ได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยเงินทุนของสเปนเซอร์ ซึ่งเป็นปีเดียวกับ เซอร์ เอ็ดเวิร์ด แอชฟอร์ด เสียชีวิตลง เนื่องจากติดเชื้อ Progenitor แบบไม่ทราบสาเหตุ กิจการของอัมเบรลล่าในขณะนั้นคือการพัฒนายารักษาโรค และไต่เต้าเข้ามามีบทบาทในแวดวงแพทย์และการสารธารณะสุข

 

-บ.อัมเบรลล่าได้ทำการเข้ายึดโบราณสถานของชนเผ่าพื้นเมือง Ndipaya เพื่อเอา “Stairway to the Sun” ดอกไม้ที่สามารถผลิตไวรัสได้ตามธรรมชาติ มาครอบครอง และเปิดห้องทดลองลับในประเทศแอฟริกาเป็นครั้งแรก

 

 

Re9

ปี 1969 

-Alexander Ashford (อเล็กซานเดอร์ แอชฟอร์ด) ลูกชายของ เซอร์ เอ็ดเวิร์ด แอชฟอร์ด ได้สร้างศูนย์วิจัยที่แอนตาร์คติกที่มีรหัสว่า “Code Veronica” ที่ถูกสร้างมาเพื่อวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาด้านสติปัญญา โดยนำดีเอ็นเอของย่าทวด Veronica และสเปิร์มของเขามาผสมเกิดเป็นเด็กหลอดแก้ว (อัลเฟรด และ อเล็กเซีย แอชฟอร์ด)

 

-ซึ่งเป็นปีเดียวกับห้องทดลองของอัมเบรลล่าสาขาแอฟริกาถูกสร้างเสร็จ และมอบหมายให้ “แบรนดอน เบลีย์” (Brandon Bailey) อดีตผู้ช่วยของดร.มาร์คัส เข้ามาเป็นผู้อำนวยการห้องวิจัยแห่งนี้…

 

 

Re7

ปี 1970

 -มีการค้นคว้า และวิจัยดอกไม้จากแอฟริกาใต้ดังกล่าว จนสามารถสร้างตัวต้นแบบรุ่นบรรพบุรุษของ T-Virus ที่ในตอนนั้นเรียก ว่า “Progenitor Virus” (รากเหง้าของไวรัส)

 

 

ปี 1971  

-โปรเจคท์  “Code Veronica” สำเร็จ ตระกูลแอชฟอร์ดให้กำเนิดเด็กแฝด  ได้แก่ Alfred Ashford (อัลเฟรด แอชฟอร์ด) และ Alexia Ashford (อเล็กเซีย แอชฟอร์ด) ซึ่งในอีก 10 ปีต่อมา อเล็กเซีย จะเป็นเด็กอัจฉริยะที่กลายเป็นหัวหน้านักวิจัยอาวุโสของอัมเบรลล่าด้วยอายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น (หลังจากนั้นคุณพ่อก็โดนจับไปทดลองอยู่ดี…)

 

ปี 1977

-”Albert Wesker ” (อัลเบิร์ต เวสเกอร์) และ “William Birkin “(วิลเลียม เบอร์กิ้น) ได้รับมอบหมายให้เข้าโครงการฝึกอบรม ในการขึ้นเป็นผู้จัดการสาขาในอนาคต

 

 

ปี 1978 

-ดร.เจมส์ มาร์คัส ได้กลับมาสานงานวิจัยไวรัสต่อ หลังจากร้างราไปทำอย่างอื่นมานานนับปี คราวนี้เขาได้ทำการทดลองเอาProgenitor มาฉีดเข้าตัวปลิง สัตว์เลี้ยงของ ดร.มาร์คัส ผลลัพท์ที่ได้ก็คือ “T-Virus” และริเริ่มคิดที่จะทำอาวุธชีวะภาพ “Bio-Organic Weapon” หรือเรียกย่อๆว่า “B.O.W.”

 

-เป็นปีเดียวกันกับการจบหลักสูตร ผู้จัดการสาขาอัมเบรลล่า ของเวสเกอร์ และ ดร.เบอร์กิ้น และย้ายตัวมายังสถานีวิจัยที่อาร์คเลย์

 

 

 

Re12

ดร.เบอร์กิ้น และ เวสเกอร์วัยละอ่อน

 

ปี 1980

-ห้องทดลองสาขาแอฟริกา ประสบความสำเร็จในการเพาะปลูก Progenitor Virus ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวด หลังจากนั้น ห้องปฏิบัติการสาขาแอฟริกา ก็ได้กลายเป็นฐานการผลิต และเป็นผู้จัดจำหน่ายไวรัสแต่เพียงผู้เดียว

 

ปี 1981 

Alexia Ashford (อเล็กเซีย แอชฟอร์ด) ได้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยด้วยวัยเพียง 10 ขวบ (ไม่มีการระบุว่าจบจากที่ไหน ยังไง) และเริ่มโครงการวิจัยของตัวเองที่ห้องทดลองของอัมเบรลล่าสาขาแอนตาร์คติก

 

 ปี 1988

-เป็นเวลา 10 ปี ที่ดร.มาร์คัส ได้ลงมือวิจัย “T-Virus” ถึงจะคืบหน้าไปมาก แต่เขาก็เริ่มหวาดระแวง และไม่เชื่อถืออะไรในองค์กรอีกต่อไป แน่นอนว่า เหล่าบรรดาบอร์ดบริหารของอัมเบรลล่าและ ลอร์ดสเปนเซอร์ ไม่พอใจ จึงได้ส่งคนที่ดร.มาร์คัสไว้ใจที่สุด “William Birkin” (ดร.วิลเลี่ยม เบอร์กิ้น) และ “Albert Wesker” (อัลเบิร์ต เวสเกอร์) พร้อมหน่วยรปภ.ของอัมเบรล่าที่ชื่อหน่วย Umbrella Security Service (ตัวอักษรย่อ U.S.S.) ไปลอบสังหารเขา

 

- ดร.เบอร์กิ้น ได้ทำการสวมรอยพัฒนา T-Virus ต่อไป ด้วยการทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีกกับร่างของ”ลิซ่า เทรเวอร์” จนได้ตัวอย่างทดลองที่สามารถพัฒนาเป็นอาวุธชีวะภาพหลายแบบหลายเวอร์ชั่น โดยเฉพาะ Nemesis ที่สามารถแตกยอดออกไปวิจัยเพิ่มเติมที่ห้องทดลองต่างๆ 6 ที่ทั่วยุโรป

 

 

 

ปี 1991 

-ราชายาเสพติดแห่งอเมริกาใต้ “Javier Hidalgo”(ฮาเวียร์ ฮิดัลโก้) ได้ซื้อ  T-Virus จากตัวแทนของอัมเบรลล่า แล้วทำการฉีดเข้าร่างของ “Hilda Hidalgo” (ฮิลด้า ฮิดัลโก้) ภรรยาของเขาเพื่อรักษาโรคประหลาดที่ไม่มีหมอคนไหนรักษาได้ เพราะT-Virus มีคุณสมบัติในการฆ่าเซลล์มะเร็งและเนื้อร้ายได้หลากหลาย…แต่ทว่าผลลัพท์กลับตรงกันข้าม เมื่อฮิลด้าเริ่มกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดไปซะอย่างนั้น…

 

-สหภาพโซเวียตล่มสลาย ทำให้อดีตพันเอกแห่งกองทัพโซเวียต ของกองทัพโซเวียตอย่าง Sergei Vladimir (เซอร์เก วลาดิเมียร์) มารับงานดูแลกองกำลังของอัมเบรลล่า อุทิศตนเพื่ออุดมคติของสเปนเซอร์ และปรากฎว่าร่างกายของเขา สอดรับกับ T-Virus ชนิดที่เรียกได้ว่า“มีเพียง หนึ่งในสิบล้านคน” และยังทำการโคลนนิ่งตัวเองเอาไว้ถึงสิบคน เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการสร้าง Tyrant ต่อไป

 

 

ปี 1993

-ไบรอัน ไอรอน  (Brian Irons) ผู้บัญชาการตำรวจเมืองแรคคูนซิตี้ เริ่มรับสินบนจากทางบริษัทอัมเบรลล่า ในการทดลองบางอย่างที่หุบเขาอาร์คเลย์

-ดร.เบอร์กิ้น เข้ามาทำงานในห้องทดลองเมืองแรคคูนซิตี้

-อัลเฟรด แอชฟอร์ด สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร และได้รับการแต่งตั้งผู้อำนวยการของสถานีวิจัยสาขาแอนตาร์กติก และยังเป็นผู้บัญชาการของเกาะ Rockfort สถานที่ๆฝึกฝนการรับมือกับ B.O.W. 

 

 

ปี 1996 

-หน่วย S.T.A.R.S. ถูกก่อตั้งขึ้น ทำงานสืบสวนคดีพิเศษ ที่อยู่ภายใต้อำนาจของกรมตำรวจแรคคูน และด้วยเพราะเส้นของอัมเบรลล่า ทำให้ไอรอนต้องรับ เวสเกอร์ เข้าทีมด้วยความจำใจ จนในที่สุด เวสเกอร์ ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมหน่วย S.T.A.R.S.

 

อนึ่ง หน่วย

 

 Resident Evil Zero HD Remaster (3)

23 กรกฎาคม ปี 1998  Resident Evil 0 (ZERO)

-มีข่าวการรั่วไหลของสารปนเปื้อนจากโรงงานผลิตยา และเวชภัณฑ์ของอัมเบรลล่า ทำให้มีชาวบ้านผู้ไม่พอใจออกมาคัดค้าน อัมเบรลล่ายินดีชดเชยค่าเสียหายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ

-อัมเบรลล่าขยายโรงงานผลิตยา และเวชภัณฑ์ให้ใหญ่ขึ้น และรับคนเข้าทำงานมากขึ้น

 

- “รีเบคก้า แชมเบอร์ส” เจ้าหน้าที่พยาบาลฝึกหัดของหน่วย S.T.A.R.S. ทีม “Bravo” ในวัย 18 ปี หลังจากที่รอดจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกลงที่ชายป่าแรคคูน และไม่ไกลจากจุดตก รีเบคก้าก็พบกับข้อมูลของ “บิลลี่ โคเฮน” นักโทษคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 23 ศพ จากรถขนนักโทษที่คว่ำอยู่…และไม่ไกลจากนั้น รีเบคก้า ได้พบกับรถไฟขบวนหนึ่งที่เพิ่งถูกปลิงประหลาดโจมตีจนผู้โดยสารเสียชีวิตหมดทั้งคันรถ ทั้งผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ประจำรถไฟ ก็กลายเป็นศพเดินได้รีเบคก้าจึงต้องเอาตัวรอดจากพวกมัน และได้พบกับ “บิลลี่ โคเฮน” ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 23 ศพตามข้อมูลในรถนักโทษ…

 

-ที่ศูนย์วิจัยย่อยของ Umbrella ทั้งสองคนได้พบกับ “ดร.มาร์คัส” ชายผู้เป็นต้นตอของปัญหาซอมบี้อาละวาด เพราะอยากจะล้างแค้น บ. Umbrella ที่หักหลังเขา

