สรุปเนื้อเรื่อง Time Crisis ทุกภาค!
10 กรกฎาคม 2561 18:46 น.
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+

Time Crisis (31)

ในช่วง ปี 90 เป็นช่วงของการแข่งขันด้านเทคโนโลยีการสร้างเกม เราจะเห็นเกมสนุกๆมากมาย หรือเกมที่เน้นเรื่องการสร้างโพลีก้อนเหลี่ยมๆ จุดเริ่มต้นของ3D Polygon ในยุคปัจจุบันมากมาย ตั้งแต่เกม PC เกมคอนโซล รวมไปถึงเกมตู้อาร์เคด…แน่นอนว่าเกมตู้ ก็ถือเป้นเครื่องเล่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเวลาหนึ่ง ด้วยการเล่นที่เข้าใจง่าย ผู้เล่นมีส่วนร่วมกับเกมสูงในบางเกม เช่น Virtual Cop / Virtual Fighter หรือ เกมยิงผีอย่าง The House of The Dead ก็ตาม…

 

Time Crisis (29)

และนี่ก็คืออีกหนึ่งเกมที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคนที่เกิดและเติบโตมากับเกมตู้อาร์เคดเกมละ 5 บาท สิบบาท กับเกมที่ให้ผู้เล่นสวมวิญญาณสายลับปืนไว ทำงานแข่งกับเวลา หลบหลังกล่อง เหยียบแป้นที่เท้า แล้วสาดกระสุน ในเกมที่ชื่อว่า “Time Crisis”

 

เกม Time Crisis เป็นเกมตู้ จากบริษัท Namco และสร้างโดย Nex Entertainment ออกให้บริการครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อปี 1995 และให้บริการในไทยโดยบริษัท Galaxy  ซึ่งหลังจากนั้นสองสามปีจึงจะมีเวอร์ชั่นเกมคอนโซลในระบบ Playstation ออกมา  เป็นเกมที่มีเรื่องราวภาคต่อและยิ่งผ่านไปยิ่งเพิ่มลูกเล่นความสนุกอีกด้วย…แต่น่าเสียดาย ที่ความสนุกของเกมเพลย์ ดันทำออกมาดีเกินคาด และทำเอาเนื้อหาของเกมดูจืดจางไปเลย…

 

และนี่คือ “สรุปเนื้อเรื่อง Time Crisis ทุกภาค!” ที่จะพาทุกท่านนั่งไทม์แมชชีน ไปติดตามเรื่องราวของเกมนี้กันครับ

 

 

Background

Time Crisis (28)

เรื่องราวของ Time Crisis จะเกี่ยวเนื่องกับบุคลากรในองค์กร V.S.S.E. (Vital Situation, Swift-Elimination) ซึ่งเป็นหน่วยงานการป้องกันระหว่างประเทศ รับภารกิจช่วยเหลือผู้คนบนโลกจากข้อพิพาททางการเมือง การก่ออาชญกรรมระดับองค์กร หรือแก๊งมาเฟีย จัดว่าเป็นหน่วยงานปราบทรชน ผู้มีอิทธิพลระดับโลกเลยก็ว่าได้…และแน่นอนว่าองค์กรนี้มาจากประเทศมหาอำนาจโลกอย่างอเมริกา นั่นเอง…(ไม่นับ Crisis Zone / Time Crisis Strike 1-2  ที่เป็นภาค Spin-off นะครับ)

 

Time Crisis 

 

 

Time Crisis (5)

 “เชรูโด้ กาโร่” (Sherudo Garo) 

 

 

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1995 หน่วย V.S.S.E. ซึ่งเป็นหน่วยงานการป้องกันระหว่างประเทศ ได้รับภารกิจสนับสนุนให้ “วิลเลียม แมคเฟอร์สัน” (William MacPherson) ผู้นำฝ่ายค้านของ ประเทศเซอร์คาน (Sercan) ก่อการรัฐประหารจากอำนาจของผู้นำเผด็จการ จนในที่สุด แมคเฟอร์สันก็ได้รับการเลือกเป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศเซอร์คาน แต่ทว่า “เชรูโด้ กาโร่” (Sherudo Garo) ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายจากภารกิจกวาดล้างระบอบเผด็จการของหน่วยหน่วย V.S.S.E. ก็ได้วางแผนฟื้นฟูระบอบเผด็จการ และเอาอำนาจของเขากลับคืนมา และพยายามก่อความไม่สงบหลายต่อหลายครั้ง เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีแมคเฟอร์สันเซ็นลาออกจากตำแหน่งและคืนการปกครองใหระบอบเก่า…กาโร่ จึงวางแผนลักพาตัว “ราเชล”(Rachel) ลูกสาวของแมคเฟอร์สัน และคุมขังเธอไว้ในปราสาทของตระกูลกาโร่ของเขาบนเกาะห่างไกล 