 

 

- รีเบคก้า กับบิลลี่ ก็สามารถกำจัด ดร.มาร์คัส ที่กลายพันธุ์เป็นปีศาจ “Queen Leech”เพราะเชื้อ T-Virus ได้แพร่กระจายเกินเยียวยา

 

-หลังจบเรื่อง บิลลี่ก็หายตัวไปตลอดกาล ไม่มีใครรู้ข่าวอีกเลย  ส่วนรีเบคก้า ก็จะตามไปพบกับทีม Alpha ในอีกไม่กี่ชม.หลังจากนี้ที่คฤหาสน์สเปนเซอร์

 

 

 Resident Evil Zero HD Remaster (5)

24 กรกฎาคม ปี 1998  Resident Evil  (24ชม.ต่อมาจากภาค ZERO)

- จิล วาเลนไทน์ ได้พบกับ  “เทรนท์” (Mr. TRENT)หรือ “Victor “Trent” Darius” ชายลึกลับ พร้อมคำบอกใบ้บางอย่างเกี่ยวกับภารกิจของบราโว่ทีม (เนื้อหาจากนิยาย)

 

-“หน่วยพิเศษ S.T.A.R.S.- ทีมอัลฟ่า” ได้ทำภารกิจออก ค้นหาทีมบราโว่ก่อนหน้านี้ ประกอบไปด้วย “อัลเบิร์ต เวสเกอร์, คริส เรดฟิลด์, จิล วาเลนไทน์, แบร์รี่ เบอร์ตัน และ โจเซฟ ฟรอส” และพวกเขาก็พบกับซากเครื่องบินของหน่วยก่อนหน้านี้ซะงั้น แถมยังถูก “หมาซอมบี้” ไล่ล่าจนต้องถอยไปใน คฤหาสน์สเปนเซอร์ ที่ตั้งอยู่กลางป่าสุดลึกลับนั่น…

 

-เมื่อไปถึงทั้งหมดได้พบว่าคฤหาสน์ทั้งหลังถูกปิดตายด้วยสาเหตุบางอย่าง และ ในนั้น ก็เต็มไปด้วย “สิ่งมีชีวิตทดลองที่น่าขยะแขยง”

 

-คริส ได้พบกับ รีเบคก้า ที่เข้ามายังคฤหาสน์ก่อนหน้านี้แล้ว ในขณะที่จิลก็แยกตัวไปสืบเบาะแสกับแบร์รี่ ส่วนหัวหน้าทีมเวสเกอร์นั้นได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

 

-ทั้งหมดค้นพบว่า สมาชิกทีมบราโว่อันได้แก่ ฟอเรสต์ สเปเยอร์, เคนเน็ท, ริชาร์ด ได้เสียชีวิตแล้วทั้งหมด ส่วนหัวหน้าทีมบราโว่ เอนริโก้ นั้นยังไม่ตายทันที แต่ในขณะที่เขาพยายามจะบอกความลับบางอย่างนั้น เวสเกอร์ลอบสังหารเขาจนเสียชีวิต

-ในเวลาต่อมา เวสเกอร์ที่กำลังเก็บข้อมูลในห้องแลปและเปิดเผยตัวต่อ คริส จิล แบร์รี่ และ รีเบคก้า ว่าตนไม่ได้เข้ามาเป็นหัวหน้าหน่วยสตาร์ทีมอัลฟาเพียงเพื่อช่วยแก้ไขคดี แต่ต้องการที่จะล่อสมาชิกของหน่วยนี้ ให้เข้ามายังศูนย์การทดลองแห่งนี้ เพื่อที่จะเก็บข้อมูลการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตทดลอง

 

-ไทแรนท์ โจมตีเวสเกอร์จนเกือบเสียชีวิต  และเข้าทำร้ายจิลและคริส และหลังจากที่พวกเขาปราบไทแรนท์ได้ระบบการทำลายตัวเองของคฤหาสน์ก็ได้ทำงานขึ้น ทั้งหมดจึงได้ขอความช่วยเหลือไปยังแบรดคนขับเฮลิคอปเตอร์ของทีมอัลฟ่าที่ได้ขับหนีในต้นเรื่อง จนหนีรอดออกมาก่อนที่จะโดนระเบิดไปพร้อมๆ กับคฤหาสน์

 

 Re timeline ex (1)

สิงหาคม ปี 1998 (ไม่ระบุวันที่) Resident Evil – Caliban Cove  หลังจากการระเบิดของคฤหาสน์สเปนเซอร์ 3 สัปดาห์ (นิยาย)

-รีเบคก้า แชมเบอร์ส ได้รับโทรศัพท์จาก แบร์รี่ เบอร์ตัน หนึ่งในสมาชิกหน่วย S.T.A.R.S. ทีมอัลฟ่า ให้มาพบกับ “เดวิด แทรปป์” (David Trapp) หัวหน้าหน่วย S.T.A.R.S. ทีม Exerter (เอ็กเซอร์เตอร์) และ คริส กับ จิล ที่มารอรวมทีมกันที่บ้านพักของแบร์รี่  เพื่อปรึกษาแผนการที่จะทำลายอัมเบรลล่าที่กระจายไปทั่วโลก 

 

-แต่ระหว่างนั้น หน่วยพิเศษของอัมเบรลล่า  Umbrella Security Service (ตัวอักษรย่อ U.S.S.) ก็ได้ไล่ยิงถล่มบ้านของแบร์รี่ แต่ทั้งหมดรอดมาได้ เพื่อความรวดเร็วในการกระจายกำลังทำลายแผนอัมเบรลล่า  คริส ,จิล และ แบร์รี่ จึงแยกกับรีเบคก้าไปยังยุโรป โดยที่จิล ขอจัดการเก็บข้าวของก่อน

 

 

 

Re timeline ex (3) 

 

-ทั้งหมดได้วางแผนเดินทางไปยัง “แคลิแบน โคฟ” ห้องทดลองลับติดชายหาดในรัฐเมน คำแนะนำของ “เทรนท์” (Mr. TRENT)   ที่ๆ “นิโคลัส กริฟิธ” (Nicolus Griffith) นักวิจัยชีวเคมีที่ได้หายไปหลังจากที่ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย ได้คิดค้นไวรัสตัวต้นแบบที่สามารถควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ให้ทำตามคำสั่งได้

 

 

RESIDENT EVIL 7 Review (20)

***ซึ่งไวรัสสายพันธุ์นี้ เป็นการรวมเอาคุณสมบัติในการควบคุมระบบประสาทของ G และ T ไวรัส และหลายปีต่อมา ก็มีการนำมาพัฒนาผสมกับเชื้อรา แบคทีเรียประเภทฟังกัส จนกลายเป็น ไวรัส “E-Series” (เอเวอลีน) โดยบริษัท  NEXBAS  (Next-generation EXperimental Battlefield Superiority) ในเกมภาค 7 ***

 

-ห้องทดลองของกริฟิธ พังทลายลงพร้อมกับ B.O.W. ที่ไม่ได้ระบุทะเบียนของอัมเบรลล่า หลังจากนั้น กำลังเสริมของ S.T.A.R.S. ทีม Exerter เข้ามาเคลียร์พื้นที่รอบเกาะ ด้วยอาวุธจัดเต็ม ที่ส่วนสมาชิกหน่วยเอ็กเซอร์เทอร์รอดแค่ เดวิด กับรีเบคก้าเท่านั้น 

 

 

ช่วงค่ำของวันที่ 27 กันยายน 1998  Resident Evil 2 (เหตุการณ์เกิดพร้อมภาค 3)

-“เลออน สก๊อต เคเนดี้” (Leon S. Kenedy) ตำรวจหนุ่มหน้าใหม่ ที่กำลังจะมาทำงานวันแรกที่ประจำเมืองแรคคูน ชายผู้ใฝ่ฝันว่าจะสร้างครอบครัวที่ดี มั่นคงจากการเป็นตำรวจ และหวังจะหาเมียซักคนในเมืองชายขอบแสนสงบนี้ แต่ทุกอย่างพังพินาศ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไวรัสระบาด ผู้คนในเมืองแรคคูนซิตี้กลายเป็นซอมบี้  จากเหตุการณ์ระเบิดของคฤหาสน์สเปนเซอร์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า และในตอนนั้น เขาก็พบกับ “แคลร์ เรดฟิลด์”(Claire Redfield) สาวน้อยนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่ออกตามหาพี่ชาย “คริส เรดฟิลด์” ที่ขาดการติดต่อไป ทั้งคู่ต้องฝ่าฝูงกองทัพไวรัสผีดิบ ,เหล่า B.O.W.  เพื่อหาทางออกจากเมืองที่ถูกปิดตาย 

 

***แต่ช่วงที่เลออนขับรถมาก็มีรถขับสวนออกจากเมือง ซึ่งก็เป็นเหล่าผู้รอดชีวิตจากเกมภาค Outbreak ครับ***

 

-เอด้า หว่อง ได้รับภารกิจมาชิงเอาตัวอย่างไวรัสจากทางผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (คาดว่าน่าจะเป็น เวสเกอร์) โดยการสวมบทเป็นผู้ที่ตามหาแฟนหนุ่มนักวิจัยรายหนึ่งที่ชื่อ จอห์น เพื่อตบตา และหลอกใช้เลออนให้ไปยังห้องทดลองของอัมเบรลล่า

 

 -ดร.เบอร์กิ้น สร้าง G Virus สำเร็จ

 

 

-Hunk จ้าหน้าที่หน่วยรปภ.ของอัมเบรล่า (หรือ U.S.S.) ต้องการจะนำตัวอย่างไวรัสกลับไปยังศูนย์วิจัยของอัมเบรลล่าตามใบสั่งแต่เกิดการต่อสู้ขัดขืนจนทำให้ดร.เบอร์กิ้นถูกยิง และตัดสินใจฉีดเอา G-Virus เข้าตัวเอง จนกลายร่างเป็น G-Berkin  (เหตุการณ์ในเกมภาค Operation Raccoon City )

 

-ส่วนแคลร์ที่แยกทางกับเลออน ก็ได้พบกับ “เชอร์รี่ เบอร์กิ้น” ลูกสาวของ ดร.เบอร์กิ้น ที่มีตัวอย่างเชื้อ G-Virus อยู่ในตัว

 

-แคลร์และเลออน สู้กับ G-Berkin และสามารถพาทั้ง 3 คนออกจากเมืองได้สำเร็จตามทางรถไฟลับของห้องทดลอง 

 

เมืองทั้งเมืองถูกนิวเคลียร์ถล่มราบ ด้วยคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อการควบคุมเชื้อไม่ให้กระจายไปยังที่อื่น (เหตุการณ์ และช่วงเวลาเดียวกันกับภาค 3)

 

 

ช่วงค่ำของวันที่ 28 กันยายน 1998 Resident Evil 3 (เหตุการณ์ในช่วงเวลาเดียวกันกับ ภาค 2 แต่คนละสถานที่)

 