 

 

Time Crisis (2)

 

“ริชาร์ด มิลเลอร์” (Richard Miller) 

 

 

แมคเฟอร์สันจึงติดต่อมิตรสหายเก่าอย่างหน่วยงาน  V.S.S.E. อีกครั้ง แม้ว่าคราวนี้ภารกิจสเกลจะไม่ใหญ่เท่าตอนทำรัฐประหาร แต่พวกของกาโร่เองก็มีกองกำลังที่เยอะไม่ต่างจากช่วงเรืองอำนาจ เพราะได้ทหารรับจ้างที่ชื่อว่า “Wild Dog” เข้ามาเสริมทัพ  แถมยังมีเทคโนโลยีในการสร้างอาวุธต่างๆมากขึ้นด้วย แต่ทาง V.S.S.E. ไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต จึงส่งคนมาแค่คนเดียว เขาคือทหารผ่านศึกที่มีฝีมือในการยิงปืนระดับแม่นจับวาง “ริชาร์ด มิลเลอร์” (Richard Miller) เข้าทำภารกิจนี้เพียงลำพัง

 

 

Time Crisis (6)

 “ด๊อก” (ภาคหลังๆเรียก Wild Dog ) หัวหน้าหน่วย Wild Dog  จับ ราเชล เป็นตัวประกัน 

 

 

 มิลเลอร์ได้ฝ่าฟันเหล่าวายร้ายในปราสาทจนมาดวลกันกับกาโร่ที่ยอดปราสาทได้ ผลจากการดวลกันกาโร่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และนั่นทำให้ “ด๊อก” (DOG) หัวหน้ามือสังหารแห่งหน่วย Wild Dog โมโหมาก เพราะนายจ้างอย่างกาโร่ชิงตายไปซะก่อน  จึงได้กดระเบิดปราสาททิ้ง มิลเลอร์พาราเชลหนีจากการระเบิดด้วยเฮลิคอปเตอร์ และทิ้งให้ด๊อก จมกองเพลิงในปราสาทนั้นเป็นอันปิดคดี…

 

 

Time Crisis (4)

“คานทาริส” (Kantaris)

 

 

***ในเวอร์ชั่น PS1 จะมีภารกิจพิเศษที่ชื่อ “Kantaris Deal” ที่จะเล่าเรื่องราวเวลาหลายสัปดาห์ให้หลังจากเหตุการณ์หลัก มิลเลอร์ได้รับภารกิจจาก V.S.S.E ให้แทรกซึมเข้าโรงงานผลิตอาวุธผิดกฎหมายซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมของประเทศเซอร์คาน โดยมีเชื่อมโยงกับพวกองค์กร Wild Dog ที่เหลือรอด เขาถูกมอบหมายให้เข้าไปในโรงงานดังกล่าว และกำจัดผู้ดูแลโรงงาน “คานทาริส” (Kantaris) ซึ่งจะมีสามเส้นทางให้เลือกหลังจากนั้นมิลเลอร์ก็จะได้สู้กับบอส รถถัง 8 ขา ถ้าสามารถเอาชนะได้ภายในเวลาที่กำหนด คานทาริสจะถูกสังหาร แต่ถ้าทำไม่สำเร็จในเวลาที่กำหนด แม้ว่าจะทำลายรถถังได้ คานทาริสก็จะหนีไป…และเข้าสู่เนื้อหาของไซด์สตอรี่ที่ชื่อว่า “Time Crisis: Project Titan”***

 

 

 

 

 

 

Time Crisis 2

Time Crisis (11)

“คีธ มาร์ติน” (Keith Martin หนุ่มเสื้อแดง ) “โรเบิร์ต แบร๊กซ์เตอร์” (Robert Baxter เสื้อน้ำเงิน)

และสาวสวยของทีม คริสตี้ ไรอัน (Christy Ryan)

 

 

ในปี 1997  บริษัท NeoDyne Industries ประกาศแผนการสร้าง “StarLine Network” ที่รวมช่องทางการสื่อสารผ่านดาวเทียมทั้งหมด 64 ดวง แต่ทว่า องค์กร  V.S.S.E. ได้รับข่าวกรองมาจาก คริสตี้ ไรอัน (Christy Ryan) สายลับมือดีขององค์กร ได้ค้นพบว่าแผนการที่แท้จริงของบริษัท ก็คือการเปิดตัวดาวเทียมที่สามารถยิงนิวเคลียร์ได้ และขายให้ผู้เสนอราคาสูงสุดแก่ประเทศที่ประมูลได้ไป แต่ระหว่างการถอนตัวจากองค์กร ไรอันถูกไล่ล่าโดย “จาคอฟ คินิสกี้” (Jakov Kinisky ) ทหารรับจ้าง จนถูกลักพาตัวไป…หน่วยงาน V.S.S.E. รู้สึกถึงความผิดปกติที่สายข่าวต้องรายงานมาตามกำหนดการ จึงได้ส่งสองคู่หูสายลับ “คีธ มาร์ติน” (Keith Martin ) และ “โรเบิร์ต แบร๊กซ์เตอร์” (Robert Baxter)

 

Time Crisis (12)

 “จาคอฟ คินิสกี้”(เสื้อปกคอแดง) /  “เออร์เนสโต้ ดิอาซ” (คนกลาง) และ Wild Dog (คนขวามือสุด)   

 

 

ทั้งสองได้ลุยมายังแท่นปล่อยกระสวยอวกาศกลางทะเล และได้พบกับ “เออร์เนสโต้ ดิอาซ” CEO ของ NeoDyne Industries ที่กำลังยุ่งกับเตรียมจรวดส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ  จึงได้ส่ง  Wild Dog “  หัวหน้าที่รอดจากเหตุการณ์ในภาคที่แล้วมารับมือ ซึ่งผลก็คือด๊อกพ่ายแพ้ จึงเลือกที่จะกดระเบิดฆ่าตัวตายแทนการโดนจับกุม ดิอาซ จึงจับตัว คริสตี้ เพื่อเปิดทางไปยังห้องควบคุมดาวเทียม

 

และการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับดาวเทียมติดปืนกลในห้องควบคุมที่ต้องแข่งกับเวลา ก็จบลงที่ดิอาซพลาดท่า ถูกยิงตกลงไปยังแท่นปล่อยกระสวยอวกาศ จรวดที่ใช้ขนส่งเกิดระเบิดจนสองคู่หูถูกซัดตกทะเล ลอยคอรอความช่วยเหลือจากคริสตี้ และหน่วยกู้ภัย พร้อมกับการระเบิดของแท่นปล่อยกระสวยอวกาศนั้น…

 

 

 

 

 

Time Crisis 3 

Time Crisis (15)

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 2003 … 4 ปีหลังจาก Time Crisis 2 ณ หมู่เกาะ อาสติโก้ (Astigos) เกาะที่ใหญ่ที่สุดของ ประเทศลูกาโน่ (Lukano) ที่ตั้งในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ถูกรุกรานโดยกองกำลังพิเศษจาก “สหพันธ์ซาโกเรียน” (Zagorian) นำโดยผู้นำฝ่ายเผด็จการ “จอร์โจ ซ็อต” (Giorgio Zott) เขาได้เข้า บุกรุกพิชิตพื้นที่กว่า 80% บนหมู่เกาะอาสติโก้ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ แม้จะมีการประท้วง หรือต่อต้านก็ตาม…

 

Time Crisis (16)

ในขณะเดียวกันผู้รอดชีวิตของลูกาโน่ ก็ได้รวมตัวกันเป็น “กองทัพปลดปล่อยลูกาโน่” ภายใต้การนำของ “แดเนียล วินสตัน” (Daniel Winston) และก็ได้สืบทราบว่า กองกำลังของซาโกเรียน ได้จัดตั้งฐานในหอสังเกตการณ์ของอาสติโก้ ทำให้แดเนียล  และ พลโท “เจค เฮอร์นันเดซ” (Jake Hernandez)นำกองกำลังขนาดเล็กของเขามาแทรกซึมและทำลายมัน แต่พลาดท่าเมื่อพวกเขาได้เข้าไปอยู่ในที่ราบสูงซาโกเรียนจนถูกจับ