-  จิล วาเลนไทน์ อดีตสมาชิกหน่วยสตาร์สที่รอดชีวิต กำลังเตรียมตัวที่จะออกจากเมือง เพื่อไปสมทบกับคริสและแบรี่เพื่อบุกรังอัมเบลล่าในยุโรป แต่เธอต้องติดอยู่กลางวงล้อมของซอมบี้ และการตามล่าของ “Nemesis-T Type” (เนเมซิส) B.O.W.ตัวใหม่โดยอัมเบลลา ที่ส่งมันมาเพื่อฆ่าปิดปากสมาชิกหน่วย S.T.A.R.S. ที่เหลือทุกคน 

 

29 กันยายน 1998

-หน่วย U.B.C.S มาช่วยในการอพยพชาวเมือง คาร์ลอส โอลิเวียร์ร่า (Carlos Oliviera) มาทำภารกิจในนามของอัมเบรลล่าเป็นครั้งแรก (ก่อนหน้าเคยเป็นทหารรับจ้างมาก่อน แต่เงินไม่ดีเท่า)

 

-จิลถูกไวรัสของ เนเมซิส  แต่ได้คาร์ลอสมาช่วยไว้แบบเฉียดฉิว  แต่ก็พลาดท่า ทำให้ จิลต้องต่อสู้กับเนเมซิสอีกครั้ง จนมันยอมถอนตัวถอยกลับไป จิลเองก็หมดแรงหมดสติไปอีกคนเช่นกัน คาร์ลอสพาจิลที่สลบอยู่ไปพักที่หอนาฬิกาเซนต์มิเชล และสัญญาว่าจะเอายามารักษาจิลให้ได้

 

 

1 ตุลาคม 1998 

-วลาดิเมียร์ ได้ทำการขนย้ายคอมพิวเตอร์ U.M.F.-013  และงานวิจัยสำคัญ ออกจาเมืองแรคคูนซิตี้ 

 

- จิล สามารถเอาชนะ Nemesis ลงได้ ทำให้เธอออกจากแรคคูนซิตี้พร้อมกับคาร์ลอส

 

-เมืองทั้งเมืองถูกนิวเคลียร์ถล่มราบ ด้วยคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อการควบคุมเชื้อไม่ให้กระจายไปยังที่อื่น (เหตุการณ์ และช่วงเวลาเดียวกันกับภาค 2)

 

-รัฐบาลสหรัฐสั่งระงับกิจกรรมทางธุรกิจของ Umbrella ทุกอย่าง รวมไปถึงการอายัดทรัพย์สินของบรรดาหุ้นส่วนทั้งหมด แต่ทางอัมเบรลล่าก็ตั้งทีมทนายเพื่อฟ้องร้องกลับเช่นกันในฐานะทำเกินกว่าเหตุ 

 

 

Re timeline ex (2)

 

2 ตุลาคม 1998  Resident Evil: Underworld

-แคลร์ และ เลออน ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วย S.T.A.R.S. ทีม Exerter (เอ็กเซอร์เตอร์)  และส่งเชอร์รี่ไว้ที่บ้านญาติของเธอ (ก่อนถูกรัฐบาลสหรัฐนำตัวเชอร์รี่ไปเลี้ยงดู) ส่วนเคลร์ และเลออน ได้เข้าร่วมภารกิจทำลายอัมเบรลล่าของทีมเอ็กเซอร์เตอร์ หลังจากเหตุระเบิดแรคคูนซิตี้ราวๆ 2-3 ชม.

 

-แคลร์ , เลออน , รีเบคก้า , เดวิด , จอนห์ ได้หลบหนีการตามล่าบนถนนหลวง จากหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของอัมเบรล่าที่สนธิกำลังกับทหารรับจ้าง จนทั้งหมดสามารถรอดมาถึงสนามบิน ที่ๆพวกเขานัดหมายกับนักบินว่าจะออกเดินทางไปยังยุโรป เพื่อสมทบกับ คริส จิล และแบร์รี่ที่ออกเดินทางไปก่อนหน้าราวๆหนึ่งเดือน

 

-พวกของเลออนได้พบกับ  “เทรนท์” บนเครื่องบินอย่างลึกลับ เขามาเพื่อแจ้งข่าวพวกของคริสว่าปลอดภัย และยังห่างไกลจากเรื่องราววุ่นวายของอัมเบรลล่าในยุโรป แต่เทรนท์ได้ยื่นข้อเสนอให้กับทีมเอ็กเซอร์เตอร์ว่า “จะเอาผิดกับอัมเบรลล่า ต้องมีหลักฐาน” โดยทีมเอ็กเซอร์เตอร์ จะต้องไปชิงเอา “สมุดบัญชี 1 ใน 3 เล่ม” ที่ซ่อนใน “The Planet” โรงงานผลิตอาวุธชีวภาพแห่งใหม่ที่ยูทาห์ ที่ไร้ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัย  โดยมีผู้ดูแลโรงงานแห่งนี้คือ “เจย์ เรสตัน” ซึ่งเป็นหนึ่งในสามคนบนโลกที่เก็บรักษาสมุดบันทึกลับของ “ไวท์อัมเบรลลา” โดยในสมุดเล่มนี้จะบันทึกรหัสผ่านทั้งหมดของบริษัทในเครืออัมเบรลลา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขโมยข้อมูลมาเปิดโปง

 

 

Re timeline ex (4)

***”เทรนท์” (Mr. TRENT) หรือ “Victor “Trent” Darius” (วิคเตอร์ เทรนท์ ดาเรียส) ชายผู้ที่ทำงานให้กับบริษัทอัมเบรลล่า ในระดับหนึ่งในผู้บริหารระดับสูง ที่ต้องการกำจัดหน่วยงาน “ไวท์อัมเบรลล่า” บริษัทลูกของอัมเบรลล่าที่เป็นหน่วยงานวิจัยอาวุธชีวภาพทั้งหมด และเป็นต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดอีกด้วย แต่ไม่มีใครทราบจุดประสงค์ที่แน่ชัดว่าจะต่อต้านบริษัทตัวเองทำไม? จนถึงทุกวันนี้ แอดมินก็ไม่ได้ข่าวคราว เรื่องราวต่างๆของตัวละครนี้อีกเลย ***

 

-เมื่อไปถึงโรงงานดังกล่าว เลออน กับจอนห์พลาดท่า ทำให้พลัดหลงกับคนอื่นๆ จนมาอยู่ในห้องทดลอง B.O.W. ที่จำลองสภาพแวดล้อมอันหลากหลายด้วยกระสุน และอุปกรณ์อันจำกัด ส่วน เดวิด แคลร์ และรีเบคกา ต้องคอยเลี่ยงไม่ให้พวกเจ้าหน้าที่รปภ.ของอัมเบรลลาจับตัวได้ และยังต้องพารีเบคก้าที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสไปยังที่ปลอดภัย

 

-ทั้งหมดชิงเอาสมุดมาได้ ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย (แบบลากเลือด) ส่วนสมุดที่ได้ ก็ได้ทำการก๊อปปี้ข้อมูลบางส่วนแจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล และนำไปสู่ภารกิจสุดท้ายในการโค่นอัมเบรลล่าในปี 2003  (RE Umbrella Chronicles ตอน Umbrella’s End)

 

-แคลร์ออกเดินทางไปยังยุโรป เพื่อตามหาคริสต่อไป…

 

-เลออน ถูกเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมตัวในการให้ปากคำ และด้วยความสามารถระดับรอดตายจากเหตุอัมเบรลล่าในแรคคูน และภารกิจของเอ็กเซอร์เทอร์ ทำให้เลออนได้รับเข้าบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษ รับคำสั่งตรงจากรัฐบาลสหรัฐ แถมยังเลื่อนยศอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด

 

-เชอร์รี่ ถูกรัฐบาลควบคุมตัว และพาเธอเข้าสู่โครงการวิจัยแอนตี้ไวรัส ถึงจะเหน็ดเหนื่อย และยากลำบากจากการถูกตรวจร่างกายเป้นประจำ แต่เธอก็อดทนเรื่อยมา โดยหวังว่าสิ่งที่เธอมี (เลือด) จะช่วยเหลือผู้คนจากวิกฤติไวรัสได้

 

 

 

ตุลาคม 1998 (ไม่ระบุวัน) Resident Evil Survivor  / Biohazard Gun Survivor

 -”อาร์ค ทอมสัน” เพื่อนรักของเลออน ได้ถูกไหว้วานให้มาตรวจสอบห้องทดลองอัมเบรลล่าที่ “เกาะชีน่า” (Sheena) แต่เมื่อได้เรื่องราวและกำลังจะกลับ อยู่ๆเฮลิคอปเตอร์ที่นั่งมาก็เกิดร่วงลงมา ถึงแม้จะรอดมาได้ ตัวเองก็ดันความจำเสื่อม เขาต้องออกตามหาว่าตัวเองเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่ และยังต้องหาทางออกจากเกาะไปให้ได้ พร้อมๆกับ “ลิลลี่” และ “ล๊อตโต้” เด็กที่พ่อแม่ทำงานให้อัมเบรลล่าบนเกาะนี้ที่รอดชีวิตมาได้

 

-อาร์ค ได้พบกับ B.O.W. ตัวต้นแบบ (ที่เท่าไหร่ไม่รู้ เยอะเกิ๊น)  Hypnos T-type Tyrant  โดยเขาสามารถกำจัดมันได้ เกาะชีน่าทำลายตัวเอง ทุกอย่างที่ทดลองบนเกาะถูกไฟเผาวอดทั้งหมด และไม่มีการกล่าวถึงอีกเลย

 

 

พฤศจิกายน 1998 (ไม่ระบุวัน)

-สเปนเซอร์สั่งปิดห้องทดลองในแอฟริกา

 

 

 

27 ธันวาคม 1998  Resident Evil CODE: Veronica / Resident Evil CODE: Veronica - Gun Survivor 2-

-แคลร์ถูกจับตัวมายังหมู่เกาะร๊อคฟอร์ด ในระหว่างการตามหาคริสที่ห้องทดลองของอัมเบรลล่าสาขาปารีส ระหว่างการถูกคุมขัง ที่เกาะเองก็ถูกโจมตีจากกองกำลังปริศนา (ภายหลังระบุว่าเป็นกองกำลัง H.C.F. หรือ Hive/Host Capture Force ของเวสเกอร์) และทำให้ T-Virus แพร่กระจายไปทั่วเกาะ

 

-ระหว่างที่หาทางออกจากเกาะ แคลร์ได้พยายามส่งเมลล์หาเลออน เพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งทันทีที่เลออนได้รับข้อความ คริสที่อยู่กับเลออนในขณะนั้น ก็ตัดสินใจรีบเข้าไปช่วยแคลร์ทันที 

 

-แคลร์พบกับ “สตีฟ เบิร์นมั้ย”…เอ้ย “เบิร์นไซด์” (Steve Burnside) เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าที่ถูกจับตัวมาเป็นนักโทษพร้อมพ่อ เนื่องจากการขายข้อมูลลับของทางอัมเบลลา ระหว่างเดินทาง สตีฟก็หวังจะโชว์แมนให้สาวรุ่นพี่อย่างแคลร์ประทับใจ