 

Time Crisis (14)

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา น้องสาวของแดเนียล “อลิเซีย” รับภารกิจเดี่ยวเพื่อแทรกซึมเข้าไปในบังเกอร์ของกองทัพซาโกเรียน  เธอดาวน์โหลดข้อมูลที่ทำให้เธอค้นพบว่า ซาโกเรียน ได้รับขีปนาวุธทางยุทธวิธีจากตลามืด และพวกมันตั้งใจจะใช้เพื่อขจัดส่วนที่เหลือของพวกต่อต้าน  และอาจคุกคามประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย  อลิเซียจึงได้ส่งข้อมูลไปยังที่ V.S.S.E 

 

 

Time Crisis (13)

ทันทีที่ทาง V.S.S.E ได้รับเรื่อง จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่สองนาย ได้แก่ “อลัน ดันอะเวย์” (Alan Dunaway) และ “เวสลีย์ แลมเบิร์ต”  เพื่อทำลายขีปนาวุธดังกล่าว

 

เวสลีย์และอลันต่อสู้ฝ่าอันตราย ผ่านเมืองและป่าไปถึงรถไฟ มุ่งหน้าไปยังที่กบดานของ ซอต ในขณะเดียวกัน อลิเซีย กำลังเผชิญหน้ากับ เจค ซึ่งถูกเปิดเผยว่าเป็นคนทรยศที่ขายพวกพ้อง แต่ก็หลบหนีไป

 

Time Crisis (10)

สองคู่หูอลัน และ เวสลีย์ เผชิญหน้ากับทหารรับจ้าง Wild Dog ที่แกล้งตายหลังจากเหตุการณ์ดาวเทียมนิวเคลียร์ NeoDayne ในเกมภาคสอง ร่วมมือกับหุ้นส่วนคนใหม่ Wild Fang  และก็พ่ายแพ้อีกรอบ และก็ใช้มุกเดิมๆอีกรอบคือระเบิดพลีชีพ หนีความผิด…ในขณะเดียวกันนั้น ทางซอต ก็เตรียมแผนการประหารแกนนำอย่างแดเนียล แต่อลิเซียมาช่วยไว้ได้ทัน จึงเปิดโอกาสให้สองคู่หูเวสลีย์ และอลัน ได้ไล่ตามจับกุมซอต

 

Time Crisis (17)

อลันและเวสลีย์เผชิญหน้าซอต ภายในโดมฐานบัญชาการหลักและรุมยิงจนตาย (?) และเข้าทำลายขีปนาวุธ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง อลิเซียก็สามารถกำจัดเจค ที่พยายามจะหลบหนีพร้อมกับหัวรบนิวเคลียร์ ด้วยทักษะการซุ่มยิงของเธอ

 

ภารกิจาประสบความสำเร็จ เวสลีย์และอลัน กลับบ้าน ขณะที่กองกำลังต่อต้านเผด็จการ ก็สามารถเอาชนะพวกซาโกเรียนที่เหลือ คืนความสุขให้ประชาชนชาวลูกาโน่ได้สำเร็จ

 

 

 

 

 

 

Time Crisis 4

Time Crisis (19)

“อีวาน เบอร์นาร์ด” (Evan Bernard เสื้อส้ม) และ “จอร์โจ้ บรูโน่” (Giorgio Bruno หัวทอง) สองพระเอกของภาค 4

 

เนื้อเรื่องในภาคที่ 5 นี้ จะมีฉากหลังเป็น แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทั้งจากกองทัพสหรัฐฯและ V.S.S.E. ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธลับสุดยอดที่สนามบิน โดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ก่อการร้าย อาวุธชนิดนี้มีลักษณะเป็นแมลง โค้ดเนม  “Terror Bite”

 

 

Time Crisis (18)

“Terror Bite” อาวุธแมลงไซบอร์ก ของเล่นใหม่กลุ่มก่อการร้าย

 