 

ทั้งคู่สามารถออกจากเกาะร๊อคฟอร์ทได้ แต่ระบบเครื่องบิน ดันเป็นระบบอัตโนมัติ และมุ่งหน้าไปยังสถานีวิจัยอัมเบรลล่า สาขาแอนตาร์คติก ทั้งคู่ไขปริศนามากมาย และเอาตัวรอดมาได้ แต่สุดท้ายเพราะถูกไวรัสกลายสภาพ แถมยังถูกควบคุมจิตใจ จนกลายเป็น B.O.W. และ สตีฟก็ไม่รอด

 

-แต่ทว่าหลังจากที่แคลร์ไปสำรวจห้องอื่นๆ และหวังจะกลับมารับศพของสตีฟ เธอก็ไม่พบอะไรเลย…

 

-คริส พบกับ เวสเกอร์ อีกครั้ง หลังจากไปถึงเกาะร๊อคฟอร์ด แต่เขาก็ไม่พบแคลร์

 

-อเล็กเซีย ตื่นขึ้นจากการหลับมายาวนานนับสิบปี (แต่พลังจิตยังคงสั่งการได้อยู่) แต่ อัลเฟรด ตาย

 

-แคลร์ได้พบกับคริสที่สถานีวิจัยอัมเบรลล่แอนตาร์กติก พวกเขาช่วยกันเอาชนะ อเล็กเซีย 

 

-หลังจากการต่อสู้คริสและแคลร์หนีออกมาจากฐานแอนตาร์กติกที่กำลังจะถูกทำลาย

 

 

 

ปี 1999 ไม่ระบุเวลาชัดเจน Resident Evil Dead Aim 

-บรูซ แมคกีเวิร์น (Bruce Mcgivern) เจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการทางยุทธศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (US STRATCOM) ที่ถูกส่งมาทำภารกิจสืบสวนเรื่อสำราญ “สเปนเซอร์เรน” ที่กลายสภาพเป็นห้องทดลองของอัมเบรลล่าที่ลอยอยู่กลางทะเล 

 

-ด้วยความช่วยเหลือของ “ฟง หลิง” เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้ทั้งคู่ได้รู้ว่าต้นเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อ TG-Virus มาจาก Morpheus D. Duvall (มอร์เฟียส ดี ดูวาล) อดีตเจ้าหน้าที่บริษัทอัมเบรลล่า ที่เคียดแค้นองค์กรเดิมของตน แถมยังเรียกค่าไถ่จากรัฐบาลสหรัฐ กับรัฐบาลจีน เป็นเงินจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์ แลกกับความปลอดภัยของคนทั้งโลก เพราะเขากำลังจะยิงเอาจรวดที่มีเชื้อ T-Virus ให้กระจายไปทั่วโลกนั่นเอง

 

-มอร์เฟียส ถูกกำจัดลงได้ ความช่วยเหลือจากรัฐบาลก็ส่งมาถึง ทั้งสองกลับบ้านอย่างปลอดภัย

 

 

ปี 2000 

-โครงการ NEXBAS  (Next-generation EXperimental Battlefield Superiority) หนึ่งในโครงการจากบริษัทคู่แข่งของ บริษัทอัมเบรลล่าอย่าง บริษัท Tentsu ได้ร่วมมือกับ กองกำลัง H.C.F. หรือ Hive/Host Capture Force ของเวสเกอร์ เอาข้อมูลไวรัสที่รวบรวมมาได้ สร้างไวรัสชนิดใหม่แข่งกับอัมเบรลล่า และมีเวสเกอร์เป็นที่ปรึกษาลับๆ

 

ปี 2001

-ราชายาเสพติดแห่งอเมริกาใต้ “Javier Hidalgo”(ฮาเวียร์ ฮิดัลโก้) ได้ติดต่อกับเวสเกอร์

- มานูเอลล่า ลูกสาวของฮาร์เวียร์ ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะเพื่อยื้อชีวิตลูกสาว ที่ติดเชื้อจากโรคระบาดปริศนาเหมือนกับแม่ 

 

 

ปี 2002 Resident Evil Darkside Chronicles (Operation Javier)
-หลังจากที่เลออนได้รับการบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลแล้ว เขาได้รับภารกิจให้ตามจับกุมฮาร์เวียร์ ราชายาเสพติดแห่งอเมริกาใต้  ร่วมกับคู่หูคนใหม่ “แจ๊ค เคราเซอร์”(Jack Crauser)

 

-พวกเลออนได้พบกับ มานูเอลล่า ลูกสาวของฮาร์เวียร์ ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะเพื่อยื้อชีวิตลูกสาว และยังพบกับศพของเด็กสาวที่หายไปนับร้อยคน

 

-ลีออนและเคราเซอร์ที่กำลังเข้าตาจน จากการต่อสู้กับฮาเวียร์ ก็ได้มานูเอลล่าช่วยเอาไว้ ด้วยพลังจิตที่สามารถทำให้อากาศกลายเป็นไฟ (ผลพวงจากเชื้อ T-Veronica) ย่างสดพ่อของเธอที่กลายเป็น B.O.W.เต็มขั้น

 

-หลังจากที่ช่วยมานูเอลล่าออกมาได้ เธอก็อยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐบาลสหรัฐ และไม่สามารถใช้พลังพิเศษใดๆได้อีกเลยจนถึงปัจจุบัน

 

-เคราเซอร์ ถูกปลดออกจากกองทัพสหรัฐฯหลังจากที่แขนซ้ายของเขาได้รับบาดเจ็บ จากการทำภารกิจตามล่าฮาเวียร์ จนไม่สามารถรักษาให้หาย บวกกับความอิจฉาในตัวเลออนที่มีโปรไฟล์ดีกว่าตน  ในที่สุดเขาก็ไปอยู่กับเวสเกอร์ และร่วมองค์กรของเขา โดยหวังว่าตัวเองจะเหนือกว่าเลออนซักวันหนึ่ง

 

 

กุมภาพันธ์ ปี 2003 Resident Evil Umbrella Chronicles (Umbrella’s End)

-หลังจากที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาของ B.O.W. รุ่นใหม่ ทำให้รัฐบาลรัสเซียเริ่มการโจมตีห้องทดลองของ Umbrella ในรัสเซีย

 

-คริสและจิล เข้าร่วมกองกำลังต่อต้านอาวุธชีวะภาพ  และสามารถกำจัด  T-A.L.O.S. ที่ เป็น B.O.W. รุ่นใหม่

 

-เมื่อทราบที่อยู่ของ U.M.F. -013  ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการที่เวสเกอร์ได้แทรกตัวเข้าไปในสำนักงานของอัมเบรลล่าสาขารัสเซีย และเอาชนะวลาดิเมียที่ได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว 

 

-ข้อมูลที่เป็นความลับของอัมเบรลล่า ถูกใช้ประกอบการพิจารณาคดีของศาล ในที่สุด บริษัทอัมเบรลล่าถูกศาลสั่งฟ้องล้มละลาย

 

-หลังอัมเบลล่าล่มสลาย Hunk อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอัมเบรลล่ามือวางอันดับ 1 ก็กลายเป็นคนที่ไร้เป้าหมายในชีวิต ได้แต่ร่อนเร่พเนจร และไม่มีใครทราบชะตากรรมอีกเลย…

 

 

-เวสเกอร์ชิ่งหนีเอาข้อมูลไปขายให้กับ เอ็กเซลล่า จิโอเน่ (Excella Gionne) ผู้จัดการบริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ Tricell  จนสามารถต่อยอด พัฒนาสายพันธ์ไวรัสมฤตยูรุ่นใหม่ๆต่อไป

 

 

 RE-4  (1)

ปี 2004 Resident Evil 4 

 สมาพันธ์ต่อต้านการใช้งานอาวุธชีวภาพ หรือ BSAA (Bioterrorism Security Assessment Alliance) ถูกก่อตั้งโดยสมาคมเภสัชกรรมโลก (ซึ่งเป็นองค์กรที่มีคณะกรรมการของ Tricell มาร่วมด้วย)

 

-เอด้า หว่อง สามารถดักอีเมลล์ที่ส่งมาจาก “ลูอิส เซร่า” (Luis Serra) นักวิจัยของ “ออสมุนส์ แซดเลอร์” หัวหน้าลัทธิ Los Illuminados   ที่ระบุถึงข้อมูลของปรสิต “ลาส พลากัส” (Las Plagas)

 

-ลูอิส หนีออกมาจากลัทธิ พร้อมกับตัวอย่างของลาส พลากัส แต่ในที่สุดก็ถูกจับได้

 

-เคราเซอร์ ลักพาตัว  “แอชลีย์ เกรแฮม” (Ashley Graham) ลูกสาวของประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา

 

-เลออนถูกส่งไปช่วยแอชลีย์ ในขณะเดียวกัน Ada จะถูกส่งไปชิงตัวอย่าง ลาส พลากัส ภายใต้คำสั่งจากเวสเกอร์ 

 

-ลูอิสถูกแซดเลอร์ หัวหน้าลัทธิ Los Illuminados  ฆ่าตาย

 

-เลออนสามารถกำจัดแซดเลอร์ได้และเผชิญหน้ากับเคราเซอร์ที่รับเอาปรสิต ลาสพลากัสเอาไว้ แต่ก็แพ้เลออนเช่นกัน พร้อมกับการได้ตัวอย่างลาส พลากัส แต่ถูกเอด้าแย่งไปอีกทอดหนึ่ง

 

-เลออนหนีออกมาจากเกาะกับแอชลีย์ด้วยเจ็ทสกี 

 

 

ปี 2004  Resident Evil Revelations

-กลุ่มก่อการร้ายที่เรียกตัวเองว่า “il Veltro” (อิล เวลโตร) ได้ทำการโจมตี “Terragrigia” (เทอรา กริเจีย) เกาะลอยน้ำที่สร้างขึ้นเพื่ออยู่อาศัย ด้วยไวรัสตัวใหม่ที่ชื่อ “T-Abyss”

 

-เพื่อยุติเรื่องราวอันเลวร้ายในเมืองดังกล่าว “Morgan Lansdale” (มอร์แกน แลนส์เดล) ฺหัวหน้าคณะกรรมาธิการของ หน่วยควบคุมการใช้งานอาวุธชีวภาพ หรือ FBC (Federal Bioterrorism Commission) ได้วางแผนและดำเนินการทำลายเมืองดังกล่าวทิ้งด้วยอาวุธดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์ “Regia Solis” (เรเกีย โซลิส)

บัดนี้ ทั่วโลกก็ได้ตระหนักถึงภัยคุกคามอันเกิดจากการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพแล้ว

 

-ปาร์คเกอร์ ลูเชียนี่ และ เจสสิก้า เชอราวัต ตัดสินใจลาออกจาก FBCแล้วไปเข้าหน่วยง BSAA 

 

 

 

ปี 2005 

 

-”คริส เรดฟิลด์” และ “เจสสิก้า เชอราวัต”  ถูกส่งไปยังภูเขาพื้นที่ยุโรปเหนือเพื่อสอบสวน แหล่งกบดานของพวก“Veltro ที่หลงเหลือ” แต่ทั้งคู่ก็ขาดกรติดต่อกลับ

 

-จิล วาเลนไทน์ และ ปาร์คเกอร์ ลูเชียนี่ ถูกส่งมาทำภารกิจตามหาคริส บรเรือ “ควีน เซโนเบีย” ( Queen Zenobia) ทั้งคู่ได้พบว่าบนเรือ ถูกดัดแปลงเป็นเหมือนห้องทดลองกลายๆ  อีกทั้งยังมีการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์  “T-Abyss”  (เชื้อ T ไวรัส ผสมกับเซลล์ของสัตว์น้ำ) และสัญญาณที่ขาดหายไปของคริส ก็เป็นเพียงเหยื่อล่อให้สองคนนี้เข้ามาเท่านั้น และเหตุนี้ ทำให้จิลสลบไปหลายชม.

 

- ที่หุบเขา “วัลโคเนน” (Valkoinen Mökki) คริส และ เจสสิก้า พยายามติดต่อกับหัวหน้า BSAA “ไคลฟ์ อาร์ โอ ไบรอัน” (Clive R. O’Brian) และเมื่อสามารถติดต่อได้ ไคลฟ์จึงได้รู้ว่าทั้งหมดเป้นกับดักที่ล่อให้คนของ BSAA แยกกันทำงาน จึงได้ออกคำสั่งให้ทั้งคู่ไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เริ่มทำการออกตามหาจิล และปาร์คเกอร์ ส่วนภารกิจในยุโรปตอนเหนือ ไคลฟ์ได้ส่ง  “คีธ ลัมเลย์” (Keith Lumley) และ “ควินท์ เซทชัม” (Quint Cetcham) เข้าไปแทน 

 

-ควินท์ ค้นพบสัญญาณเรือเซโนเบียที่ระบุตำแหน่งของจิลได้ คริส และเจสสิก้าจึงรีบไปยังจุดที่ควินท์ส่งมา แต่ดันเป็นเรือฝาแฝดที่ชื่อ “ควีน เซมิลามิส” (Queen Semiramis)

 

-จิล ตื่นขึ้นมาในสภาพไร้อาวุธ แต่ก็หาทางเชื่อมต่อกับหน่วยงานได้ หลังจากที่พบว่าเครื่องมือสื่อสารในเรือควีนเซโนเบียถูกทำลาย อาวุธดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งหลังจกนั้นไม่นานนัก คริส กับเจซซิก้าก็เข้าร่วมทีมกับจิลบนเรื่อควีนเซโนเบีย

 

-แม้ว่าจิลล์และปาร์คเกอร์ ค้นพบสถานที่วิจัย ในใต้ท้องเรือส่วนที่ลึกที่สุดของควีนเซโนเบีย และสามารถติดต่อกับโอ ไบรอันได้ ซึ่งก็ตรงกับช่วงที่เขาได้รับการติดต่อจากสภาความมั่นคงสหภาพยุโรป ว่าตอนนี้ เรือควีนเซโนเบียกำลังตกเป็นเป้าโจมตีของRegia Solis โชคดีที่ทั้งคู่ปล่อยโดรน UAV เพื่อหลอกล่อดาวเทียมให้เล็งไปทางอื่น แต่ก็เกิดคลื่นซัดจนเรือควีนเซโนเบีย เสียหลักและกำลังจะจม

 

-คีธ และ ควินท์ แฮ็กเข้าเซิฟเวอร์ของ FBC และก็พบกับหลักฐานสำคัญ เกี่ยวกับการโจมตีเรือควีนเซโนเบีย มี FBC อยู่เบื้องหลัง และโอไบรอัน ก็จัดฉากการกลับมาของอิลเวลโตร เพื่อให้นายพลแลนส์เดลเผยแผนชั่วออกมา

 

-ปาร์คเกอร์พบว่าเจสสซิก้าเป็นสายให้นายพลแลนส์เดล (จริงๆแล้วเป็นสายให้กับ เอ็กเซลล่า จิโอเน่ (Excella Gionne) ผู้จัดการบริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ Tricell) เรือซามิรามิส จมลงด้วยการที่เจสซิก้ากดปุ่มระเบิดเรือแล้วก็หนีไป

 

-คีธ และ ควินท์  พบเรือลำที่สาม “ควีน ไดโด้” (Queen Dido) ระหว่างหนีออกจากการจมของควีนเซโนเบีย ปาร์คเกอร์ก็ร่วงลงสู่ด้านล่างจากเหตุระเบิด เหลือแค่คริส และจิล ที่ต้องไปยังเรือควีนไดโด้ต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์

 

-ในเรือควีนไดโด้ ทั้งสองคนพบว่า กลุ่ม “อิล เวลโตร” ผู้ร้ายตัวจริงคือ “แจ๊ค นอร์แมน” ที่มีเอี่ยวกับหัวหน้าคณะกรรมาธิการ มอร์แกน แลนสเดล ซึ่งแน่นอนว่าตามสูตรเกมไบโอ บอสที่เป็นคน ก็จะต้องฉีดเอาไวรัสเข้าตัว  แจ๊ค นอร์แมนก็เช่นกัน เขากลายเป็น Ultimate Abyss แล้วก็โดนรุมยิงตายตามสูตร

 

-ด้วยหลักฐานที่ค้นพบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงโศกนาฏกรรมมที่เทอรากริเจีย ก็สามารถสาวไปถึงตัวมอร์แกน แลนสเดล ผู้อยู่เบื้องหลัง และถูกจับกุมได้ ส่วนโอ ไบรอันประกาศแสดงความรับผิดชอบในภารกิจที่เกือบพาลูกน้องไปเสี่ยงตายด้วยการลาออก 

 

Resident timeline ex0001

-ปาร์คเกอร์ “รอดชีวิต” จากเหตุเรือระเบิด เขาไปนอนเกยตื้นอยู่แถวๆ มอลต้า ใกล้กับชายทะเลเมดิเตอเรเนี่ยน หลังจากพักรักษาตัว เขาก็กลับมาทำงานต่อ

 

-คริส และจิล ได้ข่าวของลอร์ดสเปนเซอร์ จึงรีบไปยังยุโรปต่อไป…

 

- BSAA คว้าโอกาสนี้ ทำการปฏิรูปเป็นหน่วยต่อต้านอาวุธชีวภาพภายใต้อำนาจของสหประชาชาติ

 

 

Re timeline ex (9)

สิงหาคมปี 2005 

-หนึ่งใน NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) ที่ชื่อ  Terrasave ได้ทำการเรียกร้องให้เปิดเผยผลของการทดลองทางคลินิกเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ “วิลฟาร์มา” WilPharma ในอินเดีย

 

 

————————————————————–

 

ปี 2005 Resident Evil Degeneration

 แปะโป้ง เดี๋ยวมาอัพเดท

ปี 2006 Resident Evil 5 (Lost in Nightmares)

  แปะโป้ง เดี๋ยวมาอัพเดท

ปี 2009 Resident Evil 5 (Main game + Desperate Escape)

  แปะโป้ง เดี๋ยวมาอัพเดท

ปี 2011 Resident Evil Damnation

  แปะโป้ง เดี๋ยวมาอัพเดท

 

Resident-Evil--Revelation2-gameplay--(1)

 

ปี 2011 Resident Evil Revelations 2

 

 

 

biohazard-umbrella-corps (12)

ปี 2012 Umbrella Corps

-เจ้าหน้าที่สายลับ “รหัส  3A-7″ ได้รับคำสั่งจาก “บริษัท  อัมเบรลล่า” (จดทะเบียนบริษัทใหม่ บอร์ดบริหารใหม่ ใช้ชื่อเดิม)  ให้ทำภารกิจเก็บตัวอย่างไวรัสทุกชนิดที่อัมเบรลล่าเคยสร้างมาตามที่ต่างๆทั่วโลก โดยมีอุปกรณ์ระดับเทพอย่าง Zombie Jammer ที่เอาไว้กันซอมบี้ขย้ำหัวแบบ 100% (ถ้าเครื่องไม่พังซะก่อน) ติดตัวไปด้วย และเขาก็ออกเดินทางพร้อมชาวคณะสวมหน้ากากกันแก๊ส ที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน

 

***บางแหล่งข้อมูลบอกว่าสายลับ “รหัส  3A-7″ คือ Hunk สุดยอดยามจากบริษัทอัมเบรลล่าในอดีตที่กลับมาทำงานต่อ แต่ไม่มีการยืนยันว่าเป็นเขาจริงๆแต่อย่างใด***

 

-ในขณะเดียวกัน บริษัทเห็บเหาทั้งหลายแหล่ ที่ตั้งตนเป็นคู่แข่งของอัมเบรลล่า ก็มาร่วมวงในการไล่ล่าตัวอย่างเอาไปทำไวรัสเช่นกัน และแน่นอนว่าสายลับ 3A-7 และชาวคณะ เจอของแข็งรอบด้าน โดยรายชื่อบริษัททำไวรัสขาย  ได้แก่  Suntech Samurai Co/  Suntech Ninja C / Medvedev / Sheng-Ya Pharmaceutical / Aeolus Edge East / Aeolus Edge West / Tenenti Inc / Saurian Corporation / Akembe Chemical  และ Rashid-Sahir Industries

 

บัดนี้ ฉากใหม่ของสงครามอาวุธชีวภาพหลังยุคอัมเบรลล่า ก็เริ่มต้นขึ้น!

 

 

 Re timeline ex (5)

ปี 2012 Resident Evil  / Bio Hazard : Marhawa Desire ไบโอฮาซาร์ด -วิกฤตโรงเรียนนรก

-โรงเรียนมาฮาวะ ประเทศสิงคโปร์ ได้เกิดเหตุเชื้อไวรัสระบาด ซึ่งเป็นการโจมตีโดยสองนักเรียนสาว “บินดี เบอการา” (Bindi Bergara) และ “นานัน โยชิฮาระ” (Nanan Yoshihara) ที่ใช้ C-Virus ที่บิดีได้มาจาก “หญิงลึกลับ” (คาร์ล่า ราดาเมส/ เอด้าตัวปลอม อดีตมือขวาของ ดีเร็ค ซิมม่อน) ทำให้นักเรียนกลายเป็นซอมบี้ เพียงเพราะถูกกลั่นแกล้ง และปัญหาในรั้วโรงเรียน แต่ทางโรงเรียนต้องการปิดข่าว จึงไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากใคร

 

-นานัน กลายร่างเป็น B.O.W.  Lepotisa ส่วน บินดี หลอกทุกคนโดยการเล่นละครตบตา แสดงท่าทีไม่รู้เรื่องอะไรเลย และใช้ชีวิตในโรงเรียนต่อไป

 

-ดั๊ก ไรท์  ศาสตราจารย์วิชาจุลชีววิทยา ที่มหาวิทยาลัยเบนเน็ตต์ของสิงคโปร์ ควบตำแหน่งที่ปรึกษาให้กับ BSAA ของสาขาฟาร์อีสท์ ได้รับคำขอร้องจากแม่ชีกราเซีย ซิสเตอร์ของโรงเรียนมาฮาวะ และ  ริคกี้ โทซาว่า หลานชายได้เข้ามาสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

 

-ริคกี้ถูกซอมบี้สาวในโรงเรียนกัด แต่ทว่าไม่แสดงอาการใดๆในตอนเช้าหลังจากช่วยไรท์เพื่อยืนยันว่าการระบาดของโรคไม่ได้เป็นสายพันธุ์ของ T -Virus  แต่เป็นอย่างอื่น ส่วนไรท์กลับหายตัวไป

 

-คริส เรดฟิลด์ / เพียร์ส นิแวน และ เมร่า บีจี  เจ้าหน้าที่ BSAA มาถึงโรงเรียนแห่งนี้ และเข้าตรวจพื้นที่ท่ามกลางการอาละวาดของซอมบี้ และ B.O.W.