หลังจากที่ อลิซาเบธ คอนเวย์ (Elizabeth Conway) ได้รับแจ้งจากเหตุการณ์การรั่วไหลของข้อมูลที่สนามบิน ทำให้ “วิลเลียม รัช” (William Rush) ต้องมุ่งหน้าไปที่สนามบินเพื่อช่วยตัวแทนของ V.S.S.E. “จอร์โจ้ บรูโน่” (Giorgio Bruno) และ “อีวาน เบอร์นาร์ด” (Evan Bernard) ที่ถูกส่งไปเพื่อยุติการค้าอาวุธดังกล่าว พวกเขาหนีออกจากสนามบินด้วยเฮลิคอปเตอร์ และได้รู้ว่ามีผู้ก่อการร้าย “มาร์คัส แบล๊ค” (Marcus Black ) อยู่เบื้องหลังการค้าอาวุธ และมันกำลังหนีด้วยรถบรรทุก จอร์โจ้และอีวานจึงออกไล่ล่า จนสามารถกำจัดมาร์คัสได้ และ พวกเขาค้นพบ Dog Tag (ป้ายชื่อ) ของกองทัพสหรัฐฯในร่างกายของศัตรู ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายที่ลงมือเพียงฝ่ายเดียว เพราะ “ผู้ก่อการร้ายตัวจริง” ได้รับการเปิดเผยว่า “เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอาวุธชีวภาพ  หน่วยรบแฮมลิน”  (Hamlin Battalion) จอร์โจ้กับอีวานบินไปยังสถานที่วิจัยอาวุธชีวภาพอันเงียบสงบของมลรัฐไวโอมิง และไม่นานพวกเขาก็ได้รู้ว่าหน่วยรบแฮมลิน กำลังโจมตีฐานทัพอากาศบัคเล่ย์ รัฐโคโลราโด

 

Time Crisis (7)

หลังจากวิ่งวุ่นในการขับไล่ผู้ก่อความไม่สงบ ทั้งสองก็ได้พบกับศัตรูเก่า ” Wild Dog “ และ  “Wild Fang” ก็เข้ามามีบทบาทในความวุ่นวายนี้ด้วย

 

ในที่สุด ความจริงก็ถูกเปิดเผยว่า “ผู้สร้าง Terror Bites” ที่แท้จริง คือ “ผู้พัน เกรกอรี่ แบร์โรว์” (Gregory Barrows)  มีแผนการนำอาวุธใหม่นี้มาใช้ในการสั่งให้อาวุธนิวเคลียร์(UCAVs)ทำลายสหรัฐฯ เพื่อแก้แค้นกองทัพสหรัฐฯที่ทำกับผู้รับใช้ และรักชาติราวกับขยะใช้แล้วทิ้ง ไม่ใยดี จากระบบสวัสดิการรัฐที่ไม่ยุติธรรม

 

Time Crisis (20)

หลังจากสองคู่หูลงมือจัดการกับ แบร์โรว์ ศูนย์สั่งการ UCAVs ก็สูญเสียการควบคุม ทั้งสองจึงรีบเร่งหาวิธีหยุดขีปนาวุธที่กำลังเล็งมาทางสหรัฐได้และก็ทำสำเร็จ…เป็นอันปิดคดีไป…

 

 

 

 

Time Crisis 5

Time Crisis (24)

ตัวละครหลักของภาค 5  จากบน “ลุค โอนีล” (Luke O’Neil ช่องสีแดง ) / “มาร์ค โกดาร์ธ” (Marc Godart ช่องสีน้ำเงิน)

แถวล่าง “Wild Dog” วายร้ายจอมอมตะของเรื่อง /  “คีธ มาร์ติน” (Keith Martin  พระเอกจากภาค 2) / “Wild Fang” คู่หูวายร้ายของไวล์ด๊อก

 

 

เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สอบบัญชี ขององค์กร  V.S.S.E ถูกฆาตกรรมปริศนา เอกสารประกอบข้อมูลเกี่ยวกับคนทรยศภายใน V.S.S.E.ก็หายตามไปด้วย และคดีไม่ได้คืบหน้า ทำให้ทางองค์กรต้องส่งสองสายลับหน้าใหม่  ลุค โอนีล (Luke O’Neil )และ มาร์ค โกดาร์ธ (Marc Godart) ทำหน้าที่เก็บกู้เอกสารเหล่านั้น ภายใต้การดูแลของ “โรเบิร์ต แบร๊กซ์เตอร์” (Robert Baxter พระเอกจากเกมภาค 2) และ แคเธอรีน ริชชี่ (Catherine Ricci) โดยพุ่งเป้าไปที่การสืบค้นจากความไม่สงบที่เกิดขึ้นจากฝีมือของพวกกองทหารรับจ้าง Wild Dog ศัตรูเก่าแก่นั่นเอง…