 

Re timeline ex (7)

-บินดีกลายร่างเป็น “J’avo” (จู อาโว) B.O.W.สายพันธุ์ปรสิต ที่เกิดจาก C-Virus รุ่นต้นแบบ เพื่อกำจัดเจ้าหน้าที่ทุกคน  คริส, เพียร์ส ,เมร่า และ ริคกี้ ร่วมมือกันต่อสู้กับบินดี ทั้งหมดเอาชนะบินดีได้ท่ามกลางวงล้อมของฝูงซอมบี้ แต่ระหว่างขึ้นเครื่องบินกลับ ซากของบินดีได้ปล่อยหนวดอันแหลมคมเข้าหาเพียร์ส แต่เมร่าก็เข้มาขวางไว้จนถูกแทงทะลุร่าง

 

Re timeline ex (8)

-เพียร์ส ลงมือกำจัด บินดี ด้วยปืนกลของเฮลิคอปเตอร์ เมร่าที่ถูกแทง ก็เสียเลือด และทนพิษบาดแผลไม่ไหวจนเสียชีวิต

 

- ดั๊ก ไรท์ และ แม่ชีกราเซีย เสียชีวิตในเหตุครั้งนี้ ส่วน ริคกี้ โทซาว่า ได้กลายเป็นช่างภาพของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง (และยังมีส่วนในการบันทึกภาพเหตุการณ์ใน “หลิง ชาน” ประเทศจีน)

 

-โรงเรียนมาฮาวะถูกสั่งปิด และกั้นเป็นเขตกักันพิเศษ ซึ่งทั้งหมด ก็เป็นแผนของ เอด้า หว่อง (ตัวปลอม – คาร์ล่า ราดาเมส) ที่ได้ข้อมูลจาการต่อสู้ในครั้งนี้มาอัพเกรดเป้น C-Virus ที่สมบูรณ์

 

 

 

24 ธันวาคม ปี 2012 Resident Evil 6 

 -คริส เรดฟิลด์ และ เพียร์ส  นีแวนส์ นำกำลังหน่วย BSAA นับพัน เข้าแทรกแซงสงครามกลางเมืองของ ประเทศเอโดเนีย และที่นั่น ก็เริ่มมีการใช้ C-Virus ในการสู้รบ พวกมันถูกเรียกว่า J’avo (จู อาโว) ไวรัสสายพันธ์ปรสิต ที่สามารถคงความเป็นมนุษย์ในตัว มีความนึกคิดที่บ้าคลั่ง และมีการสื่อสาร การใช้อาวุธต่างๆได้เหมือนคนทั่วไป

 

-เจค มัลเลอร์ ลูกชายของเวสเกอร์ เข้าร่วมกับหน่วยทหารรับจ้างของเอโดเนีย โดยการฉีด C-Virus เข้าไป แต่กลับไม่มีอาการผิดปกติ

 

-เชอร์รี่ เบอร์กิ้น ได้เข้ามายังประเทศเอโดเนีย และพบกับเจคโดยบังเอิญ และพบว่าร่างกายของเจค มีคุณสมบัติต้านไวรัส จึงได้ขอตัวอย่างเลือดของเจค แลกกับเงินที่เขาเสนอมาเป็นจำนวน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

-เชอร์รี่ และ เจค ร่วมมือกันฝ่ากองทัพ J’avo (จู อาโว) และ B.O.W. ตัวใหม่อย่าง Ustanak (อุสตานัค)มายังจตุรัสกลางเมือง เธอได้พบกับ คริส ที่กำลังทำภารกิจ แต่ยังไม่ทันคุยกันมาก ก็ต้องรับมือกับ Ogroman (ออโกรมัน) B.O.W. ขนาดยักษ์

 

 - หลังจากเอาชนะได้ พวกเชอร์รี่ และ คริส ก็แยกไปทำภารกิจของตน ซึ่งเชอร์รี่ ขึ้นฮ.ลำเลียงพลของ BSAA เพื่อกลับอเมริกา แต่ Ustanak (อุสตานัค) ยังคงตามมาไล่ล่า จน ฮ.ของทั้งสองร่วงลง ทั้งคู่เอาตัวรอดจากการไล่ล่าของพวกจูอาโวมาได้

 

- อีกด้านหนึ่ง คริสก็สูญเสียลูกน้องจากการทำภารกิจคุ้มกัน เอด้า หว่อง (ตัวปลอม – คาร์ล่า ราดาเมส) ที่อ้างว่ามีข้อมูลของ C- Virus ของ “นีโออัมเบรลล่า”  แต่สุดท้ายก็เป็นแผนของเธอที่ล่อให้ BSAA มาติดกับ คริสเอาตัวแทบไม่รอด และยังมีอาการความจำเสื่อมจากการกระแทกรุนแรง และ ความสะเทือนใจที่เห็นลูกน้องตายต่อหน้า 

 

 

25 ธันวาคม ปี 2012

-หลังเอาตัวรอดจากการไล่ล่าของพวกจูอาโว  พวกของเชอร์รี่ ก็พบกับ เอด้า หว่อง (ตัวปลอม) และถูกจับตัวไปยังห้องทดลองแห่งหนึ่งในจีน นานถึง 6 เดือนเต็มๆ

 

 

เมษายน ปี 2013 (Resident Evil 7)

 -โครงการ NEXBAS  (Next-generation EXperimental Battlefield Superiority)  ถูกสั่งยุติกิจการ เหลือเพียง กองกำลัง H.C.F. หรือ Hive/Host Capture Force ของเวสเกอร์ในอดีต เกิดสภาวะลอยแพ จึงได้โยกย้ายทีมงาน ไปอยู่ขึ้นตรงกับ บริษัท TENTSU และเริ่มการสร้างไวรัส E- Series (เอกสารในเหมืองเกลือ)

 

-

27มิถุนายน ปี 2013 Resident Evil 6 

-เอด้า หว่อง (ตัวจริง)ได้เข้ามายังเรือดำน้ำขนาดใหญ่ ที่มหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อมาล้วงเอาข้อมูลการก่อการร้าย และการใช้ C-Virus ในประเทศเอโดเนีย ตามคำเชิญของ “ดีเรค ซิมม่อนส์” (Derek Simmon) ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา แต่เรือลำดังกล่าวก็มีจูอาโวรอต้อนรับเธอ แต่ด้วยฝีมือระดับสายลับขั้นเทพของเธอ (บวกกับสิทธิพิเศษของการเป็นตัวละครที่มีคนอวยเยอะ) เลยรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

 

29 มิถุนายน ปี 2013

 -15 ปีหลังเกิดเหตุการณ์ระบาดในเมืองแร็คคูนซิตี้ เลออน ก็ได้เลื่อนขั้นเป็น “เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษที่ทำงานภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีเท่านั้น” จนกระทั่ง “ประธานาธิบดีเบนฟอร์ด” ผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนซี้ และเจ้านายของเขาถูกเชื้อ C-Virus ทำให้กลายเป็นซอมบี้  ซึ่งเหตุการณ์นี้ ทำให้เมือง “Tall Oak” (ทอลโอ๊ค) ที่มีประชากรกว่า 70,000 คน กลายเป็นซอมบี้ และเขาก็กล่าวโทษ “เฮเลน่า ฮาร์เปอร์” เจ้าหน้าที่สาวหุ่นสะบึมบึ้ม จากหน่วย U.S.S.S  (ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา)ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเธอให้เหตุผลว่า “ดีเรค ซิมมอนส์ “ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้กดดันเธอด้วยการจับตัวน้องสาวของเธอ ชักใยเรื่องราวทั้งหมด…

 

-เอด้า (ตัวจริง) ได้อยู่ที่เมืองTall Oak พอดี ก็ได้เข้าไปยังห้องทดลองลับใต้โบสถ์แห่งหนึ่ง และได้สมทบกับพวกของเลออน กับ เฮเลน่า ที่กำลังสู้กับ Deborah (เดบรา) น้องสาวของเฮเลน่าที่กลายเป็น B.O.W.พอดี 

***สาเหตุที่ “ดีเรค ซิมม่อนส์” (Derek Simmon) ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาวางแผนที่จะสังหารประธานาธิบดี เบนฟอร์ด เพราะดีเรคมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรที่เรียกตัวเองว่า “The Family” เป็นผู้อยู่เบื้อหลังเหตุการณ์แรคคูนซิตี้ระเบิด และแน่นอนว่า คนเถรตรงอย่างประธานาธิบดีเบนฟอร์ด ก็เตรียมเปิดโปงแผนการที่ว่านั่น และยังทำให้ประเทศอเมริกาอันเป็นที่รักต้องมีมลทินจากแผนการร้ายในอดีต จึงต้องมีการวางแผนฆ่าปิดปากด้วยการให้เฮเลน่า ปล่อยเชื้อ C-Virus ทำให้เป็นซอมบี้ไปเลย*** 

 

-เลออน และ เฮเลน่า ถูกใส่ความว่าเป็นผู้ร่วมกันลงมือสังหารประธานาธิบดีเบนฟอร์ด  แต่ด้วยความช่วยเหลือของโอเปอเรเตอร์สาว ฮันนิแกน ที่ช่วยกันกุข่าวเรื่องการตายของทั้งคู่ รายงานให้รัฐบาลทราบ จึงรอดมาได้ และต้องออกตามหาหลักฐานมายืนยันว่าพวกตนเป็นผู้บริสุทธิ์

 

-เอด้า (ตัวจริง) ได้แยกตัวออกมาจากกลุ่มของเลออน และเข้าตรวจสอบไฟล์ในห้องทดลองนิดหน่อย แต่ก็พบกับเอกสาร และไฟล์วิดิโอของ “เอด้า หว่อง” (ตัวปลอม – คาร์ล่า ราดาเมส) แต่ก็มีการติดต่อจาก ดีเรค ถึงแผนการขั้นต่อไป แต่เอด้ารู้จักดีเรคดี และวิธิการพูดก็ต่างกัน เะอจึงมั่นใจว่าดีเรคที่คุยด้วยในสายโทรศัพท์ เป็นดีเรคตัวปลอม แต่ด้วยการที่เธออยากรู้ความจริง เอด้า (ตัวจริง) จึงต้องออกเดินทางไปเมืองจีนให้รู้เรื่อง…

 

- ในวันเดียวกัน..อีกซีกโลกหนึ่ง เพียร์ส ก็สามารถดึงสติ คริส จนกลับมาทำงานได้อีกครั้ง ทั้งๆที่ยังจำอะไรไม่ได้มากจากอาการความจำเสื่อมเมื่อ6เดือนก่อน แต่ก็เตรียมตัวทำภารกิจปราบปรามการก่อการร้ายด้วย B.O.W ครั้งใหม่ที่ประเทศจีน

 

 

30 มิถุนายน ปี 2013

-คริส ได้พาทีม BSAA ชุดใหม่ ทำภารกิจปราบปรามเหล่า B.O.W.  และเข้าช่วยตัวประกันบนตึกแห่งหนึ่ง แต่เกือบเอาตัวไม่รอด เพราะทางต้นสังกัดยิงมิไซล์ถล่มตึกเลเทะ และหลังจากนั้นไม่นาน นัก คริสก็ได้ความจำกลับคืนมา แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาต้องเสียลูกทีมไป ยิ่งทำให้คริสโมโห และเครียดยิ่งกว่าเดิม

 

-เลออนที่กำลังนั่งเครื่องบินมายังประเทศจีน ก็พบความผิดปกติของห้องนักบิน และก็พบว่าบนเครื่อง มีพวก B.O.W. มาบนเครื่องและทำให้ผู้โดยสารกลายเป็นซอมบี้ เขาจึงต้องรับบทนักบินจำเป็น พาเครื่องร่อนลงอย่างทุลักทุเล

 

-6 เดือนหลังจากการถูกจับตัว เชอร์รี่ และ เจค ก็สามารถหนีออกมาจากห้องทดลองของนีโออัมเบรลล่าในประเทศจีน โดยเจคเล่าว่าระหว่างที่ถูกขังเขาก็โดนสูบเลือดไปสกัดทำเป็น C-Virus เวอร์ชั่นใหม่มาตลอด และรับไม่ได้กับสิ่งที่ เวสเกอร์ พ่อของเขาทำลงไปเมื่อ 4 ปีก่อน ทั้งคู่ก็หนีจนมาพบกับเลออน กับ เฮเลน่า โดยเลออนเตือนว่าให้ระวัง ดีเรค ซิมม่อนส์ เจ้านายของเชอรืรี่ให้ดีด้วย แต่ยังพูดคุยไม่มาก ทั้ง4คนก็ต้องรับมือกับ B.O.W. อย่าง Ustanak (อุสตานัค) อีกรอบ และเมื่อทั้ง 4 คนเอาชนะได้ เชอรืรี่ก็บอกที่อยู่จุดนัดพบของดีเร็คให้เลออนทราบ ก่อนแยกตัวไป

 

-เลออน และ เฮเลน่า ได้เดินทางมายังโรงงานผลิต C-Virus ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับ คริส และเพียร์ส กำลังไล่ต้อน เอด้า หว่อง (ตัวปลอม) เลออนขอร้องให้จับเป็น แต่คริสที่มีความแค้น ต้องการจับตายเพราะจะล้างแค้นให้ลูกทีมของตน แต่เลออนก็ตอกกลับไปว่าเขาเองก็สูญเสียคน 70,000 คน และประธานาธิบดีสหรัฐด้วย ซึ่งเอด้าก็สามารถเป็นพยานที่สามารถยืนยันในชั้นศาลเพื่อเอาผิดดีเร็คได้ด้วย

 

ระหว่างหันปากกระบอกปืนใส่กันของสองหนุ่ม ก็ทำให้ เอด้า (ตัวปลอม) หนีไปได้ คริสที่กำลังโกรธจัด จึงคิดจะไล่ตาม แต่ก็ได้เลออนเตือนสติ ให้คริสเก็บความแค้นเก็บเอาไว้ทีหลัง ซึ่งคริสก็รับปาก และปล่อยให้เลออนจัดการกับดีเร็ค ส่วนตัวคริส และเพียร์ส จะไล่ล่าเอด้า (ตัวปลอม) มาให้ปากคำในชั้นศาลให้ได้

 

-เลออนได้ไปตามจุดนัดพบที่เชอร์รี่บอก เพื่อตามล่าตัวดีเร็ค และไม่นานนัก เชอร์รี่ และเจคก็ตามมาสมทบ และเธอก็ได้รู้ถึงแผนการชั่วร้ายของดีเร็คเข้า จึงได้มอบตัวอย่างเลือดของเจคให้เลออน แล้วพวกเชอร์รี่ก็หนีไป ก่อนที่จะมีการดวลปืนกันเกิดขึ้นระหว่าลูกน้องของดีเร็ค กับพวกของเลออน  แต่ทว่า พวกของเชอร์รี่ ก็พลาดท่า ถูกจับตัวไปอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาถูกส่งไปยังสถานีวิจัยใต้ทะเลในน่านน้ำของจีน

 

-ดีเร็ค กลายร่างเป็น B.O.W. เพื่อสู้กับเลออน และไม่ยอมถูกจับไปสอบสวนจนประเทศต้องเสียชื่อแน่นอน แต่สุดท้ายก็ไม่รอดความเป็นมือปืนระดับเทพของเลออนไปได้

 

-คริส และเพียร์ส ไล่ล่าเอด้า(ตัวปลอม)จนถึงเรือขนาดใหญ่ และยังได้รับรู้แผนการครั้งใหญ่ของเธอ ที่จะปล่อยหมอกควันที่บรรจุ C-Virus เข้าถล่มเมือง แต่เธอก็ถูกลูกน้องของดีเร็คตามมายิงเธอจากเครื่องบิน คริสได้รับหลอด C-Virus และให้เพียร์สเก็บเอาไว้ เผื่อว่าหลังจบงาน จะส่งให้ทีมวิจัยของ BSAA ของ รีเบคก้า แชมเบอรส์ ทำการตรวจสอบต่อไป และทั้งคู่ก็รีบขึ้นเครื่องบินรบที่จอดบนเรือมาใช้เพื่อขับตามจรวดเพื่อปลดชนวน แต่ว่าสายไปแล้ว หมอกควันที่เกิดจาก C-Virus ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ผู้คนนับแสนกลายเป็นซอมบี้อย่างที่เธออยากเป็น

 

-แต่ในอีกมุมหนึ่ง เอด้า (ตัวจริง) ก็เข้ามาตรวจสอบภายในเรือลำดังกล่าว และได้เห็นภาพของ เอด้า(ตัวปลอม) ถูกยิงร่วงลงมา หลังจากที่คริส และเพียร์สจากไป เอด้าจึงเข้ามาดูศพเอด้า(ตัวปลอม) แต่ทว่าร่างที่ไร้ชีวิต ก็ถูก C-Virus ตัวอัพเกรดจากเลือดของเจค ทำให้กลายเป็น B.O.W. แต่เอด้าก็สามารถเอาชนะมาได้

 

***คาร์ล่า ราดาเมส แต่เดิมคือนักวิทยาศาสตร์ที่หลงรัก “ดีเร็ค ซิมมอนส์” แต่ดีเร็คกลับมองเธอเป็นแค่ทาสรับใช้ หลอกเธอจนสามารถสร้าง C-Virus ออกมาได้สำเร็จ   

 

แต่วันๆของดีเร็ค ก็เอาแต่พร่ำเพ้อหา “เอด้า หว่อง” สาวสวยชาวจีนที่เคยร่วมงานกันเมื่อ 15 ปีที่แล้ว คลั่งถึงขั้นเอา C-Virus มาฉีดเข้าร่างของผู้หญิงที่เป็นหนูทดลองราวๆหนึ่งหมื่นคน เพื่อหาคนที่สามารถกลายเป็น “เอด้า หว่อง ในอุดมคติ”ของดีเร็ค แต่ว่า DNA ของคาร์ล่าถูกวิจัยมาว่ามีโอกาสเข้ากันกับ C-Virus ได้  แน่นอนว่าคาร์ล่าไม่ลังเลที่จะพลีกาย ยอมเป็นหนูทดลอง จนในที่สุด เธอก็กลายเป็นเอด้า หว่องจริงๆ

 

แต่ทว่าเอด้าตัวปลอมที่ถูกล้างสมอง กลับเริ่มรู้สึกมีความขัดแย้งในจิตใจ และรู้ตัวว่าตัวเองก็แค่ของสนองตัณหาของดีเร็คเท่านั้น เธอจึงเริ่มแผนการทรยศ และป้ายความผิดให้ดีเร็คจนถึงทุกวันนี้***

 

 

1 กรกฎาคม ปี 2013

-เลออน และเฮเลน่า ก็กำลังจะหาทางออกจากประเทศจีน ก็ได้พบกับเอด้า (ตัวจริง) ที่ขับเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ฝูงซอมบี้ที่กำลังล้อมพวกเลออนอยู่ โดยเธอจะนำเครื่องไปจอดทิ้งไว้บนดาดฟ้า ส่วนตัวเธอจะเข้าไปจัดการกับเอกสาร งานวิจัยต่างๆที่จะสาวมาถึงตัว เอด้า ทั้งตัวจริง และตัวปลอม

 

-B.O.W. ดีเร็ค ซิมมอนส์ ยังคงตามรังควาญจนถึงวินาทีที่เลออนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่เอด้าจอดทิ้งไว้ แต่เลออนก็สามารถกำจัดมันลงได้อย่างถาวร ซึ่งในฮ.ที่เลออนขัน ก็มีตลับแป้ง ที่มีข้อมูลหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เลออนพ้นผิดได้อยู่ในนั้น

 

-ส่วนทาง คริส และ เพียร์ส ได้มายังแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางน่านน้ำจีน ที่ๆมีห้องทดลองของนีโอ อัมเบรลล่าเพื่อตามมาช่วย เชอร์รี่ กับ เจค ออกมา เมื่อทั้ง 4 พบหน้ากันก็มีปากเสียงกันเล็กน้อย เพราะเมื่อ 3 ปีก่อน คริส เป็นคนฆ่าเวสเกอร์ที่แอฟริกาใต้ (ภาค 5) ก็ทำให้เจครู้สึกสับสน ระหว่างความแค้น ที่คริสฆ่าพ่อของเขา แต่อีกใจก็คิดว่าคนเลวๆอยาวพ่อของเขาจะตายก็ไม่แปลก.. แต่เวลาดราม่าก็หมดลง เมื่อ Haos (ฮาโอส) B.O.W. ตัวที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ในสถานีวิจัยนี้ก็ตื่นขึ้น คริส จึงไล่ให้เชอร์รี่ และเจคหนีไป 

 

-ระหว่างการหลบหนี เชอร์รี่ และเจค ก็พบกับ  Ustanak (อุสตานัค) อีกรอบ คราวนี้เป้นการดวลกันหมัดต่อหมัด สุดท้ายเจคก็ซัดอุสตานัค ร่วงสู่บ่อลาวาได้สำเร็จ แต่มันก็ตามาราวีถึงรถรางที่ๆทั้งคู่หลบหนี โชคดีที่แถวนั้นมีปืน จึงยิงซัดมันตกลงราง และหายไปในกองเพลิงที่เกิดจากการระเบิดของสถานีดังกล่าว