 

Time Crisis (23)

ลุคและมาร์คต่อสู้กับ Wild Dog จนได้กล่องเอกสารมาไว้ในมือ จนกระทั่ง  “คีธ มาร์ติน” (Keith Martin  พระเอกอีกคนจากภาค 2) ปรากฎตัวขึ้นหลังหายสาปสูญไปนาน และเขาพยายามที่จะแงะกล่องเอกสาร และแล็ปท็อปของผู้สอบบัญชีเหล่านั้น  ซึ่งโรเบิร์ตพยายามกล่อมให้คีธเอาเอกสารเหล่านั้นคืนมา จนเกิดการดวลปืนกันระหว่างอดีตเจ้าหน้าที่มือเก๋า กับคู่หูหน้าใหม่  แต่ความจริงก็ถูกทำให้กระจ่าง เมื่อคีธ อธิบายว่า เจ้าหน้าที่สอบบัญชี ขององค์กร  V.S.S.E ที่ถูกฆาตกรรม คือ คริสตี้ ไรอัน (Christy Ryan) สายลับมือดีขององค์กร  (นางเอกภาค 2) คนรักของคีธ 

 

Time Crisis (26)

 

 

ทั้งสองเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด ก็ได้ความว่า โรเบิร์ต พยายามที่จะลบรายชื่อ คนทรยศภายใน V.S.S.E. ที่มีชื่อของตัวเองอยู่ด้วยนั่นเอง และก็เป้นโรเบิร์ต ที่คอยขายข่าวให้กับ Wild Dog ในช่วงหลายปีให้หลังมานี้… จึงหลอกให้มือใหม่สองคนทำหน้าที่ชิงเอาเอกสารดังกล่าว และป้ายความผิดให้คีธในฐานะคนทรยศ 

 

Time Crisis (22)

คีธ และพวกมือใหม่ ได้ต่อสู้กับ Wild Fang  และฝูงซอมบี้ที่เกิดจากการทดลองซูเปอร์โซลเยอร์  ในขณะที่ทั้งหมดออกไล่ล่าโรเบิร์ต จนมาถึงสนามบิน โรเบิรต์ก็เผยแผนการชั่วร้ายออกมา นั่นก็คือ เขาต้องการเปลี่ยนแปลงโลกให้กลายเป็นซอมบี้ด้วยขีปนาวุธที่เต็มไปด้วยสารที่ใช้ทดลองซูเปอร์โซลเยอร์ แต่แคทเธอรีนเสียสละตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ขีปนาวุธถูกส่งเข้าสู่นิวยอร์ก ทำให้ลุคมีความเชื่อมั่นในตัวเอง

 

 Time Crisis (25)

ในการสู้รบที่ยากลำบากกับโรเบิร์ต และ Droidของเขา… สองสายลับหน้าใหม่ก็เอาชนะโรเบิร์ตได้  ส่วนแคทเธอรีนรอดตายมาได้อย่างน่าประหลาดใจ ส่วน คีธ กลับมาทำหน้าที่สายลับอาวุโสของ  V.S.S.E. และตั้งใจว่าจะสร้างมันให้ดีกว่าเดิม…

 

 

 

——————————————————————

Time Crisis (27)

และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของเกมตู้ในตำนาน ใครที่คิดถึงเกมนี้ ก็ลองไปหาดูตามห้างสรรพสินค้าดูครับ ถ้าเจอเกมนี้ ลองหยอดเล่นซักเหรียญ เชื่อเลยว่าจะวางไม่ลง รู้ตัวอีกทีเหรียญหมดซะแล้ว….

 

 

แอดมิน Ak47

 

 

——————————————————————

-ข้อมูลจาก

 http://timecrisispedia.wikia.com

IGN.com

GameSpot

ファミ通.comนิตยสาร Famitsu 

Retro Gamer – Classic Video Game Info