 

-คริสและเพียร์ส ก็ได้รับมือกับ Haos (ฮาโอส) แต่เพียร์สพลาดท่าจนถูกตู้คอนเทนเนอร์ทับแขน บาดเจ็บสาหัส จึงตัดสินใจสละแขนข้างหนึ่ง เพื่อไปเก็บเอา C-Virus ที่พกมา ฉีดเข้าตัวเองเพื่อช่วยคริส คนที่เขาเคารพรักเหมือนครอบครัว เพียร์สใช้พลังไฟฟ้ายิงใส่ฮาโอสจนมันหนีไป ทั้งคู่ลากสังขารเจียนอยู่เจียนไป เข้าห้องแคปซูลกู้ชีพที่ส่งคนขึ้นสู่ผิวน้ำ เพียร์สผลักคริสเข้าไปในแคปซูลที่ว่า โดยตัวเองสละชีวิตรับมือกับฮาโอสตัวต่อตัวในสถานีที่จะกำลังระเบิด ให้คริสรอดชีวิตไปทำหน้าที่ BSAA ต่อไป…

 

-เลออนพ้นจากการเป้นผู้ต้องสงสัยคดีไวรัสที่เมืองทอลโอ๊ค และกลับมาทำงานตามเดิม  โดยเฮเลน่าเองก้ได้รับการทาบทามให้เข้าหน่วยงานเจ้าหน้าที่พิเศษเช่นกัน

 

-คริส ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต่อสู้กับอาวุธชีวภาพต่อไป เพื่อคนที่เคยสละชีพเพื่อปกป้องเขา 

 

-ตัวอย่างเลือดของเจค ถูกนำมาวิจัยวัคซีนต้าน C-Virus ถึงจะยังไม่สำเร็จ 100% แต่ก็เริ่มมีความหวัง ส่วนเจค หายตัวไปไม่มีใครทราบข่าวอีกเลย…

 

 

 

กันยายน ปี 2013

-พื้นที่กว่า 40% ของสหรัฐอเมริกา ถูกประกาศเป็นเขตกักกันโรคพิเศษ และเริ่มทยอยการถอนประกาศเมื่อแอนตี้ไวรัสใช้งานได้ผล 

 

-แคลร์ เรดฟิลด์ และ มอยร่า เบอร์ตั้น กลับมาร่วมงานในหน่วยงาน Terrasave อีกครั้ง 

 

 

 Resident timeline ex0002

ปี 2014 Resident Evil  / Biohazard : heavenly island ไบโอฮาซาร์ด - หายนะเกาะสวรรค์

 

- ที่เกาะ โททูก้า  ทางตอนใต้ของอเมริกา มีถ่ายทำรายการ “ไอดอลเซอร์ไววัล” รายการจับเอาสาวๆนุ่งชุดว่ายน้ำมาทำกิจกรรมเอ็ซตรีมเอาตัวรอดในเกาะร้าง เป็นรายการร่วมทุนระหว่างอเมริกากับญี่ปุ่น

 

-แคลร์ เรดฟิลด์ ที่ตอนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ของ Terrasave ได้เข้ามาสืบสวนเรื่อง B.O.W. ที่เกาะใกล้ๆโททูก้า โดยมี อิเนส ดิอาโก้ ( Inéz Diaco) คนของเทอร่าเซฟมาร่วมภารกิจเช่นกัน

 

-แต่เดิมเกาะโททูก้า เป็นของ ออสเวล อี สเปนเซอร์ เจ้าของบ.อัมเบรลล่า และยังเป็นสถานที่ๆ “อเล็กซ์ เวสเกอร์” (บอสภาค Revelation 2) ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับความเป็นอมตะตามใบสั่งของสเปนเซอร์

 

***หนังสือยังออกมาไม่จบ รออ่านของ Luckpim ที่ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่าย***

 

-

 

5 ตุลาคม ปี2014  Resident Evil 7 (อดีตของมีอา)

- มีอา วินเธอร์  (Mia Winters) ได้รับการว่าจ้างให้ทำภารกิจคุ้มกัน E-001 “เอเวอลีน” ไวรัส E- Series สายพันธุ์ใหม่ ที่ผลิตโดยบริษัทเวชภัณฑ์  TENTSU บนเรือ แอนาเบล หลังจากแต่งงานกับ “อีธาน วินเธอร์” (Ethan Winters) ชายหนุ่มมนุษย์เงินเดือนแสนจืดชืด

 

-เอเวอลีนหลุดจากการควบคุม  เธอออกอาละวาด ควบคุมจิตใจ และพฤติกรรมของลูกเรือเรือแอนาเบล อีกทั้งยังเป็นเวลาเดียวกันกับเหตุพายุเข้าชายฝั่งDulvey รัฐ Louisiana (หลุยเซียน่า) จนเกิดเหตุเรือล่ม  

 

 

 6 ตุลาคม ปี2014  Resident Evil 7 (DLC – Daughter / ฉากจบ 2 แบบ)

-มีอา และ เอเวอลีน ที่นอนหมดสติแถวๆบึงเหมืองเกลือ ก็ถูกพบโดย “แจ๊ค เบเกอร์” ตาลุงใจดีอดีตทหารผ่านศึกเจ้าของเหมืองเกลือแสนจะธรรมดา

 

 -แจ๊ค ได้พาเอเวอลีนมาพักรักษาตัวที่บ้านเขา ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ โดยแจ๊ค ได้มอบหมายให้  “โซอี้ เบเกอร์” ลูกสาวของเขาดูแลเด็กหญิงลึกลับรายนี้ แต่ทว่าอยู่ๆเธอก็ได้สติ และเริ่มควบคุมคนในบ้านให้คลุ้มคลั่ง แจ๊ค และ มาการ์เรต ออกไล่ล่าโซอี้อย่างบ้าคลั่ง และพูดในทำนองยอมรับเอเวอลีนเป็นหนึ่งในครอบครัว

 

Bad Ending

-โซอี้หนีออกมาจากบ้านไม่ได้ และถูกอัดจนน่วม และรับสภาพความบ้าคลั่งนี้ต่อไป โดยไร้ความหวังใดๆ 

 

True Ending – ต่อเนื้อเรื่องภาคหลัก

-โซอี้หนีออกมาจากบ้าน ได้จากสติที่หลงเหลือของ มาการ์เรต แม่ของเธอที่อยากให้โซอี้หนีไป และพบกับมีอาที่นอนสลบอยู่ในรถของเธอ และพบกับคำบอกใบ้ ตัวอย่างของ E-Series กับข้อความที่เธอพยายามจะเขียนบอกกับทุกคนในบ้านเบเกอร์ถึงอันตรายจากเด็กเอเวอลีน แต่ไม่ทันการ…ครอบครัวแสนสุขสันต์ กลายเป็นครอบครัวโรคจิตเพราะไวรัสE-Series จากเอเวอลีนแล้ว….

 

 

7 ตุลาคม 2014

-หลังพายุสงบ ทุกคนกลับมาเป็นเหมือนปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น โซอี้กลับเข้าบ้าน มีเพียงเธอเท่านั้นที่จดจำเรื่องราวต่างๆ และยังเห็นภาพของเอเวอลีนตามหลอกหลอนอยู่เสมอๆ ที่น่าแปลกก็คือโซอี้กลับไม่มีอาการติดเชื้อแต่อย่างใด

 

-โซอี้ตัดสินใจมาอาศัยอยู่ในรถตู้หลังบ้าน และสังเกตุการณ์ รวมไปถึงศึกษาการผสมเซรั่ม ที่ได้เบาะแสจากมีอา และรอวันว่าจะมีใครซักคนมาแก้ไขเรื่องบ้าๆเหล่านี้ 

 

 

 

 ปี 2014  (ไม่ระบุเวลาชัดเจน)

-ลูคัส ลูกชายคนโตของบ้านเบเกอร์ อัจฉริยะด้านวิศวกรรมจักรกล แต่หลังจากที่เอเวอลีนเข้ามาในบ้าน ลูคัสเริ่มมีมีอาการผิดปกติทางจิตหนักข้อขึ้น (จากการที่เชื้อรา E-Series เริ่มเล่นงานส่วนสมอง (แต่เดิมก็เพี้ยน+เล่นยาอยู่แล้ว) เขามักจะถูกเพื่อนล้อ โดยเฉพาะ “โอลิเวอร์” ลูคัสจึงได้ออกอุบาย จับโอลิเวอร์ไปขังไว้บนห้องใต้ดิน และอดอาหารจนตาย

 

ปี 2015  (ไม่ระบุเวลาชัดเจน)

- ลูคัส ได้ทำการสร้างห้องทดลอง และค้นคว้าเกี่ยวกัยไวรัส E-Series ที่เหมืองเกลือของพ่อ และได้มีดีลลับๆกับตัวแทนของบริษัทเวชภัณฑ์  TENTSU ที่สร้างเอเวอลีนขึ้นมา เพื่อแลกกับเซรั่มที่สามารถต้านทานการควบคุมของเอเวอลีน (แต่ยังติดเชื้ออยู่) แลกกับการเป็นสายให้บริษัทดังกล่าว และเก็บกวาดเรื่องราวแทนต้นสังกัดทุกอย่าง (จากเอกสารในเหมืองเกลือ ตัวเกมภาค 7)

 

 -มีอา ถูกลูคัส จับขังไว้ในใต้ดินของเรือนรับแขก ตระกูลเบเกอร์ เป็นเวลา 3 ปี เพราะเธอเองก็เริ่มมีอาการเหมือนกับคนในครอบครัวเบเกอร์ (กว่าอีธานจะมาช่วย ก็ปาไปปี 2017 แล้ว!)

 

ปี 2016 Resident Evil Vendetta

-ยังไม่รู้จะเขียนอะไรเลย…ไว้อัพเดทครับ

 

 

1 กันยายน 2016  (ไม่ระบุเวลาชัดเจน)

-ลูคัสเริ่มทนพฤติกรรมของคนในบ้านที่ชอบลักพาตัวชาวบ้านไม่ไหว (2 ปี คนหายไป 20 คน) ก็ต้องทนต่อไป พร้อมๆกับการสังเกตุการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติของเอเวอลีน แถมเขายังเริ่มเล่นละครหลอกคนในบ้านเบเกอร์หนักข้อขึ้น ราวกับถูกเอเวอนลีนสะกดจิตจริงๆ ซึ่งทุกอย่าง ถูกจับตามองภายใต้ต้นสังกัดอย่าง บริษัทเวชภัณฑ์  TENTSU และคู่แข่งอย่างบริษัท Umbrella Corps. ที่กำลังหาจังหวะจัดการกับเอเวอลีนเช่นกัน

 

 

 

ปี 2017 Resident Evil 7

อ่านเรื่องราว RE7 คลิกอ่านเลย ขี้เกียจพิมพ์ละ

 

 

—————-

 

 

เดี๋ยวมาต่อ….เพราะยังไม่หมด!

 

 

แอดมิน AK47